
สองผู้ทรงอิทธิพลที่ขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นให้กลายเป็น Sub-Culture ใหม่ที่สร้างสีสันในวงการแฟชั่นบ้านเรา ปิ๊น-อนุพงศ์ คุตติกุล ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง CARNIVAL ร้านจำหน่ายสนีกเกอร์และเสื้อผ้าสตรีทแฟชั่น เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 จากร้านขายรองเท้าคอนเวิร์สเล็กๆ สู่การเป็นเจ้าตลาดสตรีทแวร์ของเมืองไทยที่มีหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ และปลุกกระแสให้กับวงการสตรีทแวร์ของเมืองไทย รวมถึงอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยการพาแบรนด์ CARNIVAL ไป Collaborate กับแบรนด์ระดับโลกมากมาย และ จี๊ด-สมบูรณ์ เมืองสิริขวัญ ครีเอทีฟ และเจ้าพ่อวงการ Sneakerhead ของไทยที่รันวงการ
สตรีทแวร์มายาวนานกว่า 20 ปี เป็นหนึ่งในกูรูด้านสตรีทแฟชั่น และนักสะสมรองเท้าตัวยงโดยเฉพาะรุ่น Limited Edition หายาก พร้อมความรู้ลึกเรื่องดีเทลของรองเท้าทุกคู่ที่สะสม พวกเขาทั้งสองคนอาศัยโอกาสที่ได้ออกเดินทางพบปะกับดีไซเนอร์แบรนด์ดังต่างๆ มากมาย ก่อตั้ง SUB_CULTS เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอเรื่องราวความรู้ต่างๆ พร้อมทั้งมีโปรเจกท์ร่วมทำงานสร้างสรรค์กับเหล่าคนในแวดวงสตรีทแฟชั่นให้เป็นที่ยอมรับทั้งในเเละต่างประเทศ

Photographer:
Suppha-riksh Phattrasitthichoke
Writer:
Pruetthikorn Ma-Ngam
Facebook:
subcultsvision
Instagram:
pintcarnival,
jeeeeed

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์การแต่งตัวสตรีทแฟชั่นในบ้านเราตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะแค่ในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่เราจะเห็นได้กับคนทุกวัยที่สวมใส่สนีกเกอร์รุ่น Limited รวมไปถึงแบรนด์สตรีท Local ที่ผุดเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นเท่ๆ ออกมาให้เลือกช้อปบนเฟซบุ๊กฟีดกันทุกสัปดาห์ อย่างที่รู้กันดีว่าทุกวงการนั้นจะมีกูรู หรือมีผู้ที่คลุกคลีกับสิ่งที่ตัวเองสนใจจนกลายเป็น Influencer และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งถ้าเป็นวงการ Street Culture ในปัจจุบันแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก 2 คนนี้ ปิ๊น - อนุพงศ์ คุตติกุล และจี๊ด - สมบูรณ์ เมืองสิริขวัญ ผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังรายการ sub_cults รายการที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนรักสตรีทแวร์ได้อย่างถึงแก่น ของดีไม่เก็บไว้ดูคนเดียวแน่นอน เราจึงคว้าตัวมานั่งพูดคุยถึงสิ่งที่กำลังทำ พร้อมเผยโปรเจกท์ปลายปีที่พวกเขา 2 คนตั้งใจจะสร้างปรากฏการณ์ให้วงการสตรีทคัลเจอร์ในบ้านเราได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก


“รายการ sub_cults มันเกิดจากผม และพี่จี๊ด คือเราสองคนต้องเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย ซึ่งมันมีโอกาสได้เจอคน เจอที่ใหม่ๆ ระหว่างทางมันมีเรื่องราวเยอะมาก และด้วยความที่เราอยู่ในวงการสตรีทแฟชั่นและสนีกเกอร์ ก็เหมือนกับว่าเราได้ไปเจอ ไปเห็นมุมมองที่คนทั่วไปอาจจะไม่ได้เจอ ได้ไปเจอบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อวงการสตรีทคัลเจอร์ที่คนทั่วๆ ไปไม่สามารถเข้าถึงได้ อย่างครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ชาวญี่ปุ่น ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์ดังๆ ระดับโลก ผมก็เลยคิดกับพี่จี๊ดว่า ไหนๆ เราก็มีโอกาสได้เดินทางไปเจอบุคคลเหล่านั้นแล้ว ทำไมเราไม่ถ่ายเป็นรายการออกมาให้คนอื่นดูด้วย คืออยากจะแชร์ให้คนอื่นได้ดูด้วย ก็เลยคุยกับพี่จี๊ด จึงเกิดเป็นรายการชื่อว่า sub_cults นี้ขึ้นมาครับ”
“ใช่ครับ ก็อย่างที่ปิ๊นบอก คือเราสองคนมีคนที่ชื่นชอบอะไรคล้ายๆ กับพวกเราติดตามค่อนข้างเยอะ ที่อยากรู้ว่าไลฟ์สไตล์ของพวกเราเป็นอย่างไร ซึ่งผมกับปิ๊นจะเจอคำถามที่ว่า ซื้อของที่ไหน ไลฟ์สไตล์เป็นยังไง ทำงานอะไร ประกอบกับการที่เราได้เดินทางด้วย ก็เลยตกลงกันว่าทำรายการเลยแล้วกัน จะได้แชร์ประสบการณ์ที่เราไปเจอมาให้ทุกคนได้รู้ไปพร้อมกัน บางทีสิ่งที่ผมสองคนไปเจอมาผมรู้สึกว่ามันอินไซด์มากๆ มันไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ซึ่งมันน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง” - จี๊ดกล่าว
แต่ความสนุกของรายการนี้นอกจากจะได้ข้อมูลที่ลึกกว่าชาวบ้านแล้ว เรายังได้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติของการถ่ายทำ เลยอยากรู้ว่าใครเป็นโปรดิวเซอร์รายการ จี๊ดช่วยเล่าให้ฟังหน่อย “ธรรมชาติสิครับ เพราะนึกอะไรออกก็พูดตอนนั้นเลย (หัวเราะ) คือเป็นรายการที่ไม่มีสคริปท์ อาจจะบรีฟกับปิ๊นนิดนึงว่าเปิดรายการจะพูดอะไร วันนี้จะไปทำอะไร เจอใครบ้าง เป็นโอกาสพิเศษยังไง แล้วจากนั้นก็ด้นสดหมดเลย จะเห็นว่ารายการจะสดมาก แต่สิ่งที่ได้คือความเป็นธรรมชาติของพวกเรา ส่วนเรื่องการถ่ายทำคือ ถ่ายเอง สลับกันถ่ายบ้าง ผมจะตัดต่อเอง เลือกเพลงประกอบรายการ ฟุตเทจของ sub_cults จะเรียบง่ายไม่มีกราฟิกฉูดฉาด เน้นเนื้อหาที่เราไปเจอมามากกว่า และสำหรับพิธีกรดำเนินรายการผมยกให้เป็นหน้าที่ปิ๊นเลยครับ เพราะปิ๊นพูดจาน่าฟัง และพูดรู้เรื่องมากกว่าผม ในขณะที่ผมจะเป็นการด้นอย่างเดียวเลย คนที่ดูรายการประจำจะรู้ว่า ปิ๊นพูดรู้เรื่อง ผมพูดไม่รู้เรื่อง

“และเรื่องความพิเศษของรายการที่บอกว่าเรามีโอกาสได้ไปเจอบุคคลสำคัญในวงการ อย่างครั้งนึงเราไปงาน YO’HOOD เป็นงาน Street Expo ที่เมืองจีน คือเราได้คิวสัมภาษณ์ Errolson Hugh ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Acronym ซึ่งเขามีปล่อยรองเท้าช่วงเวลานั้นพอดี ด้วย Connection ที่เรามีจึงได้คิวสัมภาษณ์พิเศษนั้นมา ซึ่งผมมองว่าอันนี้มันเป็นคอนเทนต์ที่มี Value พอคนดูได้ดูคอนเทนต์ก็จะรู้สึกว่ามันแตกต่างจากรายการท่องเที่ยว หรือ Vlog ท่องเที่ยวอื่นๆ ในขณะเดียวกันผมกับปิ๊นก็ตกลงกันว่า เราจะไม่ตีกรอบรายการตัวเองว่าจะต้องเป็นการเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น แต่อาจจะเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจภายในประเทศก็ได้ เป็นอีเวนต์หรืออะไรบางอย่างที่เราเห็นว่ามันน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับ Subculture เราก็จะหยิบมานำเสนอ”


“ซึ่งทุกวันนี้มีคนทำอะไรแบบนี้เยอะมาก จะเห็นว่ามี Youtuber เกิดใหม่ขึ้นทุกวัน แต่ของเราคือเราไม่ได้พาไปเที่ยวอย่างเดียวแต่เราไปทำงานด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่นำเสนอออกมาแน่นอนว่ามันมีความน่าเชื่อถือ เพราะทุกที่ที่เราไปมันคือไลฟ์สไตล์ของเราสองคนจริงๆ ไม่ได้เฟค หรือว่าเห็นมันฮิตเราถึงจะไป แต่ที่เราไปคือเราไปทำงานจริงๆ แฟนรายการส่วนใหญ่ของเราก็จะเป็นคนที่ชื่นชอบสตรีทแฟชั่น และสนีกเกอร์กันอยู่แล้ว เขาก็จะอิน เพราะว่ามันได้ดูอะไรในแบบที่พวกเขาสนใจ และอย่างที่พี่จี๊ดบอก คอนเทนต์มันมี Value ครับ อย่างตอนนี้เป็นเรายการ แต่ในอนาคตเราอาจจะไปทำอย่างอื่นก็ได้” - ปิ๊นกล่าวเสริม

PLATFORM66
สตรีทคัลเจอร์อีเวนต์ที่ใหญ่ที่สุด
ปลายปีนี้ sub_cults กำลังจะมีโปรเจกท์ใหญ่ ที่เกิดจาก Passion ของทั้ง 2 คน ที่ชอบเรื่องสตรีทแฟชั่น สนีกเกอร์ การแต่งตัว การเดินทาง หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ Subculture และโปรเจกท์ที่ว่านี้คือการจัดงาน Street Culture ที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรกในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า Platform66 ที่นำเลขรหัสประเทศไทยมาเล่น เพื่อต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งจุดที่เมื่อพูดถึง Street Culture ใน Southeast Asia แล้วกรุงเทพฯ คือหนึ่งในนั้น และตั้งใจจัดเป็นประจำทุกปี ซึ่งมันก็จะทำให้สิ่งที่พวกเราทำอยู่ ทั้งในแง่ของแบรนด์ และคอมมูนิตี้ เติบโตขึ้นไปอีก พร้อมทั้งส่งเสริมให้อุตสาหกรรมนี้ดียิ่งขึ้นไป ให้ต่างประเทศเห็นว่าคัลเจอร์นี้ในเมืองไทยนั้นแข็งแรงมาก และทุกคนก็จะได้ประโยชน์จากงานนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
“สิ่งที่จะได้เห็นในงานอีเวนต์ Platform66 หลักๆ เลยก็จะมีแบรนด์สตรีทแวร์ดังๆ มาเปิดบูธ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า งานศิลปะ ซึ่งแต่ละบูธก็จะเตรียมความพิเศษมามอบให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นสินค้า โชว์เคสต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม และที่สำคัญยังมีสินค้าที่เป็นตัวพิเศษที่แต่ละแบรนด์เตรียมมาขายที่งานนี้โดยเฉพาะ นึกภาพง่ายๆ ก็จะเหมือนกับงาน Motor Show แต่เปลี่ยนคอนเทนต์จากรถมาเป็นเรื่อง Street Culture เพราะนอกจากจะมีของขายแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งนับเป็นอีกงานที่คาดว่าจะสร้าง Experience ที่ใหม่มากๆ ให้กับประเทศไทย”



ปิ๊น - อนุพงศ์ คุตติกุล
“หลายคนมักจะถามผมเกี่ยวกับวงการสตรีทแฟชั่นครับ ว่าตอนนี้มันเป็นยังไง แล้วอนาคตมันจะเป็นยังไง คือเมื่อก่อนสตรีทแฟชั่นมันยังไม่เป็นที่นิยมมากขนาดนี้ แล้วก็วงการรองเท้าก็จะนิยมในเฉพาะกลุ่มมากกว่า คนที่ศึกษารองเท้าเท่านั้นที่จะเดินมาซื้อรองเท้าไปใส่ แต่ปัจจุบันโลกมันไปไกลมาก เพราะอินเทอร์เน็ตมันเชื่อมกลุ่มคนเหล่านั้นให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและเร็ว ทำให้กระแสสตรีทแฟชั่นกลายเป็นกระแสหลัก ที่สำคัญทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสนีกเกอร์เฮด หรือคนที่สะสมรองเท้า พอเขาเห็นสวยก็ซื้อใส่เลย มันก็เลยทำให้วงการสนีกเกอร์ หรืออุตสาหกรรมนี้มันโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนอาจจะต้องมาศึกษาแล้วว่าเราชอบอะไร เราซื้อของอะไร เพื่อที่จะได้ของที่เราชอบจริงๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าวงการสตรีทแฟชั่นจากเมื่อก่อนที่มันเฉพาะกลุ่ม แต่ตอนนี้มันกลายเป็น Mainstream เรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่า ดารา นักร้อง เซเลบทุกคนใส่ แล้วกระแสของสินค้าบูมมากถึงกับมีคนมาต่อคิวซื้อ มาจับฉลาก ผมว่ามันเป็นอนาคตที่ดี แล้วก็อย่างธุรกิจของผมเอง มันก็โตไปในทางออนไลน์ค่อนข้างเยอะ นอกจากจะขายหน้าร้านอย่างเดียว ซึ่งเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ คือเรามีการทำเว็บไซต์ ทำแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้ลูกค้าของเราซื้อของได้ง่ายขึ้นผ่านอินเทอร์เน็ต ผมก็กำลังพัฒนามันอยู่เรื่อยๆ และ Next ของผมก็น่าจะเป็นในเรื่องของออนไลน์นี่แหละครับ”
จี๊ด - สมบูรณ์ เมืองสิริขวัญ
“ของผมก็คงเป็นเรื่องของเทรนด์แฟชั่น หรือว่าเป็นเรื่องคอนเทนต์มากกว่า ส่วนตัวผมจะเจอคำถามที่ว่า ใส่อะไรดีพี่? เทรนด์ต่อไปจะเป็นยังไง? ผมก็จะตอบพวกเขาเสมอว่า ใส่ที่ตัวเองชอบ ชอบอะไรก็ใส่อย่างนั้น แต่หากถามว่าเทรนด์จะเป็นยังไงเนี่ย ผมว่าพวกเทรนด์รองเท้าวิ่งแบบวินเทจ พวกโมเดลเก่าๆ จะกลับมา ซึ่งหลังๆ มาเราจะเห็นการ Collaboration ของรองเท้าประเภทนี้ออกมาเรื่อยๆ อาจจะปรับหรือบิดไปนิดๆ หน่อยๆ แต่มันก็ยังอยู่ในเทอมของรองเท้าวิ่งที่เป็นแบบ Running Vintage อยู่ ส่วนอีกสิ่งนึงที่ผมมองว่าน่าสนใจคือเรื่องของคอนเทนต์ ทุกวันนี้ใครก็สามารถเป็น Creator ได้หมดแล้ว และคอนเทนต์ของเด็กรุ่นใหม่ก็ทำได้น่าสนใจมากๆ แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะคงความสดใหม่ได้นานขนาดไหน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ พอผมเห็นคอนเทนต์ดีๆ มันก็เหมือนเป็นการเติมไฟให้ตัวเอง เป็นแรงผลักดันให้ทำคอนเทนต์ต่อๆ ไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะอย่างผมเองก็อยู่ในสายงานครีเอทีฟ ก็จะต้องเสพเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเวลา”
