The Mae Hong Son Loop:
สองสาว สองคัน สามพันกว่าโค้ง
สำหรับคนรักโค้งหลงเขา คุณต้องมาโดนค่ะ แม้จะยังขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ทั่วไทย ไปแค่ไม่กี่ที่ แต่หลิงขอยกให้เส้นแม่ฮ่องสอนลูปเป็นเส้นทางที่มีโค้งเยอะที่สุดและขี่สนุกที่สุด ส่วนวิวทิวทัศน์ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันสวยจนทำให้เราลืมเหนื่อย ถนนหนทางก็จัดว่าดีทีเดียว ชาวต่างชาติยังต้องมา แล้วทำไมเราจะไม่ไป?!
ทริปนี้ไปแบบเล่นๆ แต่ขี่จริงจัง และปุบปับมากๆ ปักหมุดแรกที่บ้านน้องเท็น ศุภลักษณ์ แม่สะเรียง แล้วก็แวะไปนอนบ้านน้องจอย พิมพ์พิศา ที่แม่ฮ่องสอน จากนั้นก็ยาวไปปาย จังหวะดีที่น้องจอยต้องมาสัมมนาที่เชียงใหม่ ทริปนี้จึงเริ่มต้นที่เชียงใหม่ไปกันสองสาวสองคัน กลายเป็นทริปสั้นๆ 5 วัน 4 คืน (10-14 มกราคม 2562): เชียงใหม่ - แม่สะเรียง - แม่ฮ่องสอน - ปาย - เชียงใหม่
วอท อิส The Mae Hong Son Loop?

หลิงเพิ่งรู้จักแม่ฮ่องสอนลูปหรือวงแหวนแม่ฮ่องสอนเมื่อสัก 3-4 ปีมานี้เอง ก็เพราะมอเตอร์ไซค์นี่แหละ เคยขี่เที่ยวเส้นนี้เมื่อปี 2016 กับกลุ่มเพื่อนๆ ไทรอัมพ์ แต่ด้วยเวลาจำกัดจึงตัดแค่ครึ่งลูปไปดอยอินทนนท์ ไม่ได้ไปแม่สะเรียง หลายคนรู้จักเส้นทางสู่แม่ฮ่องสอน 1864 โค้ง ทั้งนักปั่นและนักบิดต่างก็อยากจะมาพิชิตเส้นทางหลายพันโค้งที่นี่ ด้วยเพราะเส้นทางสวยงาม เป็นโค้งไปมาตามแนวเขา รวมระยะทางราว 600 กม.
แต่แม่ฮ่องสอนลูป มีอะไรน่าสนใจกว่านั้น ก็ตอนที่ได้อ่านเจอบทความทางเฟซบุ๊คเพจของ Riverhouse Hotel, Mae Sariang ซึ่งเขียนโดย ทิพากร ศุภลักษณ์ เจค็อบเซน นั่นแหละ เพราะเส้นทางลูปนี้ถูกปักหมุดโดย นายเดวิด อังเคอวิช (David Unkovich) นักบิดชาวออสเตรเลีย เมื่อปี ค.ศ.1991 โดยเขียนหนังสือเส้นทางท่องเที่ยวด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ ชื่อว่า The Mae Hong Son Loop, A Touring Guide และเกือบสิบปีต่อมาได้พัฒนาทำเป็นแผนที่เส้นทาง The Mae Hong Son Loop guide map ซึ่งตีพิมพ์และวางขายโด่งดังไปทั่วโลก
แม่ฮ่องสอนลูปนี้จะเริ่มต้นที่เชียงใหม่แล้วกลับมาจบที่เชียงใหม่อีกครั้ง คือ เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน-แม่สะเรียง-แม่แจ่ม-ดอยอินทนนท์-เชียงใหม่ โดยจะเลือกวนซ้ายหรือวนขวาเพื่อให้ครบลูปก็เอาที่เราสบายใจ ใช้เวลาอย่างต่ำประมาณ 4 วัน ขี่เที่ยวชิลล์ๆ ไปเรื่อยๆ ใครมีเวลามากกว่านั้นก็คุ้มค่าที่จะใช้เวลาในเส้นทางนี้ค่ะ
เส้นทางนี้ยังเป็นหนึ่งในเส้นทางในฝันของสิงห์นักบิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้ง เพราะสวยและดีไม่แพ้เส้นทางขี่มอเตอร์ไซค์ดังๆ ในต่างแดนอย่าง พิเรเนลูป (Pyrenees Loop) ในยุโรป ที่มีระยะทางกว่า 2,400 กิโลเมตรคาบเกี่ยวฝรั่งเศสและสเปน หรือ เดอะ เกรท โอเชียน โรด (The Great Ocean Road) ที่ออสเตรเลีย ระยะทาง 290 กิโลเมตร ที่สำคัญ เหล่าไบเกอร์ที่ไปมาแล้วทั่วโลก ยังบอกว่าไม่เคยเจอโค้งที่ไหนเยอะยาวติดกันเป็นหลายร้อยกิโลเมตรแบบเส้นทางแม่ฮ่องสอนลูปของไทยเรา และระหว่างที่ขี่ในเส้นทางนี้ คุณจะได้เจอกับนักบิดชาวต่างชาติตลอดเส้นทางอย่างไม่ต้องแปลกใจ
สิงห์เหนือ vs เสือใต้

ขอบคุณมอเตอร์ไซค์ที่ทำให้หลิงได้รู้จักน้องจอย พิมพ์พิศา เราคุยกันผ่านเฟซบุ๊คอยู่เป็นปีๆ แล้วก็ได้นัดเจอกันที่แม่ฮ่องสอนตอนหลิงไปขี่เที่ยวกับเพื่อนๆ เมื่อปี 2016 การกลับมาเจอกันครั้งนี้ในช่วงเวลา 3 ปีเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เพราะมีหลายอย่างที่ทำให้เราคิดถึงกันจนต้องนัดเจอกันอีกหน

หลิงปรึกษาจอยเรื่องเส้นทางเพื่อวางรูตติ้ง กำหนดวัน จองที่พัก เก็บกระเป๋า ทั้งหมดนี้เราคุยกันแค่สองวันแล้วก็สตาร์ทรถออกเดินทาง! ในฐานะที่จอยเป็นเจ้าถิ่นซึ่งเคยขี่มอเตอร์ไซค์ไปมาในเส้นทางเชียงใหม่ - แม่สะเรียง - แม่ฮ่องสอน - ปาย อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยขี่ครบลูปสักที สาวสงขลาอย่างหลิงเลยยกหน้าที่ให้จอยขี่นำ เพราะไม่รู้เส้นทางและจะได้ไม่ต้องคอยเปิด Google Map เหมือนตอนไปคนเดียว ทฤษฎี ‘สบายใจจังให้เพื่อนนำทาง’ นำมาใช้ได้ดีในโอกาสนี้ค่ะ ข้อดีของมันก็คือ ขี่ตามอย่างเดียวโดยไม่ต้องกังวล เราตกลงเรื่องความเร็วในการขับขี่กันไว้ที่ 100-120 กม./ชม.สำหรับทางตรง ส่วนในเขาเราทำความเร็วได้ไม่มากตามสภาพของโค้ง การขี่กันไปสองคันหรือกลุ่มเล็กๆ แบบนี้เราสามารถขี่สลับกันเป็นผู้นำหรือผู้ตามได้ตามโอกาส พอขี่ด้วยกันสักพักเราจะเริ่มจับสไตล์การขี่ของเพื่อนได้ แล้วก็ค่อยๆ ปรับจังหวะขี่เกาะกลุ่มไปด้วยกันก็จะทำให้การขับขี่ไม่เครียดและสนุกขึ้น

แต่ๆ เดี๋ยวก่อนค่ะ... พอเราไม่คุ้นทาง ก็จะไม่รู้โค้ง น้องจอยเลยขี่นำลิ่วไปแบบพริ้วๆ เลยจ้าาาาา!!!
แม่สะเรียง แม่เงา เราสามคน

เรามุ่งหน้าไปแม่สะเรียงเป็นอันดับแรก ด้วยทางหลวงหมายเลข 108 ช่วงระหว่างฮอดไปทางอุทยานแห่งชาติออบหลวงถนนจะเลียบขนานไปกับแม่น้ำแม่แจ่ม พอมีโค้งให้ขี่วกเวียนไปมาตามไหล่เขา ซึ่งเป็นถนนลาดยางอย่างดี ถนนเส้นนี้วิวสวยและขี่สนุกทีเดียวค่ะ

ใครมาเส้นนี้จะต้องผ่านสวนสนบ่อแก้วหรือสถานีวนวัฒนวิจัยบ่อแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ทดลองปลูกสนภูเขาชนิดต่างๆ ที่นำพันธุ์มาจากต่างประเทศ เพื่อหาพันธุ์ที่เหมาะสมมาปลูกบนป่าเสื่อมโทรมบนดอยทางภาคเหนือ ต้นสนเหล่านี้ปลูกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2509-2510 มีอายุกว่า 50 ปี จำนวนหลายพันต้นบนพื้นที่หลายร้อยไร่ในเนื้อที่ทั้งหมดประมาณสองพันไร่ อากาศที่นี่ชื้นและเย็นตลอดปี ในหน้าหนาวช่วงเช้าๆ จะเต็มไปด้วยหมอกสวยงามเป็นที่สุด มีลานสามารถกางเต็นท์ได้ แต่ห้องน้ำห้องท่าจะไม่ค่อยสะดวกนัก
เราพักแม่สะเรียง 2 คืนที่ Riverhouse Hotel, Mae Sariang ซึ่งเป็นธุรกิจของคุณพ่อน้องเท็น ศุภลักษณ์ ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2001 อาคารไม้สวยงามหลังนี้ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำยวม และเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติที่มาขี่มอเตอร์ไซค์พิชิตแม่ฮ่องสอนลูปมาเกือบ 20 ปีแล้ว และแผนที่แม่ฮ่องสอนลูปที่พูดถึงในตอนต้นก็ติดอยู่บนผนังในล็อบบี้ของโรงแรมแห่งนี้ด้วย
หลิงรู้จักกับเท็นตอนขี่ไปเที่ยวลาวด้วยกัน 6 คันกับกลุ่ม 8080 Cafe เมื่อปี 2016 ซึ่งเป็นทริปขี่มอเตอร์ไซค์ในต่างประเทศครั้งแรกของหลิง หลังจากนั้นเราก็ออกทริปด้วยอยู่บ้างแบบนานๆ เจอกันที เท็นอาสาพาหลิงกับจอยไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแม่เงาซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองแม่สะเรียงไปประมาณ 50 กม. ซึ่งเงียบสงบมากๆ เหมาะจะมาแคมปิ้ง มีห้องน้ำ ห้องพัก และลานกางเต็นท์ แต่ต้องนำอาหารเข้ามาทำกินเอง มีแม่น้ำเงาให้ความสดชื่นเย็นสบายตลอดปี ในหน้าแล้งน้ำจะใสเหมือนกระจกซึ่งเป็นที่มาของชื่อแม่น้ำเงา ถนนหนทางถือว่าดีงาม พอมีโค้งให้ได้ขี่สนุกอยู่บ้าง ก่อนจะเข้าอุทยานจะเป็นถนนซีเมนต์เส้นเล็กเป็นเนินชันสูงๆ ต่ำๆ ถ้าฝนตกอาจต้องระวังลื่นไถล แล้วก็อีกเช่นเคยค่ะท่านผู้ชม...อีน้องเท็นเจ้าถิ่นมันขี่นำลิ่วพริ้วหายไปกับสายลม สองสาวบิดตามจนตาเหลือกเกือบไม่ทันกันเลยทีเดียวค่ะ
แม่สะเรียงอยู่ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ 200 กม.เท่านั้น เหมาะกับการขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยวพักผ่อน จะไปเช้า-เย็นกลับก็ยังได้ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ เรียบง่ายและอากาศเย็นสบายตลอดปี สามารถเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเมืองได้สบายๆ วิถีชีวิตยังคงเป็นแบบเดิม ร้านค้าเก่าแก่มากมายยังคงเปิดกิจการอย่างเป็นปรกติสุข หลิงชอบชีวิตที่นี่ เพราะมันไม่หวือหวา มีความน่ารัก เรื่อยๆ ชิลล์ๆ ไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวมากจนเกินไป อาหารพื้นเมืองก็อร่อยมากๆ ด้วย แนะนำ ‘ร้านไส้อั่ว เนื้อทุบ แม่หลวงเพ็ญ’ ที่อร่อยเด็ดเจ็ดสิบย่านน้ำจริงๆ หลิงกินจนพุงกางตาปรือเดินออกจากร้านเลยค่ะ...คิดดู๊!!
มอเตอร์ไซค์และหัวใจอิสระ

ออกจากแม่สะเรียง เรามุ่งหน้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนตอนเก้าโมงเช้า ช่วงมกราคมอากาศเย็นที่สิบกว่าองศา มีหมอกในตอนเช้า เราขี่กันไปแบบตัวสั่นๆ ฟันกระทบปากจนต้องจอดพักระหว่างทางหากาแฟอุ่นๆ กินคลายหนาว จากนั้นก็แวะปางอุ๋งก่อนเข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ที่นี่มีเต็นท์พร้อมเครื่องนอนให้ครบ มีห้องน้ำ มีบ้านพักร่วมโครงการที่บริหารจัดการโดยชาวบ้าน มีร้านอาหารคอยให้บริการ บางร้านสั่งหมูกระทะปิ้งย่างเข้ามาทำกินที่เต็นท์หรือที่พักได้ด้วย สะดวกไปอีกแบบค่ะ
ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากๆ แต่เราขี่กันไปเรื่อยๆ แวะเที่ยวเล่นระหว่างทางแค่ไม่กี่ที่ คืนนี้นอนบ้านน้องจอย พรุ่งนี้เราขี่ไปนอนที่ปายแล้วค่อยแยกย้ายกันที่นั่น หกโมงเช้าจอยต้องขี่พายุทะลุหมอกออกจากปายกลับไปประชุมที่แม่ฮ่องสอน ส่วนหลิงก็อ้อยอิ่งทิงนองนอยแล้วค่อยมุ่งหน้ากลับเชียงใหม่ เสียดายที่วันหยุดของจอยมีน้อยไปนิด แต่เราก็คิดทริปหน้ารอไว้แล้ว จะเป็นที่ไหนเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที เราสองคนแค่อยากออกไปขี่มอเตอร์ไซค์ให้ลมปะทะหน้า ให้หัวใจได้ออกมาโลดเต้นเป็นอิสระก็เท่านั้น
การได้ออกทริปด้วยกันทำให้เรารู้จักแง่มุมของกันและกันมากขึ้น หลิงชอบความรู้สึกนี้ มันเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่น่าจดจำ และทำให้หลิงอยากขี่มอเตอร์ไซค์ไปเจอเพื่อนอีกหลายคนที่รู้จักกันแค่ทางโซเชียลมีเดีย

เพราะ ‘โลกเสมือน’ ไม่เหมือน ‘โลกแห่งความจริง’
ประสบการณ์จริงเป็นสิ่งที่ต้องออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง

Story: Ling Bhirada
Photo: Ling Bhirada, Riverhouse Hotel Mae Sariang