แห่ง Sonic Youth
คุยเรื่อยเปื่อยในเมลเบิร์น

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2019…5 องศา
เมลเบิร์นหลังจากลงเครื่องเช้าวันนั้น จุดหมายแรกของการไปเมลเบิร์นในครั้งนี้คือการได้เข้าร่วมฟังบรรยายของฟร้อนท์แมนและนักดนตรีคนโปรดของฉันตลอดกาลอย่าง Thurston Moore ที่ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ และเนื่องด้วย นี่ไม่ใช่คอนเสิร์ต ดังนั้นความสำคัญของ session แบบนี้จึงถูกมองข้ามความน่าตื่นเต้นไปอย่างน่าเสียดาย งาน MIFF หรือ Melbourne International Film Festival ปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-18 สิงหาคม โดยตารางและศิลปินรับเชิญส่วนใหญ่จะมาจากสายภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ คนเขียนบท นักวิจารณ์ และ ศิลปิน สำหรับปีนี้นอกเหนือจาก Moore แล้ว ก็ยังมี Nick Cave และ Warren Ellis ที่มาแสดงร่วมกับวงออเคสตร้า วันก่อนหน้าที่เราจะมาถึง
เมลเบิร์นหลังจากลงเครื่องเช้าวันนั้น จุดหมายแรกของการไปเมลเบิร์นในครั้งนี้คือการได้เข้าร่วมฟังบรรยายของฟร้อนท์แมนและนักดนตรีคนโปรดของฉันตลอดกาลอย่าง Thurston Moore ที่ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ และเนื่องด้วย นี่ไม่ใช่คอนเสิร์ต ดังนั้นความสำคัญของ session แบบนี้จึงถูกมองข้ามความน่าตื่นเต้นไปอย่างน่าเสียดาย งาน MIFF หรือ Melbourne International Film Festival ปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-18 สิงหาคม โดยตารางและศิลปินรับเชิญส่วนใหญ่จะมาจากสายภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ คนเขียนบท นักวิจารณ์ และ ศิลปิน สำหรับปีนี้นอกเหนือจาก Moore แล้ว ก็ยังมี Nick Cave และ Warren Ellis ที่มาแสดงร่วมกับวงออเคสตร้า วันก่อนหน้าที่เราจะมาถึง
ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบเรียบง่ายในห้อง Plenary ที่เหมือนห้องฟังบรรยายของนักศึกษา ไม่มีอะไรหวือหวา ฉันกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องหลังจากที่เอื่อยแอะอยู่กับการหยุดมองคาเฟ่ต์และร้านรวงที่คึกคักเพราะเป็นวันเสาร์ อากาศที่หนาวเย็นข้างนอก ฉันได้แต่บอกตัวเองว่า อย่าหลับเชียวนะ
12.40 เริ่มต้นเลทนิดหน่อย และยังมีคนทยอยเดินเข้ามาในห้องประชุมนี้
พิธีกรแนะนำ Thurston Moore และ Jacinta Pearson จาก BBC ออสเตรเสียผู้ทำหน้าที่เป็นคนดำเนินการสนทนานี้ ทุกอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ความน่าสนใจของ session นี้ นอกเหนือจากการได้ฟังนักดนตรีในตำนานอย่าง Moore พูดถึงแรงบันดาลใจตลอดทั้งชีวิตของเขาแล้ว สำหรับนักดนตรี หรือคนทำเพลงไม่ว่าจะเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ทุกคนต่างเฝ้ารอวันนี้หลังจากการเล่นกีต้าร์ให้กับงานภาพยนตร์ของ Maya Deren เมื่อคืนก่อน และในการพูดคุยนี้ ผู้ชมสามารถยกมือถามคำถามได้ด้วย
12.40 เริ่มต้นเลทนิดหน่อย และยังมีคนทยอยเดินเข้ามาในห้องประชุมนี้
พิธีกรแนะนำ Thurston Moore และ Jacinta Pearson จาก BBC ออสเตรเสียผู้ทำหน้าที่เป็นคนดำเนินการสนทนานี้ ทุกอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ความน่าสนใจของ session นี้ นอกเหนือจากการได้ฟังนักดนตรีในตำนานอย่าง Moore พูดถึงแรงบันดาลใจตลอดทั้งชีวิตของเขาแล้ว สำหรับนักดนตรี หรือคนทำเพลงไม่ว่าจะเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ทุกคนต่างเฝ้ารอวันนี้หลังจากการเล่นกีต้าร์ให้กับงานภาพยนตร์ของ Maya Deren เมื่อคืนก่อน และในการพูดคุยนี้ ผู้ชมสามารถยกมือถามคำถามได้ด้วย

เจ้าพ่อแห่งการ Improvise และ Side-Project
“ผมว่าช่วงนี้ผมเหมือนพวกบรรณารักษณ์ที่หงุดหงิดกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ตลอดเวลา” นั่นคือประโยคแรกๆหลังจากที่ Pearson กล่าวทักทาย Moore อย่างเป็นกันเอง
“คุณพอเข้าใจใช่ไหมว่า ช่วงนี้ผมขลุกอยู่กับงานที่เหมือนว่าผมจะถนัดอยู่ตลอดเวลา มีโปรเจ็ทก์มากมาย เหมือนมีหนังสือหลายกองอยู่ตรงหน้าผม แต่ผมไม่เคยพอใจอะไรกับมันสักอย่าง ฟังดูน่ากลัว แต่นี่แหละคือแรงบันดาลใจในการทำงานของผมมาตลอด 30 กว่าปีในวงการนี้”
งานล่าสุดของ Moore คือการทำงานดนตรีควบคู่กับภาพยนตร์ของ Maya Deren ซึ่งอาจจะดูเข้าถึงยาก และเขาเองก็บอกว่า นี่คือโชว์ที่เขาได้ “ปล่อยของ” อีกงานหนึ่ง
อิทธิพลของดนตรี 70’s ที่ Moore กล่าวว่า มันติดตัวเขามาตั้งแต่การเริ่มเป็นดนตรีอาชีพ อุปนิสัยที่ใครอาจจะมองว่าเขาเป็นเก็บเนื้อเก็บตัว แต่จริงๆแล้ว มันเป็นแค่คนมองผ่านดนตรีของเขาทั้งนั้น โดยเฉพาะความเกรี้ยวกราดแบบ Sonic Youth ในสมัย 20 ปีก่อน
“ผมว่าช่วงนี้ผมเหมือนพวกบรรณารักษณ์ที่หงุดหงิดกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ตลอดเวลา” นั่นคือประโยคแรกๆหลังจากที่ Pearson กล่าวทักทาย Moore อย่างเป็นกันเอง
“คุณพอเข้าใจใช่ไหมว่า ช่วงนี้ผมขลุกอยู่กับงานที่เหมือนว่าผมจะถนัดอยู่ตลอดเวลา มีโปรเจ็ทก์มากมาย เหมือนมีหนังสือหลายกองอยู่ตรงหน้าผม แต่ผมไม่เคยพอใจอะไรกับมันสักอย่าง ฟังดูน่ากลัว แต่นี่แหละคือแรงบันดาลใจในการทำงานของผมมาตลอด 30 กว่าปีในวงการนี้”
งานล่าสุดของ Moore คือการทำงานดนตรีควบคู่กับภาพยนตร์ของ Maya Deren ซึ่งอาจจะดูเข้าถึงยาก และเขาเองก็บอกว่า นี่คือโชว์ที่เขาได้ “ปล่อยของ” อีกงานหนึ่ง
อิทธิพลของดนตรี 70’s ที่ Moore กล่าวว่า มันติดตัวเขามาตั้งแต่การเริ่มเป็นดนตรีอาชีพ อุปนิสัยที่ใครอาจจะมองว่าเขาเป็นเก็บเนื้อเก็บตัว แต่จริงๆแล้ว มันเป็นแค่คนมองผ่านดนตรีของเขาทั้งนั้น โดยเฉพาะความเกรี้ยวกราดแบบ Sonic Youth ในสมัย 20 ปีก่อน

“จริงๆผมอยากเป็นมือกลอง”
ทุกคนในห้องหัวเราะครืนคงเพราะความสูงโปร่งของเขา คงทำให้เราจินตรนาการไม่ออกว่า ถ้า Moore เป็นมือกลอง เขาคงดูเด๋อด๋าไม่ใช่น้อย
แน่นอนว่า แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังบอกว่า มันคงจะยากที่ต้องหาเซ็ทกลองที่เหมาะกับความสูงของเขา
“แต่ผมเล่นฟลุ๊ทนะ ตอนอายุ 14-15 แล้วเล่นมันได้ดีมากๆด้วย แต่ผมเลิก เพราะตอนนี้ครูสอนวิชาดนตรีบอกว่า ถ้าต้องเล่นในแบนด์ของโรงเรียน ผมต้องใส่โบว์ไท เท่านั่นแหละ ผมแม่งเลิกเลย”
Moore ในวันนี้เหมือนคุณลุงใจดีและวิทยากรในฝันของนักศึกษาวิชาดนตรีทั้งหลาย เราได้ยินนักศึกษาสองคนที่นั่งข้างๆแอบกระซิบกระซาบกันว่า พวกเขาอยากให้ Moore ไปเป็นอาจารย์สอนวิชาดนตรีแทนที่คนปัจจุบัน
ทุกคนในห้องหัวเราะครืนคงเพราะความสูงโปร่งของเขา คงทำให้เราจินตรนาการไม่ออกว่า ถ้า Moore เป็นมือกลอง เขาคงดูเด๋อด๋าไม่ใช่น้อย
แน่นอนว่า แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังบอกว่า มันคงจะยากที่ต้องหาเซ็ทกลองที่เหมาะกับความสูงของเขา
“แต่ผมเล่นฟลุ๊ทนะ ตอนอายุ 14-15 แล้วเล่นมันได้ดีมากๆด้วย แต่ผมเลิก เพราะตอนนี้ครูสอนวิชาดนตรีบอกว่า ถ้าต้องเล่นในแบนด์ของโรงเรียน ผมต้องใส่โบว์ไท เท่านั่นแหละ ผมแม่งเลิกเลย”
Moore ในวันนี้เหมือนคุณลุงใจดีและวิทยากรในฝันของนักศึกษาวิชาดนตรีทั้งหลาย เราได้ยินนักศึกษาสองคนที่นั่งข้างๆแอบกระซิบกระซาบกันว่า พวกเขาอยากให้ Moore ไปเป็นอาจารย์สอนวิชาดนตรีแทนที่คนปัจจุบัน

ว่าด้วย Sonic Youth ในอดีตและปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าสมาชิกแต่ละคนในวงจะออกไปทำงาน side project และล่าสุดพวกเขาเพิ่งมี live version เพลง Bull In The Heather จากการแสดงสดที่ Battery Pack ในนิวยอร์ก ออกมา แต่ Moore กล่าวว่า ถ้าในอนาคตพวกเขาจะมีอัลบั้มใหม่ มันคงไม่เหลือน Sonic Youth ในวันเก่าๆแล้ว
“ผมอยากให้มันสุดโต่งแบบนั้นอีกนะ แต่พวกเราก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ความรู้สึกมันเหมือน คุณโคตรยากมีรอยสักที่ขา แต่พอนึกอีกที ก็ไม่เอาดีกว่า ด้วยอายุและปัจจัยหลายอย่างสำหรับอายุพวกเราตอนนี้ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย”
“ผมอยากให้มันสุดโต่งแบบนั้นอีกนะ แต่พวกเราก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ความรู้สึกมันเหมือน คุณโคตรยากมีรอยสักที่ขา แต่พอนึกอีกที ก็ไม่เอาดีกว่า ด้วยอายุและปัจจัยหลายอย่างสำหรับอายุพวกเราตอนนี้ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย”

ว่าด้วย Sonic Youth ในอดีตและปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าสมาชิกแต่ละคนในวงจะออกไปทำงาน side project และล่าสุดพวกเขาเพิ่งมี live version เพลง Bull In The Heather จากการแสดงสดที่ Battery Pack ในนิวยอร์ก ออกมา แต่ Moore กล่าวว่า ถ้าในอนาคตพวกเขาจะมีอัลบั้มใหม่ มันคงไม่เหลือน Sonic Youth ในวันเก่าๆแล้ว
“ผมอยากให้มันสุดโต่งแบบนั้นอีกนะ แต่พวกเราก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ความรู้สึกมันเหมือน คุณโคตรยากมีรอยสักที่ขา แต่พอนึกอีกที ก็ไม่เอาดีกว่า ด้วยอายุและปัจจัยหลายอย่างสำหรับอายุพวกเราตอนนี้ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย”
ถึงแม้ว่าเราคงจะไม่ได้ยินงานของ Sonic Youth เร็วๆนี้ แต่สำหรับ Moore ทุกๆวันของเขาคือการทำเพลง อัลบั้มเดี่ยวของเขาที่กำลังจะปล่อยในวันที่ 20 กันยายน ที่ชื่อ Spirit Counsel ที่เราหวังว่าจะได้ยินอะไรใหม่ๆจากอัจฉริยะคนนี้อีก
“ผมอยากให้มันสุดโต่งแบบนั้นอีกนะ แต่พวกเราก็ไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ความรู้สึกมันเหมือน คุณโคตรยากมีรอยสักที่ขา แต่พอนึกอีกที ก็ไม่เอาดีกว่า ด้วยอายุและปัจจัยหลายอย่างสำหรับอายุพวกเราตอนนี้ อะไรปล่อยได้ก็ปล่อย”
ถึงแม้ว่าเราคงจะไม่ได้ยินงานของ Sonic Youth เร็วๆนี้ แต่สำหรับ Moore ทุกๆวันของเขาคือการทำเพลง อัลบั้มเดี่ยวของเขาที่กำลังจะปล่อยในวันที่ 20 กันยายน ที่ชื่อ Spirit Counsel ที่เราหวังว่าจะได้ยินอะไรใหม่ๆจากอัจฉริยะคนนี้อีก

การพูดคุยทั้งหมดของ session อยู่ที่ราวๆ 50 นาที Moore ดูเหนื่อยอ่อนเล็กน้อยคงเพราะการเดินทางและโชว์เมื่อคืนก่อน เขาบอกว่าไม่ค่อยชินกับอากาศแบบนี้เท่าไหร่ แต่หวังว่าทุกคนจะสนุกกับทุกๆงานใน MIFF
“อ้อ…ผมมีเสื้อยืดและกระเป๋าวางขายอยู่หน้าห้องประชุมนะ เผื่อใครอยากได้”
นั่นเป็นการปิดท้ายการเสวนาแบบน่ารักและเป็นกันเอง ก่อนที่จะมีนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวหน้ายกมือถาม และ Moore ทำไม้ทำมือบอกว่า เดี๋ยวไปคุยกันด้านนอกของห้องประชุม และทุกคนทยอยเดินออกจากห้องนั้น เพื่อไปผจญความหนาวข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง
“อ้อ…ผมมีเสื้อยืดและกระเป๋าวางขายอยู่หน้าห้องประชุมนะ เผื่อใครอยากได้”
นั่นเป็นการปิดท้ายการเสวนาแบบน่ารักและเป็นกันเอง ก่อนที่จะมีนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวหน้ายกมือถาม และ Moore ทำไม้ทำมือบอกว่า เดี๋ยวไปคุยกันด้านนอกของห้องประชุม และทุกคนทยอยเดินออกจากห้องนั้น เพื่อไปผจญความหนาวข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง