

สถาปัตยกรรมมีเสียง “SOUND BRICK” งานวิจัยจำแนกภาษา “เสียง” 5 ประเภท ที่เติมเต็มอารมณ์ร่วมจากสถาปัตยกรรมอิฐ
Design: Architecture:——
Research
Translated & Rewritten:
Nada Inthaphunt
Source:
‘‘SOUND BRICK” Boonserm Premthada, Arcasia Design Research Lecture Series 2015
สถาปัตยกรรมมีความสำคัญต่อบทบาทการสร้างเมือง ในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคมเสมอมา ซึ่งช่องทางการสื่อสารของสถาปนิกคือการออกแบบรูปร่างที่ร้อยเรียงจากภาษา ในขณะความลึกล้ำของมิติการเกิดภาษาสามารถสร้างขอบเขตได้กว้างไกลเกินกว่าความสวยงามที่ใช้งานได้ องค์ประกอบของ “บรรยากาศ” และ “ความรู้สึก” จึงไม่ใช่การออกแบบให้คนรับรู้จากสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น แต่อีกหนึ่งโสตประสาทสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ “เสียง” ซึ่งจะถูกให้ความสำคัญเมื่อเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ใช้งานเกี่ยวกับมันเท่านั้น สิ่งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสร้างประสบการณ์ที่มีอยู่ในทุกที่ แต่ไม่เคยถูกจับมาพูดให้คนตั้งใจเข้ามาสัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นในสถาปัตยกรรม และบริเวณโดยรอบ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมได้จากการมาเยือนสถานที่

ความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมไทยที่ใช้อิฐก่อสร้างนั้นมีความผูกพันมาอย่างยาวนานตามประวัติศาสตร์ อาจารย์บุญเสริมเริ่มต้นงานวิจัย “SOUND BRICK” จากทุนวิจัยของ ARCASIA DESIGN RESEARCH อันเป็นความเกี่ยวข้องกับการแยก “เสียง” โดยอาศัยเครื่องมือหลักคือ “หู” ของเขาที่ได้ยินเพียงข้างเดียว และไม่สามารถจับเสียงสูงได้ เป็นตัวพิสูจน์การตกกระทบของเสียง ตามประสบการณ์ตรงตลอดช่วงระยะเวลา 6 เดือน โดยทำควบคู่กับการทำวิจัยชิ้นอื่น มีการแบ่งตามลักษณะของอารมณ์ร่วม 5 ประเภท ของ 5 สถานที่ ได้แก่ ตัวโครงการสถาบันกันตนา (KANTANA FILM AND ANIMATION INSTITUTE ในจังหวัดนครปฐม) ที่อาจารย์เป็นผู้ออกแบบเอง เตาเผาอิฐโบราณที่ป่าโมกจังหวัดอ่างทอง วัดศรีชุมจังหวัดสุโขทัย วัดมเหยงคณ์ และประตูช่องกุฏิ์ ที่วัดรัตนไชยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การสำรวจสถานที่ต่างๆ ได้ทำควบคู่ไปกับการบันทึกเอกสาร การทดลอง การออกแบบพื้นที่ วาดรูป และจำลองโมเดล เพื่อทำความเข้าใจการจัดวางสำหรับตำแหน่งการเกิดเสียง ทั้งเปิดโอกาสพัฒนาเครื่องมือการออกแบบในสถาปัตยกรรมอิฐไทย จนสามารถนำไปเผยแพร่ได้
ในสุนทรียะสถาปัตยกรรมอิฐตามการจำแนกของผู้วิจัย
1. SOUND OF SILENCE จาก โครงการสถาบันกันตนา
เสียงแห่งความเงียบไม่ได้ถูกออกแบบตั้งแต่ต้น แต่ค้นพบภายหลังเมื่อ Mr. Solano Benitez สถาปนิกชาวปารากวัย ได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมโครงการ และเอ่ยถึงความพิเศษที่แตกต่างกันของเสียงในแต่ละพื้นที่ของสถาบันกันตนา
เมื่อเริ่มก้าวย่างเข้าไปในช่องทางเดิน กำแพงของโครงการช่วยลดเสียงความอึกทึกภายนอกอาคาร โสตประสาทเปิดโหมดโฟกัสไปโดยอัตโนมัติ จนได้ยินเสียงย่างเท้าบนพื้นคอนกรีต และหินกรวดที่ชัดขึ้น ได้ยินเสียงนกร้อง รวมถึงลมพัด หรือแม้แต่เสียงของฝนตกในแต่ละวัน ปัจจัยของเสียงเกิดจากตัวกำแพงที่เปิดโล่งสูง 8 เมตร แล้วก่อด้วยอิฐเป็นชั้นๆ ขึ้นไปเป็นเส้นสายนูนสูงต่ำตลอดทาง ซึ่งเพิ่มพื้นที่การตกกระทบของเสียงทำให้เกิดการดูดซับที่ดีกว่ากำแพงอิฐโล่งๆ นอกจากนี้ช่องเปิดของทางเข้าด้านข้าง ทางเชื่อม ทางตัด แผ่นคอนกรีตและหินกรวดโรยเป็นทางเดิน รวมถึงต้นไม้ระหว่างทางเดิน ล้วนเป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างของเสียงในพื้นที่ และกลายเป็นปัจจัยของการทดลองหากงานออกแบบทางเดินเดิมได้รับการต่อยอด เพื่อสร้างเสียงแห่งความเงียบในรูปแบบที่ต่างออกไป 4 รูปแบบ
1.1 Skin
1.2 Volume of Space
1.3 Sound of Height
1.4 Roof and Ground



2. SOUND – TILATION จาก เตาเผาอิฐโบราณ ป่าโมก
เสียงและการถ่ายเทอากาศคือการพบในเตาเผาอิฐโบราณ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร มีลักษณะเป็นอิฐสี่เหลี่ยมคางหมูค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นโดมมีช่องระบายความร้อนจากการเผาอิฐที่ปล่องด้านบน ช่องระบายด้านข้าง และที่ก้นเตา
ลักษณะเสียงที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ได้ถูกกระจายให้กว้างขึ้นด้วยหน้าผิวตกกระทบที่เป็นโค้งอาร์ค (Arch) แม้จะพูดให้เบาแค่ไหนก็ตาม โดยเสียงนั้นได้ถูกลดความก้องกังวานลงเพราะการถ่ายเทของอากาศเดินทางผ่านช่องเปิด ช่วงขณะที่ภายในเกิดความเงียบจึงจะได้ยินเสียงภายนอก กลับกันหากอยู่ในพื้นที่แบบเดียวกันในพื้นที่ปิด ยิ่งเสียงก้องสะท้อนดังมากขึ้นระดับความไม่สบายของมนุษย์ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
2.1 Sound of Kilns
2.2 Molding
2.3 Freedom and Movement
2.4 Rings

3. MYSTERIOUS SOUND จาก วัดศรีชุม
เสียงลึกลับ จากสถานที่ศึกษาข้อมูลในมณฑปไม่มีหลังคาของวัดศรีชุม โบราณสถานภายนอกเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่นี่มีเรื่องเล่าของพระอจนะ พระพุทธรูปกลางแจ้งสมัยสุโขทัย ตั้งเป็นองค์ประธานขนาดใหญ่อยู่ภายในว่าสามารถพูดได้ ซึ่งความจริงมีที่มาจากเสียงมนุษย์ผู้แอบซ่อนตัวในกลไกทางเดินลับในกำแพง โดยสามารถเดินลอดออกมาด้านข้างของตัวพระพุทธรูป
เสียงที่เกิดขึ้นภายในมณฑปจะมีความกังวานเนื่องจากผิวผนังที่ค่อนข้างเรียบ และมีเพียงมุมที่เป็นปุ่มขรุขระ หน้าผิวจึงดูดซับเสียงน้อย เสียงไม่ได้ดังกระหึ่มอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พื้นที่ลักษณะมณฑปยังมีคุณสมบัติที่แยกเสียงภายในและภายนอกออกจากกันได้
ในสถานที่รวมถึงช่วงเวลาเดียวกัน จะถูกประมวลไปตามความเข้าใจ และประสบการณ์การรับรู้ของแต่ละบุคคล สำหรับ Mysterious Sound ในประสบการณ์ของอาจารย์บุญเสริมคือเสียงที่ทำให้รู้สึกหยุดนิ่ง
3.1 Hidden Sound
3.2 Sound of Corner
3.3 Rooms
3.4 Sound of Scale
3.5 Converged Sound


4. SOUNDSCAPE จาก วัดมเหยงคณ์
กำแพงอิฐทางเดินสูงเกือบ 2 เมตร กว้าง 2.5 เมตร และยาว 48 เมตร สู่วัดมเหยงคณ์ เป็นทางเดินสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยอยุธยา ซึ่งกันมุมมองในระดับสายตาแต่ยังเปิดสู่ภายนอก ขณะเดียวกันเสียงที่เกิดในพื้นที่ก็มีคุณภาพพอที่จะแยกแยะแหล่งที่มาได้ ไม่ว่าจากภายนอกหรือภายใน Soundscape จึงเป็นการทดลองสถาปัตยกรรมกลางแจ้งที่ช่วยแยกแยะความต่างที่มาของเสียงจากทั้งภายนอก และภายใน
4.1 Sound of Curve
4.2 Inside – Out
4.3 Sound of Level


5. SOUND OF PASSAGE จาก ประตูช่องกุฏิ์ วัดรัตนไชย
อุโมงค์อิฐทางเดินของประตูช่องกุฏิ์ ในสมัยก่อนของอยุธยาประตูเหล่านี้จะมีกระจายตัวอยู่หลายจุดเพื่อเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองและตะเข็บรอบนอก ด้วยลักษณะกำแพงหนา มีความสูง 2.5 เมตร และกว้าง 2 เมตร ปลายอุโมงค์เปิดทั้งสองฝั่ง ลักษณะของประตูช่องกุฏิ์เปรียบได้กับช่องเปิดสี่เหลี่ยมของกำแพงโครงการสถาบันกันตนา ที่ผู้ทำวิจัยค้นพบว่า ไม่ว่าขนาดของช่องเปิดจะเล็กมากแค่ไหน กำแพงที่หนาก็ยังคงสามารถกักเก็บเสียงไม่ให้เดินทางไปสู่อีกฝั่งได้
5.1 Exposed Sound
5.2 Positive and Negative
ข้อสรุปของงานวิจัยที่เกิดขึ้นในงานสถาปัตยกรรมอิฐที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันทั้ง 5 แห่ง เป็นการเดินทางของ “เสียง” มาหาคน สร้างผัสสะที่แปรไปตามเวลา สภาพอากาศ พื้นหลังในแต่ละคน เครื่องมือการเกิด “เสียง” ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นผิวและรูปร่างของวัสดุตกกระทบ ระดับความสูง การจัดวาง บริบท การเปิด-ปิดในแต่ละที่ โดย “เสียง” จากบริบทนั้นยังนับเป็นอีกส่วนเติมเต็มถึงการมีอยู่ของงาน เชื่อมโยงหรือตัดขาดสถาปัตยกรรมภายในและภายนอก เพื่อขยายสุนทรียศาสตร์ให้ตกกระทบลงในจิตใจมนุษย์จนเกิดเป็นความทรงจำ เมื่อมนุษย์ได้สัมผัสเมื่อนั้นมนุษย์จะยังคงเป็นมนุษย์อยู่





