Phrae story by Ling Bhirada

ใครว่าแพร่เป็นแค่ทางผ่าน

การเดินทาง ไม่ว่าจะแบ็คแพ็คหรือขี่มอเตอร์ไซค์ บางครั้งจุดหมายไม่ใช่ ‘สถานที่’ ที่เราจะไป แต่เป็น ‘ใครสักคน’ ที่เราคิดถึงและทำให้การเดินทางนั้นเริ่มต้นขึ้น
จังหวัดแพร่ไม่เคยอยู่ในลิสต์ของการเดินทาง ไปภาคเหนือกี่ครั้งก็เป็นได้แค่ผ่านจริงๆ จนเมื่อเพื่อนรักที่อยู่ออสเตรเลียกำลังจะกลับไปเที่ยวบ้านเกิดที่แพร่ ซึ่ง 3-5 ปีนางจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยสักที และทุกครั้งเราจะนัดเจอกันที่กรุงเทพฯ แต่ครั้งนี้...เรานัดกันที่แพร่ โดยหลิงขี่มอเตอร์ไซค์ไปจากเชียงใหม่ ทริปนี้ขี่ไป-กลับคนเดียว 4 วัน สัมภาระมีแค่กระเป๋าหนึ่งใบ เอาติดแร็คมอเตอร์ไซค์ไปสบายๆ
9-12 ก.พ. 2562 เชียงใหม่-แพร่ ระยะทางประมาณ 200 กม. ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง ขาไปใช้ทางหลวงหมายเลข 11 แล้วตรงเข้าเส้น 101 ไปทาง อ.เด่นชัย ส่วนขากลับวนไปใช้เส้น 1023 ไปทาง อ.ลอง แล้วค่อยเข้าหมายเลข 11 ตรงเข้าเชียงใหม่ จะได้ผ่านเส้นทางใหม่ๆ ไม่ซ้ำกัน ตลอดเส้นทางส่วนใหญ่จะมีไหล่ทางสำหรับมอเตอร์ไซค์ให้ด้วย ซึ่งก็ปลอดภัยดีสำหรับรถเล็กหรือมือใหม่ ที่สำคัญ...มันลาดด้วยยางมะตอย เพราะถนนส่วนใหญ่ในเส้นทางเชียงใหม่-แพร่เป็นคอนกรีต เบาะมอเตอร์ไซค์หลิงค่อนข้างบางและแข็ง ขี่บนถนนคอนกรีตนานๆ มีเจ็บก้นและปวดหลังค่ะ หลิงเลยสลับขี่บนไหล่ทางเป็นบางช่วงเพื่อลดแรงกระแทกหลัง สะท้านก้น สะเทือนไต จนรู้สึกรักไหล่ทางขึ้นมาทันที เพราะทำให้ชีวิตดีขึ้นเยอะ แนะนำให้ลองค่ะ
อู้กำเมือง and สปีคอิงลิช

เพื่อนหลิงชื่อ หนิง มีพี่สาวชื่อ พี่นุ่ม กับ พี่นิ่ม พี่สาวเพื่อนก็เหมือนเพื่อนเรา เพราะเราเรียนช้าจึงมีเพื่อนอายุน้อยกว่า พี่สาวหนิงจึงอายุไล่เลี่ยกับเรา (แต่เราแอบเซ็ง เพราะดันแก่ที่สุดอยู่ดี) นุ่ม นิ่ม หนิง หลิง ก็เลยเป็นเพื่อนกันหมดนี่แหละ แถมมีพี่มาก (มาร์ค) เพื่อนเขยฝรั่งแฟนหนิงเพิ่มมาอีกคน ทริปนี้จึงชุลมุนวุ่นวายวัวตายควายล้มด้วยการสื่อสารมากๆ เราสี่สาวคุยกันด้วยภาษากลาง พี่นุ่มกับพี่นิ่มอู้กำเมืองกับคนท้องถิ่น แล้วพวกเราก็ต้องสปีคอิงลิชปนไทยกับพี่มาก ส่วนพี่มากก็พูดไทยทองแดงผสมบริติชอิงลิช - - - งง ใน งง!!! และเราทั้งหมดนี้ก็กิน เที่ยว เล่นด้วยกัน แบบไม่ค่อยมีแพลน ใครสะดวกแบบไหนก็ไปแบบนั้น ไม่ต้องติดสอยห้อยตามกันไปทุกกิจกรรม แยกกันบ้าง รวมกันบ้าง คนเดียวบ้าง อยู่เฉยๆ บ้าง เที่ยวแบบนี้สนุกดีค่ะ
อาหารเมืองแพร่อร่อยๆ หาทานได้ไม่ยาก มีร้านเก่าแก่ดั้งเดิมหลายร้านที่ขายมาอย่างยาวนาน ส่วนตัวหลิงเป็นคนกินง่ายมาก กินได้แทบทุกอย่าง ถ้ามันไม่ฮาร์ดคอร์จนเกินไป โดยเฉพาะอาหารพื้นถิ่นในทุกที่ที่ไป ทั้งไทยและต่างประเทศ ขนมจีนหรือขนมเส้นเมืองแพร่หน้าตาจะต่างจากเมืองอื่นตรงที่น้ำแกงจะเป็นซุปใสคล้ายต้มจืดหมู แต่มีมะเขือเทศ และอื่นๆ ด้วย แล้วแต่ว่าสูตรใคร รสชาติอร่อย กินง่าย คล่องคอ แต่ถ้าชอบกินข้าวซอยต้องไปโดนร้านข้าวซอยเจ๊เล็กประตูชัยค่ะ ร้านนี้เด็ดจริงจัง น้ำแกงเข้มข้นถึงเครื่องรสชาติกลมกล่อม หนุ่มอังกฤษอย่างพี่มากซดน้ำแกงจนเกลี้ยง วางชามปาดเหงื่อ แล้วยกนิ้วโป้งบอก… “อ่าร้อยหมากๆ” ซึ่งก็แปลได้ว่า เวรี่กู้ดดดด! นั่นเองค่ะ
กินโต้รุ่ง แอ่วถนนคนเดิน

ตกเย็นเมื่อไหร่ให้ไปที่ตลาดโต้รุ่งประตูชัยค่ะ อยากกินอะไรก็ได้กิน หลิงเชื่อว่า… ‘ถ้าพุงเราใหญ่ เราก็ต้องใส่ให้เต็มที่’ กินให้พุงแตกกันไปข้าง เพราะมันน่ากินไปหมด คาวหวานมากันครบ ด้วยตัวเมืองแพร่ไม่ได้ใหญ่มาก ขนาดของตลาดจึงเล็กพอดีๆ มีของกินให้เลือกหลากหลาย ร้านส่วนใหญ่จะขายอาหารไม่ค่อยซ้ำกัน มีแค่อย่างละ 1-2 ร้าน เราก็ลองมันให้หมด วันนี้กินไม่ครบ พรุ่งนี้เราก็มากินร้านใหม่ เอาที่เราสบายใจ แล้วพอมากับเจ้าถิ่น ไปร้านไหนเขาก็รู้จักกันหมด นั่นก็ร้านป้า นี่ก็ร้านพี่ ร้านเพื่อน ร้านน้อง เหมือนได้เจอญาติไปกับเขาด้วย สนุกดี

ทุกวันเสาร์ช่วงบ่ายสามถึงสี่ทุ่มให้มุ่งไปที่ถนนคนเดินกาดกองเก่า ที่นี่จัดเป็นถนนคนเดินในดวงใจเลยค่ะ เพราะมีความเดิมๆ และน่ารักมากๆ คือไม่ค่อย tourist จ๋าแบบถนนคนเดินทั่วไป เป็นกาด (ตลาด) สำหรับคนเมือง ไม่ได้มีแต่นักท่องเที่ยว เป็นกาดที่คนเมืองแพร่มาเดินเล่น ซื้อของ หาอะไรอร่อยๆ กิน ไม่มีของประหลาดๆ ที่ไม่เข้าพวกวางขาย แต่จะเป็นสินค้าเมือง อาหาร เครื่องดื่ม ของกินเล่น ผักผลไม้สด กับข้าว ที่มีความพื้นถิ่นชัดเจน มีโต๊ะให้นั่งกิน มีถังขยะให้ทิ้ง ทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาด บรรยากาศไม่รีบเร่ง ไม่ยัดเยียดขายของ พ่อค้าแม่ค้าและลูกค้ารู้จักกันทั้งกาด ขายไปก็ทักทายพูดคุยกันไป ส่วนหลิงนั้น...นอกจากเพื่อนที่มาด้วยกันเราก็ไม่รู้จักใคร แต่เรารู้จักกินค่ะ ไล่กินทุกสิ่งอย่างตั้งแต่หัวถนนไปจนสุดทางนั่นละค่าาาา
ยิ้มจากชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก

ในเช้าตรู่วันหนึ่ง หลิงตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพื่อขี่มอเตอร์ไซค์ไปเก็บภาพตามเส้นทางไปน้ำตกแม่แคมหรือน้ำตกสวนเขื่อนซึ่งอยู่นอกตัวเมืองออกไปราว 20 กม. เช้าวันนั้นอากาศเย็นสบาย มีหมอกลงจางๆ และระหว่างที่กำลังขี่ลัดเลาะไปตามถนนในตัวเมืองแบบงงๆ อยู่นั้น ก็มีชายหนุ่มปั่นจักรยานสวนทางมาพร้อมส่งยิ้มยิงฟันขาวให้ ไอ้เราก็นึกในใจ “อัยยะ! ผู้ชายยิ้มให้ แต่...ใครวะ?” ไม่นานหลังจากโพสต์รูปไปทางเฟซบุ๊ค ก็มีคอมเม้นท์จากเพื่อนคนหนึ่งซึ่งหลิงไม่รู้จักส่วนตัว แต่เราเป็นเพื่อนกันทางเฟซฯ

“ผมเจอพี่เมื่อเช้า!!”
“นั่นไง! อุตส่าห์ดีใจ ที่แท้อีหนวดฟันขาวนั่นก็คือแกนั่นเอง - อีปาย”
แล้วน้องปายหนุ่มเมืองแพร่ดันรู้จักพี่นิ่มด้วย เราก็เลยรู้จักกันมากขึ้นไปอีก หลิงกับปายไม่เคยเจอกันมาก่อน ได้เจอกันที่แพร่นี่แหละ ปายขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยเช่นกัน เขาขออาสาขี่ไปส่งหลิงที่สี่แยกแม่แขมในวันเดินทางกลับเชียงใหม่ เรานัดกันที่ร้านกาแฟ Sugar Bites Café & Homemade Bakery ของน้องนัท (ซึ่งรู้จักพี่นิ่มอีกนั่นแหละ เมืองนี้รู้จักกันทั้งเมืองจริงๆ ให้ตายสิพี่นิ่ม!! บอกเพื่อนนิ่มจะได้ส่วนลดมั้ยอะ) หลิงขอเลี้ยงกาแฟน้องปาย แล้วให้ปายขี่นำจากร้านกาแฟไปจนถึงแยกแม่แขม เราโบกมือลากันที่แยกนั้น หลิงยิ้มขอบใจปายอยู่ในหมวกกันน็อค แล้วมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ไปกับสายลม
ทริปนี้สั้นไปหน่อย แค่สี่วันยังเที่ยวไม่หมดเลย ตัวเมืองแพร่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าที่คิด สถานที่ท่องเที่ยวก็ยังมีอีกเยอะ ปักหมุดไว้แล้วว่าจะต้องกลับมาแพร่อีกให้ได้ หลิงได้เจอและรู้จักเพื่อนใหม่หลายคนที่นี่ บางคนรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย พอได้เจอกันจริงๆ มันรู้สึกดีมากนะ อย่างน้อยเราก็ได้พูดคุยกัน ได้เห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะของกันและกัน โลกเสมือนกับโลกแห่งความจริงมันต่างกันสิ้นเชิงจริงๆ