Photographer:
Suppha-riksh Phattrasitthichoke

Writer:
Pruetthikorn Ma-Ngam

ด้วยวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ต้องการกำหนดทิศทางวัฒนธรรมองค์กรใหม่เพื่อหล่อหลอมพนักงานให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว ทั้งด้านการทำงาน ความสุข และคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มศักยภาพให้พนักงานทุกคนได้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ พร้อมทั้งสร้างความพึงพอใจและการอยู่อาศัยให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รู้ใจ” โดยยึดถือหัวใจหลัก “สร้างทุกเช้าที่ดีให้กับลูกค้าทุกคน” เป็นภารกิจสำคัญ
   ไปทำความรู้จักกับ CO.Lab พื้นที่สร้างสรรค์งานแห่งใหม่ของพนักงาน SC Asset ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร สู่การต่อยอดเป็น Living Solutions Provider

พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของ SC Asset
สู่การต่อยอดเป็น Living Solutions Provider

CO.Lab คือพื้นที่ทำงานที่มีหน้าตาคล้ายกับ Co-Working Space ตั้งอยู่ในบริษัท SC Asset อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 ถูกออกแบบไว้ให้สำหรับพนักงานและคู่ค้าที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นสถานที่สร้างสรรค์งานให้กับลูกค้า ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ไร้ซึ่งลำดับชนชั้น ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง มีพื้นที่รองรับอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนวัฒนธรรมใหม่ของ SC Asset ซึ่งเป็นการ Re-Invent วัฒนธรรมภายในองค์กรครั้งใหญ่ ที่ต้องการวางรากฐานแนวคิดและปฏิบัติให้กับพนักงานทุกคน โดยมีกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยวิธีคิดแบบ Design Thinking แล้ววิธีที่ว่านี้มีส่วนสำคัญอย่างไรในการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจที่ทำอยู่ได้อย่างไร เราไปดูไอเดียการบริหารองค์กรเชิงรุกของ SC Asset บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ กับก้าวครั้งสำคัญสู่การเป็น Living Solutions Provider เพื่อตอบรับโลกธุรกิจและเทคโนโลยีในปัจจุบันได้อย่างแข็งแกร่ง

   สำหรับการเป็น Living Solutions Provider นั้น ปัจจัยสำคัญก็คือตัวของพนักงานในองค์กรเองที่เป็นผู้สร้างสรรค์ และพัฒนา โดยที่ SC Asset จะให้พนักงานได้คิดแบบนวัตกร หรือ Innovative Thinking ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้พนักงานสร้างนวัตกรรมที่โลกใบนี้ไม่เคยมีมาก่อน แต่ให้ใช้วิธีคิดแบบนั้นโดยมีลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง (Customer Centric) เพื่อหา Solutions ให้ตอบโจทย์ลูกค้า บางอย่างอาจจะเคยมีอยู่ในตลาด หรือยังไม่มีมาก่อน โดยการทำงานของพนักงานจะนำวิธีคิดแบบ Design Thinking มาใช้ อันประกอบไปด้วย Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test ซึ่งนับเป็นสิ่งใหม่ จากเดิมเมื่อถึงเวลาเข้างานก็จะมานั่งที่โต๊ะท่ามาตรฐาน มีคอกกั้น พักเที่ยงลงไปกินข้าว จะได้เจอเพื่อนร่วมงานก็เฉพาะในห้องประชุม ไม่ได้มีการปรึกษาหารือ หรือ Brainstorm Session จริงจัง แต่ในเมื่อองค์กรต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่การเป็นนักสร้าง Solutions เพราะฉะนั้น องค์กรจึงต้องการบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ และต้องการไอเดียที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อทำตามวิสัยทัศน์ขององค์กร ที่มองอนาคตของลูกบ้าน SC Asset ได้สามารถออกไปทำเรื่องสำคัญให้กับชีวิตได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีห่วงเรื่องบ้าน

#SKYDIVE วัฒนธรรมใหม่ 4 C

   #SKYDIVE เป็นชื่อวัฒนธรรมของ SC Asset ที่ออกแบบมาให้ Empathize ซึ่งกันและกัน พนักงานหนึ่งพันคนในองค์กรเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถเจอลูกค้าได้ครบทุกคน เพราะฉะนั้นการสร้าง Conversation สำหรับคนในองค์กรจึงนับเป็นเรื่องสำคัญ วัฒนธรรมที่เกิดจากการออกแบบ (Culture by Design) เพื่อให้เข้ากับธุรกิจหรือทิศทางที่กำลังจะไป ซึ่งทิศทางที่ว่านั้นคือ การเป็น Living Solutions Provider การช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า โดยใช้ 4 C อันได้แก่

1. CARE
รับฟัง พยายามเข้าใจเขา ใส่ใจเขา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน

2. COURAGE
เพิ่มความกล้าให้ทุกคน หากคุณเชื่อว่าสิ่งที่คุณพูดมันทำให้งานดีขึ้น จงพูด จงยกมือแสดงความคิดเห็น

3. COLLABORATION
คนเรามักรู้สึกว่าการทำงานให้จบในคนเดียวมันง่ายและเร็วกว่า แต่มันก็ได้มุมเดียว จะไม่ได้ Solutions ที่กลมกล่อมรอบด้าน จึงอยากให้ทุกคนทุกแผนกมาเจอกัน ได้มาแชร์ไอเดียกัน

4. CONTINUOUS IMPROVEMENT
การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่องานเสร็จเรียบร้อยให้ถามตัวเองเสมอว่า มันดีที่สุดแล้วหรือยัง ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีคือลูกค้า เพราะฉะนั้นควรพูดถึงสิ่งที่คุณไปเจอลูกค้ามาให้เยอะๆ การพูดคุยกันรับฟังกันนับเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ทาง SC Asset ส่งเสริม

Let’s Collaborate
for Customer


Living Solutions Provider คือสิ่งที่ทาง SC Asset ยังคงเดินหน้าทำต่อ โดยการทำแพลตฟอร์มที่เป็นวงกลมแบบ 360 องศา โดยมีลูกค้าอยู่ตรงกลาง สิ่งไหนบ้างที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Home Care, Home Solutions, Transportation, Health, Energy Saving และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่ง SC Asset มีหน้าที่ทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น คอยเติม Solutions ที่ขาดหายให้เต็มอยู่ตลอดเวลา โดยใช้นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตลูกค้าในยุคปัจจุบัน พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชั่น Baan RueJai สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านแล้วเข้ามาเป็นครอบครัวของ SC Asset โดยแอปฯ นี้จะทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้ช่วยของลูกค้าที่รวม Solutions ต่างๆ ที่ Empathize มาแล้วจากลูกค้าเป็นระยะเวลา 16 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ผ่อน ดาวน์ รีไฟแนนซ์ แจ้งซ่อม ล้างแอร์ ฯลฯ และที่สำคัญลูกบ้านยังสามารถติดต่อ Customer Service ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สแตนบายรับเรื่อง ไม่ต้องรอให้ถึงตอนเช้า นอกจากนี้ ในแอปฯ ยังมีสิ่งที่เรียกว่า RueJai Subscription ซึ่งจะเหมือนกับธุรกิจ Subscribe อื่นๆ ทั่วไป มีการคิดค่าบริการรายเดือน เรียกว่าถ้าเป็นเรื่องบ้านก็ครบจบในที่เดียว

CO.Lab Area

1. WAITING & SELFIE AREA
บริเวณทางเข้าจะมีพื้นที่รองรับสำหรับผู้มาติดต่อ ไม่ว่าจะเป็น Messenger หรือ Grab Bike ก็นัดมาเจอที่นี่ได้เลย

2. COMMUNITY MANAGER
เมื่อเข้ามาจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็พร้อมยินดีรับฟัง ไม่ใช่เรื่องงานก็มาคุยได้

3. MANY, MANY HOT DESKS
มุมที่จะช่วยให้ไอเดียคุณบรรเจิด เพราะในส่วนนี้จะมองเห็นวิวจากชั้น 14 ได้รับแสงธรรมชาติ คิดงานเพลินๆ มีทั้งเก้าอี้ติดริมหน้าต่าง, โซฟาหลากหลายแบบ ให้ชวนเพื่อนต่างแผนกมาทำงานสนุกๆ ด้วยกัน

4. DRINK / SNACK / CHAT
เพราะเชื่อว่า บทสนทนาดีๆ หรือ Deep Conversation มักจะเกิดขึ้นเวลาที่เรานั่งดื่มกาแฟด้วยกัน มีเสียงเพลง เบาๆ รู้สึกผ่อนคลายที่จะพูดคุย ในอิริยาบถสบายๆ

5. DEDICATED DESKS
ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือเสียเงินกับร้านคาเฟ่เมื่อต้องประชุมโปรเจกท์กับเพื่อนต่างแผนก จะจองสัก 1 ชั่วโมงไปจนถึงเป็นเดือนๆ ก็สามารถทำได้ (หรือหากไม่มีคนใช้งานก็สามารถนั่งได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า)

6. POD A / POD B
ประชุมแบบใกล้ชิดกับ PODS ที่ออกแบบมาสำหรับการพูดคุยแบบกลุ่มเล็กที่ให้ความรู้สึกแบบส่วนตัว

7. ON THE PHONE
ห้องสำหรับคนที่ต้องการคุยโทรศัพท์เงียบๆ และเป็นห้องจัดรายการ PODCAST ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจลูกค้ากันมากขึ้น

8. LOCKERS
ถือของมาเต็มไม้เต็มมือ ที่นี่ก็มีล็อกเกอร์รองรับสัมภาระให้ทุกคน แต่ไม่รับฝากข้ามคืน เพราะอยากให้แบ่งปันความรู้สึกปลอดภัยนี้ให้กับคนอื่นๆ เช่นกัน

9. SIMULATION ROOM
ห้องสำหรับทดลองออกแบบจริง บนพื้นที่ 120 ตร.ม. เพดานสูง 6 ม. มีพื้นที่สเกล 1:1 ไม่ว่าจะเป็น SINGLE BED หรือ DUPLEX ก็สามารถขึ้น Mock-up ได้อย่างสบายๆ

10. TOWN HALL
จะเปิดตัวสินค้า ประชุม สัมมนา ดูหนัง เชียร์บอล ที่นี่เอาอยู่ เพราะอัฒจันทร์นี้รองรับคนได้มากถึง 100 คนเลยทีเดียว หรือจะชวนเพื่อนๆ มานั่งทำงานชิลชิลก็ได้

11. READING AREA
เมื่อเดินขึ้นมาชั้น 2 จะพบกับมุมอ่านหนังสือ หรือหาข้อมูลกับเบาะนั่ง Beanbag ที่จะช่วยให้คุณพักสมองจากความวุ่นวายได้

12. BRAINSTORMING ROOMS
มีทั้งหมด 2 ห้อง ใช้ชื่อว่า Ruejai (รู้ใจ)และ VOC (Voice of Customer) ตั้งชื่อตามฟังก์ชั่นการใช้งาน เป็นห้องที่เราจะทำงานเพื่อลูกค้า โดยห้องนี้ทุกคนจะได้ขีดเขียนทุกอย่างที่อยู่ในหัวออกมาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง ไถเก้าอี้ไปมา ก็สามารถทำได้ เพราะต้องการให้พายุไอเดียเกิดขึ้นในห้องนี้

   CO.Lab พื้นที่ที่จะช่วย Support ให้พนักงานทุกคนใช้ความคิดอย่างสร้างสรรค์ ออกจากกรอบเดิมๆ ได้ลองนั่งทำงานท่าใหม่ๆ อย่างที่คำของไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน แล้วคุณต้องการผลลัพธ์ที่แปลกใหม่ แปลว่าคุณไม่ฉลาดเอาซะเลย เพราะฉะนั้นถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ใหม่ๆ จงลองเปลี่ยนวิธีการมันซะ” หากองค์กรไหนมองเห็น Core Value ของ SC Asset แล้วอยากนำไปปรับใช้กับองค์กรของตัวเองก็สามารถทำได้ ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นวัฒนธรรมองค์กรใหม่ๆ ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ