DESIGN:——

IN RESIDENCE

เปลี่ยนธรรมชาติของเขาใหญ่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เสียงดนตรี Erix Design Concepts กับการออกแบบบ้านพักตากอากาศที่มีรูปลักษณ์แบบโรงนากับบรรยากาศเรียบง่าย อยู่สบาย และมีที่ว่างไว้ให้ป๊อด ธนชัย อุชชิน ได้ค้บพบความคิดดีๆ กับอิสระในการทำเพลง

Owner:
Thanachai Ujjin

Architect:
Erix Design Concepts
Nattapak Phatanapromchai
Peempat Kodstree
Watcharawut Kokanutpong

Lighting Designer:
Lightboxplus Co., Ltd.

Writer:
Dorsakun Srichoo

Photographers:
Binn Buameanchol
Tanit Phramthed

   “ก่อนท้องฟ้าจะสดใส...ก่อนความอบอุ่นของไอแดด” บ้านสีเทาเข้มเตรียมตัวต้อนรับธรรมชาติกับบรรยากาศสบายๆ พร้อมสายลมจากเขาใหญ่ให้พัดเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศที่เรียบง่ายภายในบ้านที่เปิดโล่งใต้หลังคาจั่วทรงสูงแบบโรงนาของป๊อด ธนชัย อุชชิน “ผมอยากมีบ้านที่อยู่กับธรรมชาติมาประมาณสิบปีแล้วนะ” ธนชัยผู้เป็นเจ้าของบ้านกล่าว “อากาศที่มัน Fresh หรือว่าแสง ประสาทสัมผัสของเรามันได้สัมผัสกับลม ซึ่งปกติเราไม่ได้ปะทะกับลมแบบนี้ในชีวิตประจำวันเลย”

   จากความต้องการบ้านที่อยู่กับธรรมชาติ ณัฐภาคย์ พัฒนาพรหมชัย นำทีมสถาปนิกจาก Erix Design Concepts ออกแบบบ้านพักตากอากาศหลังนี้ให้สอดคล้องและกลมกลืนกับต้นไม้ ไร่นา และวิวภูเขาที่อยู่รอบข้าง อีกทั้งยังสะท้อนบุคลิกและความต้องการเจ้าบ้านออกมาอย่างลงตัวในเวลาเดียวกัน

   บนที่ตั้งซึ่งแวดล้อมด้วยธรรมชาติ และอากาศสดชื่นของเขาใหญ่ การออกแบบบ้านหลังนี้มีจุดเริ่มต้นจากโจทย์ที่เจ้าของต้องการบ้านสำหรับการพักผ่อนในบรรยากาศง่ายๆ โดยมีพื้นที่โล่งๆ ไว้รองรับกิจกรรมต่างๆ ของเขา เพื่อนๆ และแขกที่แวะมาหาความสงบ ที่นี่เป็นครั้งคราว “จริงๆ แล้วความต้องการมีน้อยมากเลยนะ ฟังก์ชั่นของเขามีไม่เยอะมาก” ณัฐภาคย์เล่า “สิ่งที่พี่ป๊อดต้องการคือความโล่ง มีพื้นที่ให้ใช้ทำงานได้ มีหนึ่งห้องนอน และมีชั้นลอยเป็นที่ซึ่งเพื่อนๆ มาแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาได้”

   จากความโล่งของพื้นที่สู่ความเบาสบาย ของการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างถ้วนถี่โดยผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพื่อคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ทำให้เขามีอาการหัวใจเต้นแรงและรู้สึกดีทุกครั้งที่เห็น “ปกติชีวิตมันเต็มไปด้วยข้าวของ มันเต็มไปด้วยเรื่องที่เข้ามาปะทะกับเราเยอะ ก็เลยคิดว่าถ้าเราได้อยู่ในที่ที่มันโล่งที่สุด มันน่าจะทำให้เราเบาสบาย” ธนชัยอธิบาย “ก็เลยเป็นที่มาของบ้านหลังนี้ คือเป็นบ้านที่โล่งแบบศาลาวัด มันให้ความรู้สึกสงบ เหมือนกำลังนั่งเจริญสติอยู่ เพราะที่นี่ชื่อวิลล่าสติ”

   อาคารหลังคาจั่วที่มีหน้าตาคล้ายโรงนากลายเป็นคำตอบที่ลงตัวกับโจทย์ความต้องการจากเจ้าของบ้าน Living Area ของบ้านมีลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ทำหน้าที่คล้ายผืนผ้าใบว่างเปล่า เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกทำกิจกรรมต่างๆ แต่งแต้มลงไปในที่ว่างได้ตามความต้องการ นอกจากนั้น ใต้หลังคาจั่วทรงสูงยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดสรรเป็นชั้นลอยที่สามารถรองรับการใช้สอยที่หลากหลายอีกด้วย “มันคือการใช้ประโยชน์จากความสูงของหลังคา” ณัฐภาคย์อธิบาย “ชั้นลอยก็เป็นพื้นที่โล่งซึ่งเป็นสามเหลี่ยมหน่อยๆ มันเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ นอนได้ นั่งเล่นกีต้าร์ได้ นั่งอ่านหนังสือได้ มีหลายๆ มุมให้เลือกได้ว่าอยากจะอยู่ตรงไหน”

   ความโล่งภายในบ้านเชื่อมต่อและเปิดรับธรรมชาติที่แวดล้อมอยู่ภายนอกเข้ามาผ่านผนังกระจกบานเลื่อนผืนใหญ่ที่ล้อมอยู่ทั้งสามด้านของห้องโถง ประกอบกับการวางผังอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแนวยาวโดยสัมพันธ์กับทิศทางของดินฟ้าอากาศในที่ตั้ง ทำให้แสงแดดและสายลมเข้ามาเป็นสมาชิกสำคัญของบ้านหลังนี้ “ข้อดีของที่ดินตรงนี้คือลมดีมากและไม่มีอะไรมาบัง” ณัฐภาคย์อธิบาย “เราเลยทำอาคารที่มีลักษณะโล่ง อากาศถ่ายเทดี รับลมรับแดดพอดี ลมจะผ่านทางนี้ทั้งปี อยู่ที่นี่แทบไม่ต้องเปิดพัดลมเลย”

   ผังอาคารที่เรียบง่ายตรงไปตรงมามีการไล่ลำดับการเข้าถึงของพื้นที่ใช้งานส่วนต่างๆ และการจัดองค์ประกอบของบ้าน ทั้งกำแพงสูงด้านหน้าบ้าน ผนังห้องนอน ไปจนถึงการใช้ต้นไม้ภายนอก ทำให้บ้านที่เปิดโล่งหลังนี้ไม่เพียงเปิดรับบรรยากาศของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้าน หากยังทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวปราศจากสิ่งรบกวนภายนอก ทั้งรถราบนท้องถนนและเพื่อนบ้านข้างเคียง “เราใช้วิธีการเรียงลำดับของฟังก์ชั่นในแต่ละห้อง” ณัฐภาคย์อธิบาย “ข้างหน้ามีผนังเป็นตัวกั้นโดยที่ยังมีช่องเปิดให้ลมและแสงเข้ามา ฝั่งถนนมีต้นไม้บังทำให้เกิด Privacy ด้านขวาของที่ดินก็เป็นสวนยาง ส่วนที่เหลือมันเป็นแค่ทุ่งที่โล่งกว้างเปิดรับวิวไปถึงภูเขา”

   วัสดุที่เลือกใช้และเทคนิคในการก่อสร้างมีการนำเอกลักษณ์แบบไทยๆ มาประยุกต์ใช้และผสมผสานความร่วมสมัยเข้าไปอย่างลงตัว ตั้งแต่ผนังไม้ตีเกล็ดติดตายสีไม้ธรรมชาติที่อยู่ร่วมกับแผงวีว่าบอร์ดสีดำภายในบ้าน ไปจนถึงหลังคามุงกระเบื้องหม่อมแบบดั้งเดิมที่ได้รับการปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นด้วยการใช้สีพิเศษเป็นสีเทาเข้ม “วิธีการก่อสร้างมีการผสมกัน ฐานรากข้างล่างเป็นปูน เรือนใหญ่เป็นโครงสร้างไม้ โครงหลังคาเป็นโครง Truss ไม้ มีผนังข้างล่างบางส่วนเป็นก่ออิฐฉาบปูน มันเป็นการ Adapt เอาบ้านไทยมาทำใน Scale ที่เปลี่ยนความสูงจากความเป็นบ้านมาเป็นโถงสูง” ณัฐภาคย์เล่า “ของที่ใช้เป็นไทยหมดเลย ทั้งหลังคากระเบื้องหม่อมและผนังโครงไม้ตีเกล็ดติดตาย”

   รูปทรงบ้านที่ดูเรียบง่ายในบรรยากาศที่นิ่งและสงบเกิดจากแนวคิดที่ต้องการสะท้อนตัวตนและบุคลิกเจ้าของบ้านออกมาในการออกแบบที่สงบนิ่ง เปิดรับบรรยากาศจากภายนอกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบภายในบ้าน และเปิดโอกาสให้เจ้าของได้ลองค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน “สิ่งที่แปลกคือความคิดดีๆ มันชอบแว่บเข้ามาเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้” ธนชัยกล่าว “คือเรารู้สึกอยากจะทำดนตรี ทำงานที่มันมีความลอยตัวมีความเป็นอิสระ แต่งเพลงที่มัน Simple มากๆ หรือว่าเราลอง Mix เพลงเลยดูมั้ย”

   ในบ้านที่เรียบง่ายหลังนี้ องค์ประกอบต่างๆ ได้รับการลดทอนให้เหลือไว้เพียงแค่ส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญโดยไม่มีส่วนตกแต่งที่เกินจำเป็น โครงสร้างส่วนฐานของบ้านเป็นคอนกรีตเรียบๆ เผยให้เห็นใต้ถุนที่เปิดโล่งอย่างตรงไปตรงมา ระเบียงไม้รอบบ้านซึ่งไม่สูงจากพื้นมากนักจึงไม่มีราวกันตกและมีเพียงหินก้อนใหญ่ตั้งไว้ใช้แทนบันไดขึ้นลง แม้แต่โครงสร้างหลังคาไม้ก็เผยให้เห็นจันทันยื่นออกมาจากชายคาโดยไม่มีเชิงชายมาตกแต่ง “จริงๆ มันคือตัวพี่ป๊อดเต็มๆ เลยนะ ความเรียบง่ายที่ไม่ซับซ้อนเกินไป” ณัฐภาคย์อธิบาย “อะไรที่เยอะเกินเราก็ตัดทิ้ง เพราะมันไม่จำเป็นต้องมี เราเลือกที่จะโชว์โครงสร้างให้ชัดเจน เลือกดึงบาง Detail ออก เพื่อที่จะให้เห็น Fine Line ของบ้าน”

   ท่ามกลางสีสันของธรรมชาติแวดล้อม ผนังและหลังคาสีเข้มทำให้บ้านหลังนี้ค่อยๆ ละลายหายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับบริบทรอบข้างอย่างกลมกลืน “เราคิดว่าสีเทาเข้มกับสีเขียวของธรรมชาติมันน่าจะไปด้วยกันได้มากที่สุด” ณัฐภาคย์พูด “เราใช้สีเข้มในการทอนอาคารที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ให้ค่อยๆ หายไป ธรรมชาติที่เป็นต้นไม้ที่อยู่รอบนอกก็เด่นขึ้นมา”

   โลกภายนอกมีดอกไม้นานาพรรณ สีสันมากมายกันไป บ้านหลังนี้มีห้องโถง และชั้นสอยที่เปิดโล่งเหมือนผืนผ้าใบว่างเปล่าไว้รองรับกิจกรรมต่างๆ มากมาย มีระเบียงไม้ไว้ให้นั่งห้อยขาลงมาสบายๆ สัมผัสกับสายลมแผ่วพริ้วลิ่วลอยมา ปล่อยให้แสงแดดอ่อนๆ สาดส่อง สายตาพลันสว่างขึ้นมาที่บ้านทรงโรงนาอันสงบ และเรียบง่ายของผู้ชายที่รักติ๋มคนเดียวไม่เคยจะเหลียวใคร