โปรเจกท์นี้คือการออกแบบบ้านสำหรับหนึ่งครอบครัว โดยมีสมาชิก คือ พ่อ แม่ และลูก 3 คน ความต้องการพื้นฐานคือบ้านที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยและครอบครัว มีรูปแบบที่เรียบง่ายสวยงามไม่ล้าสมัยไปตามกาลเวลา มีพื้นที่ให้ลูกๆ ที่พอเพียง และในขณะเดียวกันสร้างความรู้สึกของการอยู่ร่วมกันของครอบครัว

จุดเริ่มต้นของแนวคิดการออกแบบบ้านหลังนี้ คือ ‘The Beauty of the Imperfection’ เปรียบกับความสัมพันธ์ของครอบครัวและของมนุษย์ ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดจากความสมบูรณ์แบบ ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้บนความไม่สมบูรณ์แบบของแต่ละคน แนวคิดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่คุณแม่ของเจ้าของบ้านได้ปลูกต้นสักไว้มา 20 ปี ก่อนจะมาพบว่าต้นไม้ทั้งหมดโดนด้วงป่าแทะเป็นรูจนไม่สามารถใช้งานได้ สถาปนิกมองว่ารอยต่างๆ นี้คือความสวยงามที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และได้ตัดสินใจที่จะหาวิธีออกแบบเพื่อพลิกสิ่งที่เป็นปัญหาให้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรม โดยนำไม้ที่มีปัญหามาออกแบบร่วมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อสะท้อนแนวคิดของความงามและเอกลักษณ์ที่เกิดจากความไม่สมบูรณ์แบบ

การออกแบบวางผังบ้านเป็นรูปตัว L เริ่มต้นจากความต้องการที่จะเก็บรักษาต้นไม้เดิมไว้ สวนจึงเป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นในการวางผัง โดยตัวบ้านจะโอบล้อมพื้นที่สวนไว้ สร้างความเป็นส่วนตัวจากบ้านข้างเคียง เปิดมุมมองของบ้านไปหาต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ข้างเคียง ทำให้พื้นที่ห้องส่วนใหญ่ในบ้านสามารถมองเห็นสวนและต้นไม้ได้ตลอดเวลา

พื้นที่สวนเปรียบเสมือนหัวใจของบ้าน เป็น Outdoor Living Space เชื่อมต่อกับพื้นที่รับแขก พื้นที่ทานอาหาร และครัว ที่พร้อมจะเปิดเชื่อมต่อระหว่างกิจกรรมภายนอกและภายในได้อย่างง่ายๆ ระหว่างห้องรับแขกกับสวนมีพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถนั่งปูเสื่อทานอาหาร หรือนั่งเล่นกันได้อย่างเป็นกันเองแบบไทยๆ มีการนำก้อนหินที่ขุดพบในพื้นที่มาจัดวางเพื่อให้เด็กๆ ปีนเล่น และใช้ขึ้นลงสวนแทนบันได

พื้นที่ภายในมีการดึงธรรมชาติเข้ามาสอดแทรก ภายในบริเวณทางเข้าและโถงบันได มีการออกแบบพื้นที่คอร์ตที่ปลูกต้นปีบเพื่อให้พื้นที่ห้องต่างๆ ได้รับแสงธรรมชาติ และมองเห็นต้นไม้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันคอร์ตนี้ก็ทำหน้าที่เป็น Ventilation Box ใจกลางบ้านในการระบายอากาศ กลิ่นและถ่ายเทความร้อน พื้นที่ของหน้าต่างรอบคอร์ตกลางบ้านช่วยทำให้พื้นที่ห้องส่วนรวมต่างๆ สามารถมองเห็นซึ่งกันและกันได้ สร้างความรู้สึกถึงการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว

ไม้ที่มีปัญหาถูกนำมาแปรรูปให้มีขนาดเล็กพอที่จะสามารถแบ่งไม้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือไม้ที่ไม่มีรูจะถูกนำมาทำพื้น และไม้ที่มีตำหนิจะถูกนำมาใช้ใน Elements ส่วนอื่นๆ ของบ้าน เช่น ผนัง ฝ้า ราวบันได และบานระแนง

ในขณะที่บ้านมีประตูกระจกโดยรอบ บานเฟี๊ยมระแนงไม้จึงถูกออกแบบเพื่อที่สามารถเปิดในช่วงกลางวัน และปิดเพื่อความปลอดภัยตอนกลางคืน

วัสดุต่างๆ ที่ไม่สมบูรณ์แบบได้ถูกนำมาใช้ในองค์ประกอบต่างๆ ของบ้าน เช่น ไม้ที่ถูกด้วงแทะ, ผิวผนังคอนกรีตภายนอกอาคารที่หล่อให้เกิด Texture ใหม่ๆ และแผ่นเหล็กที่ปล่อยให้ขึ้นสนิม วัสดุทั้งหมดได้ถูกเลือกใช้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ลดความสิ้นเปลืองในการดูแลรักษาในระยะยาว และเกิดเป็นความสวยงามด้วยเอกลักษณ์ของตัวเอง

Project Information & Credits

Project Name:  V House
Site Area:   0-2-37 Rais
Building Area:  596 sqm

Owner:   M.L.Varudh Varavarn
Address:   No.44 SoiTonson Ploenchit Road, Lumpini, Patumwan, Bangkok 10330

Architect:   Vin Varavarn Architects
Interior Design:   Vin Varavarn Architects Main Architect:   M.L.Varudh Varavarn
Project Architect:   Songyos Silaluk
Project Interior:   Pakamas Nitipong
Engineers:   Next Innovation Engineering Company limited

Main Contractor:   SPC Technocons Company Limited
Interior Contractor:   S.T. Classic Company Limited

Photographer: Weerapon Singnoi