
ค่ายเพลงสุดเท่ ที่สะท้อนตัวตนของเอเชีย
“ไม่ใช่แค่ใหม่ แต่แตกต่างจากเพลงเคยได้ฟังอย่างสิ้นเชิง” คงจะเป็นประโยคที่ใช้นิยามผลงานเพลงจาก Siamese Twins Records ได้อย่างดี ซึ่งเบื้องหลังของผลงานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เกิดขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อน ผู้ที่เคยร่วมกันจัดงานปาร์ตี้สนุกๆ ภายใต้ชื่อของ “Karma Klique” ที่ชักชวนศิลปินทั่วโลกมาสร้างความสนุกบนโลเคชั่นเจ๋งๆ ในไทย แต่เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้แพลนปาร์ตี้ต่างๆ ต้องถูกหยุดไว้ก่อน

เตชินท์ ตุลย์วัฒนจิต, ซุนจู ฮาร์กัน (Sunju Hargun) และ โยฮาน แวนเดอร์บีค (Johan Vandebeek) จึงใช้เวลาที่พวกเขามีในช่วงปีที่แล้ว เปิดค่ายเพลงร่วมกัน พร้อมทั้งชักชวน โยชิโนริ นากาโนะ (Yoshinori Nagano) หรือที่รู้จักกันในชื่อดีเจ Yoshi Nori มาสร้างสรรค์ผลงานอันแตกต่าง ที่นำเอาตัวตนและเอกลักษณ์ความเป็นเอเชีย มาผสมผสานกับเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ จนเกิดเป็นแนวเพลงที่มีความเฉพาะตัวมากเสียจนฟังเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นผลงานของพวกเขา ซึ่งเหตุผลที่เราชื่นชอบเพลงของ Siamese Twins Records ไม่ใช่แค่เพียงการนำเสนอรากฐานของเอเชียในแบบดั้งเดิมได้อย่างทันสมัย แต่ผลงานของพวกเขายังได้เปิดโลกให้เราได้รู้จักกับศิลปินชาวเอเชียมากความสามารถที่น่าสนใจอีกหลากหลายคนด้วย
ล่าสุดพวกเขากำลังจะมีเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นแรก ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับดีไซเนอร์หนุ่มไทย อย่าง เคน - บุญส่ง เทาดี เราเลยได้โอกาสชวนพวกเขามานั่งสนทนาทำความรู้จักกันสักหน่อย และถ้าคุณสงสัยว่าชื่อค่ายเพลงของพวกเขาตั้งมาจากฝาแฝดสยามอย่าง “อิน-จัน” หรือเปล่า เราตอบให้ก่อนได้เลยว่า ใช่ แต่จะด้วยเพราะเหตุผลอะไร ก็รอไปฟังคำตอบของพวกเขาพร้อมๆ กับเราได้เลย

ชื่อค่ายเพลงมีที่มาจาก “อิน-จัน” พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกคุณได้อย่างไร
อินและจันเป็นคนที่มีบุคลิกที่ลึกลับ ซับซ้อน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างโดดเด่นสำหรับพวกเรา พวกเขาเป็นตัวแทนของการปะทะกันของสองโลก ชีวิตของอิน-จัน ดูเหมือนจะถูกลิขิตให้มีชีวิตที่แสนวุ่นวายจนเกินกว่าจะนึกได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับใช้ชีวิต ลงหลักปักฐาน แต่งงาน มีลูก ซึ่งมันค่อนข้างขัดแย้งกับความคิดของคนในสมัยนั้นต่อผู้ที่มีร่างกายผิดแปลกทางการแพทย์ ว่าพวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปได้ แต่อิน-จัน กลับทำได้ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะตรงนี้นี่แหละที่ดึงดูดความสนใจของพวกเราได้
ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่ดูเหมือนว่าฝาแฝดสยามยังมีอิทธิพลต่องานภาพด้วยหรือเปล่า เพราะเราสังเกตเห็นจากโลโก้ของค่าย และภาพปกอัลบั้มของพวกคุณมักจะถูกดีไซน์ออกมาเป็นสัตว์สองหัวเสมอ ใช่เลย พวกเขามีอิทธิพลต่อตัวตนในเชิงงานภาพของพวกเรามากๆ เช่นเดียวกับสโลแกนของพวกเราที่ว่า “Two heads, one path, one pace” ที่มีแนวคิดว่า บางอย่างแม้จะต้องอยู่แยกจากกัน แต่ก็ยังมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสมอ มีการร่วมมือในการสร้างบางสิ่งบางอย่างในมุมมองแบบเดียวกัน ซึ่งพวกเราก็ยังจะคงคอนเซ็ปต์ให้มันครอบคลุมไปถึงสัตว์หรือพืชพันธุ์ต่างๆ ในงานศิลปะชิ้นต่อไปของพวกเราด้วย เพราะมันทำให้งานของพวกเรามีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความออร์แกนิก

พวกคุณเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าได้แรงบันดาลใจในงานภาพมาจากการสักสไตล์เอเชียด้วย รอยสักยันต์กลายมาเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งในงานภาพได้อย่างไร
พวกเราคิดว่ารอยสักยันต์มันนำเสนอความดิบที่สลับซับซ้อน ซึ่งสะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ของวัฒนธรรมดนตรีใต้ดิน มันมีสัมผัสของความลึกและดีเทลต่างๆ รอยสักยันต์เองยังมีความหมายและความเชื่อเรื่องโชคลาภซ่อนอยู่ ทำให้เกิดมิติความลึกในเชิงสัญญะ เรื่องแนวคิดแบบนี้มันยังเชื่อมโยงไปถึงความคิดของเหล่านักล่าแผ่นเสียงด้วย ที่พวกเขามักจะสำรวจและค้นหาแผ่นเสียง อันเป็นอัญมณีล้ำค่าในร้านขายแผ่นเสียง และนอกจากนี้ การหยิบเอารายสักยันต์มาใช้ มันยังเป็นการให้ความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ซึ่งเป็นบ้านของพวกเราด้วย
ขอถามเรื่องแนวเพลงบ้าง ทำไมถึงสนใจทำเพลงที่มีกลิ่นอายความเป็นเอเชีย
พวกเราแต่ละคนในค่าย เป็นคนที่ชอบฟังเพลงทุกๆ แนว และเปิดรับฟังดนตรีใหม่ๆ กันอยู่แล้ว แต่โดยธรรมชาติแล้ว พวกเราค่อนข้างมีความผูกพันกับวัฒนธรรมดนตรีสไตล์เอเชีย ความคิดในตอนแรกก็เลยเป็นการนำเสนอเอกลักษณ์และตัวตนของพื้นที่ที่เราอยู่ มาปลดปล่อยให้มันได้เปล่งประกาย ผ่านการผสมผสานศิลปะในแบบของพวกเราเข้ากับงานดนตรี ซึ่งในขณะเดียวกันมันก็เป็นช่องทางนำเสนอศิลปินที่หาเจอไม่ได้ง่ายๆ ให้ทุกคนได้รู้จักด้วย
แล้วผลงานของพวกคุณกำลังสื่อสารอะไรกับคนที่ได้ฟัง
ถ้าพวกเราจะสรุปง่ายๆ ภายในห้าคำ มันก็คงจะเป็นเพลงที่สื่อสารในเชิงบวก, มีความปัจเจกเฉพาะตัว, ความเป็นพื้นบ้าน, ชวนให้จิตสงบ และการเคลิบเคลิ้มหลอนประสาท

เท่าที่เราเคยฟัง เพลงของพวกคุณจะมีเสียงอิเล็กทรอนิกส์เสียเป็นส่วนใหญ่ อยากจะทดลองเพิ่มเสียงร้องเข้าไปบ้างหรือเปล่า
ในบางบทเพลงของพวกเราก็มีเสียงร้องอยู่นะ แต่เราซ่อนไว้อย่างแนบเนียนท่ามกลางองค์ประกอบเสียงดนตรีที่ค่อนข้างหนัก ยกตัวอย่างเช่น หนึ่งในผลงานที่พวกเราเคยปล่อยไปอย่างซิงเกิล “Vinyan” ของ Khun Fluff ที่เป็นการสร้างวัฒนธรรมดนตรีขึ้นระหว่างการทำสมาธิและเรื่องจิตวิญญาณ ซึ่งเขาทำงานร่วมกับศิลปินสาวอย่าง เมย์-ชูชีวา ชีพชนม์ โดยมีเนื้อร้องเป็นการบรรยายบทกลอน “วิญญาณ” ของกวีชื่อดัง อังคาร กัลยาณพงศ์
เพลงนี้ยังมีอีกหนึ่งเวอร์ชั่นด้วย ซึ่งถูกนำไปรีมิกซ์ใหม่โดยโปรดิวเซอร์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Full Circle และด้วยความที่เขาไม่ได้พูดหรือเข้าใจภาษาไทย มันเลยถูกตั้งชื่อว่า “Lost in Translation Remix” ผลงานเพลงชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Ransom Note ที่ลอนดอน รวมไปถึงสถานีวิทยุทั่วโลกโดยเหล่าศิลปินที่พวกเราชื่นชอบ พวกเราดีใจมากๆ ที่คำภาษาไทยที่สลักสลวยเหล่านี้ได้เดินทางข้ามโลกไปแบบนั้น ซึ่งพวกเราก็ใส่คำแปลลงไปด้วย เพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความหมายของมัน
เป้าหมายในการทำเพลงของ Siamese Twin Records
ด้วยผลงานเพลงที่ทางค่ายปล่อยออกมา เราพยายามที่จะสร้างความเป็นตัวเองที่แตกต่าง ไม่เหมือนใครด้วยการรวบรวมเอาองค์ประกอบรอบๆ ตัว และพยายามไม่ยึดติดกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา
ล่าสุดพวกคุณกำลังจะมีคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นที่ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์อย่าง “เคน - บุญส่ง เทาดี” เล่าบรรยากาศการร่วมงานครั้งนี้ให้เราฟังหน่อย
พวกเราติดต่อกับเคน ที่เพิ่งกลับมาเมืองไทยหลังจากเรียนจบจาก Antwerp’s Renowned Fashion Department ของสถาบัน Royal Academy of Fine Arts ผ่านเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน พอพวกเราลองนำเสนอไอเดียในการทำเสื้อผ้าครั้งนี้ เคนก็ดูมีความกระตือรือร้นกับงานนี้ทันทีเลย พวกเราให้อิสระเขาในการทำงานครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพราะเคารพในฝีมือออกแบบของเขา แต่พวกเราก็รู้สึกสนุกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนต่างๆ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องเลือกหรือตัดสินใจว่าจะเอาวัตถุดิบ สี หรือกระดุมแบบไหน เคนมักจะถามความคิดเห็นของพวกเราตลอด โชคดีที่พวกเรามักจะคิดตรงกันเสมอ ทำให้กระบวนออกแบบเป็นไปได้อย่างง่ายดาย การร่วมงานกับเคนจึงเป็นการทำงานที่สนุกมาก ตั้งแต่ขั้นตอนในการหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากแหล่งต่างๆ กระบวนการออกแบบ ไปจนถึงการตั้งกระบวนการผลิต และพวกเราก็ได้เรียนรู้งานจากเคนเยอะมาก เพราะเขาคอยแนะนำพวกเราตลอด

ความน่าสนใจของคอลเล็กชั่นนี้
การออกแบบครั้งนี้มันเป็นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและวัฒนธรรมของเอเชีย และยังเป็นการสำรวจของพวกเราด้วยว่า งานดนตรีสามารถถ่ายทอดหรือถูกแสดงออกในรูปแบบอื่นๆ อย่างไรได้บ้าง พวกเราทำงานครั้งนี้กันด้วยความตั้งใจ ทั้งในเรื่องคุณภาพ รายละเอียด และสุนทรียภาพ เหมือนกับเวลาที่พวกเราทำงานเพลงเลย และยังมีการแอบซ่อนอะไรบางอย่างที่สนุกสนานตามฉบับของพวกเราลงไปดีเทลด้วย นั่นก็คือช่องกระเป๋าลับในเสื้อ
เรายังได้รับแรงบันดาลใจมาจากคนรุ่นใหม่ในแวดวงศิลปะและการออกแบบไทย โดยเฉพาะกลุ่มคลื่นลูกใหม่ที่ให้ความสำคัญในการสานต่อเทคนิคงานช่างแบบดั้งเดิมของไทย ด้วยการสร้างงานที่มีความเฉพาะตัวและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับกระแสการพัฒนาและการบริโภคนิยมในปัจจุบัน และด้วยความที่ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเป็นคนต่างประเทศ พวกเราเลยดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปสู่สายตาในระดับโลก
ในส่วนของวัตถุดิบก็ยังน่าสนใจ เพราะทำจากผ้าฝ้ายผสมผ้าลินินออร์แกนิก 100% แพทเทิร์นบนเสื้อที่เราได้เห็นถูกสกรีนด้วยมือทั้งหมด ถูกตัดเย็บโดยช่างตัดอิสระทุกกระบวนการ และคอลเล็กชั่นนี้จะถูกผลิตแบบ Made to order แค่เพียง 100 ตัวเท่านั้น เหมือนกับเวลาที่พวกเราทำผลงานเพลง ก็จะปล่อยออกมาในจำนวนจำกัดเท่านั้น เพราะพวกเราเชื่อว่าของเหล่านี้จะมีคุณค่าและความสวยงามในแบบของมันเอง เมื่อมีอยู่ในจำนวนเพียงไม่กี่ชิ้นบนโลก


หลังจากนี้ เราจะได้เห็นเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นต่อไปไหม หรือพวกคุณมีแพลนที่จะทำสินค้าประเภทอื่นๆ
พวกเราอาจจะพักจากโลกแฟชั่นไปสักพัก และอาจจะไปค้นหาอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พวกเรากำลังทำกันอยู่ตลอด นั่นก็คือการสนุกสนานกับการทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเราคาดไม่ถึง






