
Writer:
Rujira Jaisak
Photographer:
Nopadon Kaosam-ang
Tanit Phramthed

ท่ามกลางเหล่านางแบบหลากสัญชาติและซูเปอร์โมเดลตัวแม่ระดับโลกที่มาเดินเฉิดฉายบนรันเวย์โชว์ของ Burberry แบรนด์ดังระดับโลกในงาน London Fashion Week 2020 แจน ใบบุญ อรุณปรีชาชัย เป็นนางแบบไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้เดินสง่าบนเวทีนั้น ต่อด้วยเป็นหนึ่งในนางแบบให้กับแบรนด์ Dolce & Gabbana, Frankie Morello และ Peter Pilotto ในงาน Milan Fashion Week 2020 ปิดท้าย นางแบบไทยอายุ 24 ปีที่อยู่ในวงการนางแบบมากกว่า 7 ปี ที่ปัจจุบันก้าวเป็นนางแบบโกอินเตอร์ด้วยการเข้าสังกัดเอเจนซี่ Wilhelmina London ที่ลอนดอนเรียบร้อยแล้ว ในช่วงระยะสั้นๆ ที่แจนกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทยนั้น เราก็รีบคว้าตัวเธอมาเป็นนางแบบในเซ็ตแฟชั่นของ EVERYTHING ที่ถ่ายทอดภาพถ่ายโดยพี่โก๋ ช่างภาพรุ่นใหญ่แห่งยุคฟิล์ม และพูดคุยกับเธอต่อเกี่ยวกับเส้นทางนางแบบที่เหนือความคาดหมายของเธอ

จากเด็กที่โดนเพื่อน Bully สู่นางแบบที่โด่งดังระดับอินเตอร์
“ตอนเป็นเด็กไม่เคยใฝ่ฝันที่จะเป็นนางแบบเลย ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่านางแบบคืออะไร รู้แค่ว่าคือคนที่ยืนโพสต์เฉยๆ แล้วก็ต้องสวย และหุ่นดี แจนอาจเป็นคนผอม และค่อนข้างหุ่นดีระดับหนึ่ง แต่แจนไม่เคยคิดว่าหน้าตาแบบแจนจะมาเป็นนางแบบได้ เพราะหน้าเราไม่ได้สวย ไม่ค่อยมีเพื่อนชมเท่าไหร่ว่าหน้าสวย มีแต่โดนเพื่อนล้อว่าหน้าแบน หน้าผากกว้าง เรื่องความสูงก็เหมือนกัน ที่อยู่มัธยมต้นแจนก็สูง 173 ซม. แล้ว ทำให้เพื่อนไม่ค่อยอยากเดินด้วย บอกให้ไปเดินไกลๆ เพราะสูงเกินไป ตอนนั้นก็แอบคิดมากเหมือนกัน จนพอแจนเริ่มเป็นนางแบบตั้งแต่อายุ 16 ปี หลังจากนั้นเพื่อนก็ไม่ล้อแล้ว เขากลัวถ้าล้อแล้ว พอเราไปทำงานเป็นนางแบบได้แต่งหน้าทำผมใส่ชุดสวย เขาล้อไปก็เท่านั้น”
“แจนเริ่มจากเดินแบบสำหรับงาน Thesis นักศึกษา ก่อนจะเข้าสู่เวทีแฟชั่นไทย ที่เดินแบบให้กับแบรนด์ Theatre เป็นแบรนด์แรก หลังจากเริ่มทำงานเป็นนางแบบได้เรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกชอบ และทำให้เริ่มคิดถึงการยึดเป็นอาชีพจริงจัง จนเมื่อแจนทำงานมาถึงจุดๆ นี้ ประสบการณ์มันสอนให้แจนรู้ว่า นางแบบไทยสามารถไปได้ไกล อยากให้ทั่วโลกได้รู้ว่าที่ไทยก็มีนางแบบเก่งๆ นะ และไม่อยากให้นางแบบไทยอยู่แค่ในประเทศไทยค่ะ ก่อนหน้านี้แจนก็ไม่รู้ว่าลุคของแจนไปไกลในระดับอินเตอร์ได้หรือไม่ได้ ทุกคนต้องลองก่อน ถ้าไปแล้วถูกเวลา ถูกที่ ถูกโอกาส มันจะช่วยส่งเสริมแล้วผลักดันตัวเราต่อไปได้ค่ะ”
“หนึ่งในความเซอร์ไพรส์คือ การได้พูดคุยกับ Riccardo Tisci ที่เค้าอยากเมคเฟรนด์ด้วย ถามไถ่ว่าเรามาจากไหน และเคยเดินแบบที่ไหนบ้าง ก็ดีใจค่ะ เพราะมันค่อนข้างยากมากที่ดีไซเนอร์ของแบรนด์ดังระดับโลกจะมาสนใจนางแบบคนหนึ่งที่มาจากประเทศห่างไกล”
การรับมือกับความกดดันในเส้นทางวงการนางแบบระดับอินเตอร์
“มีความกดดันมาก เพราะเป็นวิธีการทำงานระดับโลก ที่นางแบบเก่งๆ ทั่วโลกไปรวมอยู่ที่นั่น การแข่งขันก็สูงมากขึ้น ทำให้เราต้องเตรียมพร้อม แต่ด้วยประสบการณ์การทำงานในวงการนางแบบมา 7 ปีของแจน ทำให้แจนมีไหวพริบในการรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับความตื่นเต้นของตัวเอง อย่างตอนเดินแบบให้กับแบรนด์ Burberry บนเวที London Design Week ถือได้ว่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเลย เพราะบุคคลระดับโลกในวงการแฟชั่นมาร่วมงานหลายคนมาก หนึ่งในนั้นก็มีแอนนา วินทัวร์ ด้วย แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แจนว่าแจนโกอินเตอร์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยค่ะ”

ไฟท์ให้สุด ในทุกการแข่งขัน และที่ต้องเอาชนะให้ได้คือใจเรา
“ก่อนหน้านี้แจนเป็นคนที่ควบคุมจิตใจตัวเองยังไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ เช่น ชอบคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ หรือถ้าต้องเดินแบบกับนางแบบรุ่นใหญ่ในไทย แจนก็จะเริ่มวิตกกังวลว่าเขาเดินแบบดีกันมากเลย เราเป็นเด็ก เราจะทำได้มั้ย แต่เมื่อได้ไปทำงานต่างประเทศ เราไปอยู่ในจุดที่เจอการแข่งขันสูง ทำให้คิดได้ว่าตัวแจนจะอยู่ที่เดิมไม่ได้ เราต้องไฟท์ ต้องพยายามเอาชนะใจตัวเอง คอนโทรลใจตัวเองให้นิ่งขึ้น จะไม่เป็นเด็ก Panic และเลิ่กลั่กเหมือนเมื่อก่อน แต่แจนเป็นคนที่เมื่อได้รับโอกาสมาแล้วแจนจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไป จะทำให้สุด และอยู่บนเวทีแล้วก็จะเต็มที่ค่ะ”
Girls don’t cry
“เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วเคยเดินแบบงานหนึ่งในไทยที่ล้มลงไปเลย เพราะส้นสูงมันสูงมากและกระโปรงแคบ พอล้มปุ๊บก็ร้องไห้บนเวทีเลย ทำอะไรไม่ถูก เหมือนสติไม่อยู่กับตัวแล้ว เพราะในงานนั้นผู้ใหญ่เยอะมาก ก่อนที่สุดท้ายจะดึงอารมณ์กลับมาได้ แต่ก็ต้องขอบคุณประสบการณ์นั้นที่ทำให้รู้ว่า เมื่อเราล้ม เราจะต้องจัดการกับมันอย่างไร แต่จากนี้แจนคิดว่าจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก แต่สมมติว่าถ้าเกิดขึ้นอีก ก็จะยิ้มรับมือกับมัน ไม่ร้องไห้อีกแล้วค่ะ”
การถ่ายแบบในวันนี้
“วันนี้พี่โก๋ปล่อยก็ให้เจนพรีเซนต์ความเป็นตัวเจนออกมาได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ ซึ่งแจนชอบมาก ตอนแรกแอบเกร็ง เพราะรู้ว่าพี่โก๋เป็นช่างภาพรุ่นใหญ่และแจนไม่เคยทำงานกับพี่โก๋มาก่อนเลย แต่พอทำงานด้วยสักพักมันก็มีฟิลลิ่งบางอย่างที่อินสไปร์แจน เพราะช่างภาพในไทยไม่เคยมีแนวนี้ค่ะ ที่การทำงานให้นางแบบ 50 ช่างภาพ 50 ค่ะ แจนชอบวิธีการทำงานของพี่โก๋ และพี่ๆ ทุกคนค่ะ”


ก้าวต่อไป
“การที่แจนได้เดินแบบให้กับ Burberry ก็เกินคาดของแจนไปมาก แต่แจนมองว่ามันก็เป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะว่าในวงการนางแบบต่างประเทศ แจนเป็นNo Name และ New Face มาก ไม่เหมือนที่ไทยที่แจนทำงานมา 7 ปีแล้วทำให้มีคนรู้จักแจน นี่จึงเป็นก้าวแรกที่ดีสำหรับแจนค่ะ และก็มีความฝันอยากเดินแบบให้กับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกหลายๆ แบรนด์ค่ะ”
เส้นทางแคทวอล์คที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
“ทุกคนจะคิดว่านางแบบสบาย เดินสวยๆ อย่างล่าสุดงาน Fashion Week ที่ต้องเดินทางจากลอนดอน ต่อด้วยมิลาน และปารีส คือเหนื่อยมาก แจนแอบร้องไห้ที่ข้างถนนในปารีสด้วย เพราะไปแคสแล้วไม่ได้โชว์ คือตอนนั้นรู้สึกว่ามันเหนื่อยจริงๆ ก็เลยหาวิธีระบายออก แต่ก็เป็นประสบการณ์หนึ่งที่ทำให้รู้วิธีและขั้นตอนการทำงานของเขาว่าเป็นอย่างไร ครั้งหน้าเราต้องเตรียมตัวให้มากกว่านี้ แจนยังเคยผ่านการแคสงานวันหนึ่งประมาณ 10 ที่ได้มาแล้ว เหนื่อยนะคะ แต่ก็ต้องทำได้ ต้องสู้ค่ะ” “ปีนี้คือจุดเปลี่ยนจริงๆ ที่ทำให้แจนเอาชนะใจตัวเองได้ แนวคิดของแจนที่ใช้ในทุกๆ วัน คือ เต็มที่กับทุกงาน เมื่อโอกาสมาแล้วก็ทำให้สุด เหมือนกับว่าจะไม่มีพรุ่งนี้แล้วค่ะ”
มาแล้วแจนจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไป จะทำให้สุด”





