
เมื่อหนึ่งในของฝากเชียงใหม่ คือไอเท็มสายแฟชั่นรักษ์โลก
แม้จะอยู่ในตลาดแฟชั่นมาพักใหญ่่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสตอบรับของ Rubber Killer ลดน้อยลง แบรนด์แฟชั่นสุดสร้างสรรค์ที่คงอยู่อย่างยั่งยืนในฐานะเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
WRITER: PITHAKCHAI SRISUK
PHOTOGRAPHER: TANIT PHRAMTHED
แม้จะอยู่ในตลาดแฟชั่นมาพักใหญ่่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสตอบรับของ Rubber Killer ลดน้อยลง แบรนด์แฟชั่นสุดสร้างสรรค์ที่คงอยู่อย่างยั่งยืนในฐานะเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
WRITER: PITHAKCHAI SRISUK
PHOTOGRAPHER: TANIT PHRAMTHED

ถ้าให้คิดถึงแบรนด์แฟชั่นสักแบรนด์ที่มีทั้งดีไซน์ที่ดี ใส่ใจการรักษาคุณภาพการผลิต แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้วล่ะก็ ใครที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสร้างสรรค์อาจจะคุ้นเคยกับ Rubber Killer แบรนด์แฟชั่นแอ็กเซสซอรีอันลือชื่อจากเชียงใหม่มาไม่มากก็น้อย และในโทษฐานที่เรามีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศแห่ง Creative City ถึงถิ่นแล้ว การไม่พูดถึงแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงธุรกิจและการออกแบบขนาดนี้ก็อาจไม่ต่างอะไรกับอาชญากรรม


คุณเสริงรงค์ วงศ์สวรรค์
เจ้าของแบรนด์ RUBBER KILLER
เจ้าของแบรนด์ RUBBER KILLER
สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก Rubber Killer กำเนิดมาจากความคิดสร้างสรรค์ของคุณเสริงรงค์ วงศ์สวรรค์ สถาปนิก และนักออกแบบหนุ่มชาวเชียงใหม่ผู้มีความสนใจในงานดีไซน์เพื่อความยั่งยืนเป็นทุนเดิม เริ่มต้นจากการที่บ้านของคุณเสริงรงค์มียางในรถยนต์เป็นวัสดุเหลือใช้จำนวนมาก จึงลองนำมาทำเป็นกระเป๋าสตางค์ หลังจากนั้นพบว่าได้รับความชื่นชอบในกลุ่มเพื่อนๆ คนรู้จัก จนกระทั่งเกิดความต้องการซื้อ เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น จากกระเป๋าสตางค์ทำมือปัจจุบัน Rubber Killer มีสินค้าหลายประเภทมาตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ มียอดส่งออกในหลายๆ ประเทศทั่วโลก และมีหน้าร้านกลางนิมมานเหมินท์เป็นจุดมุ่งหมายแห่งใหม่ที่ผู้แวะเวียนมาเชียงใหม่ต้องมาเยี่ยมชมจับจ่ายสักครั้ง
“จริงๆ เราไม่ได้คิดจะให้มันเป็นของฝากหรืออะไร แต่พอดีว่าร้านเราอยู่เชียงใหม่ แล้วมันมีแค่ที่นี่ไง คนก็เลยน่าจะเห็นว่ามาแล้วต้องแวะมาดู หรือซื้อไปฝากเพื่อนๆ เหมือนใครไปญี่ปุ่นแล้วต้องไปซื้อโตเกียวบานานา” คุณเสริงรงค์ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีเมื่อเราถามถึงการกลายมาเป็น Destination แห่งใหม่ของเหล่าผู้เสาะแสวง Creative Scene จากทั่วสารทิศ

ONE MAN TRASH IS ANOTHER MAN’S TREASURE
‘ขยะของคุณคือสมบัติของเรา’ คือปรัชญาและแนวคิดของ Rubber Killer มาตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยเดิมที่คุณเสริงรงค์ที่เรียนสถาปัตยกรรมมีความสนใจในการใช้วัสดุที่ยั่งยืน และการออกแบบที่เป็นมิตรต่อบริบทธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อได้มาจับธุรกิจที่ต้องออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองโดยแรกเริ่มใช้ชื่อว่า Re-Leaf Studio ด้วย DNA นักออกแบบจึงทำให้ใส่ใจในรายละเอียดในการผลิตตั้งแต่การเลือกวัสดุ ยางในที่แม้จะเป็นวัสดุ Recycle ก็ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ความพิเศษของการใช้ยางคือแต่ละเส้นก็จะมีลายและดีเทลที่ต่างกันไป เมื่อรวมกับการเลือกใช้ผ้าไนลอนและซิป YKK กันน้ำที่ทนทาน และการที่สินค้าถูกผลิตด้วยมืออย่างปราณีตทำให้มูลค่าของไอเท็มจาก Rubber Killer มีทั้งความแข็งแรง การออกแบบที่สวยงาม เรื่องราวในแต่ละชิ้นที่แตกต่างกัน และการช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อมในอีกทางหนึ่งเช่นกัน
‘ขยะของคุณคือสมบัติของเรา’ คือปรัชญาและแนวคิดของ Rubber Killer มาตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยเดิมที่คุณเสริงรงค์ที่เรียนสถาปัตยกรรมมีความสนใจในการใช้วัสดุที่ยั่งยืน และการออกแบบที่เป็นมิตรต่อบริบทธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อได้มาจับธุรกิจที่ต้องออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองโดยแรกเริ่มใช้ชื่อว่า Re-Leaf Studio ด้วย DNA นักออกแบบจึงทำให้ใส่ใจในรายละเอียดในการผลิตตั้งแต่การเลือกวัสดุ ยางในที่แม้จะเป็นวัสดุ Recycle ก็ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ความพิเศษของการใช้ยางคือแต่ละเส้นก็จะมีลายและดีเทลที่ต่างกันไป เมื่อรวมกับการเลือกใช้ผ้าไนลอนและซิป YKK กันน้ำที่ทนทาน และการที่สินค้าถูกผลิตด้วยมืออย่างปราณีตทำให้มูลค่าของไอเท็มจาก Rubber Killer มีทั้งความแข็งแรง การออกแบบที่สวยงาม เรื่องราวในแต่ละชิ้นที่แตกต่างกัน และการช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อมในอีกทางหนึ่งเช่นกัน

“เราเชื่อว่าแบรนด์ของเรามีคุณภาพสินค้าที่ไม่แพ้แบรนด์ทั่วโลก” คุณเสริงรงค์กล่าวอย่างมั่นใจ และหากใครที่เคยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Rubber Killer น่าจะเห็นด้วยได้ไม่ยาก เพราะตอนนี้นอกจากกระเป๋าสตางค์แล้ว สินค้าอื่นๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่างกระเป๋าแบบต่างๆ ( เช่น Backpack, Tote bags ) รองเท้า หมวก และแอ็กเซสเซอรีอื่นๆ มากมายก็ล้วนแต่มีคุณภาพสมราคาแบบที่ว่าถ้าใครที่ชื่นชอบในสินค้ารีไซเคิลเท่ๆ แต่ยังไม่เป็นเจ้าของอาจต้องลองหามาพิสูจน์กันสักชิ้นทีเดียว
THE JOURNEY CONTINUE
สำหรับเป้าหมายในอนาคตของ Rubber Killer นั้น คุณเสริงรงค์ได้ตั้งเป้าหมายให้แบรนด์สามารถส่งออกไปวางขายได้ในหลายประเทศมากขึ้น “เราอยากให้แบรนด์ของเรามีขายในหลายๆประเทศ เพราะทุกวันนี้เราขายได้ประมาณ 10 ประเทศทั่วโลก แต่เราไม่คิดจะจำกัดให้มันอยู่แค่เท่านี้ เราอยากให้แบรนด์ของเราเป็นสากลมากขึ้น ถูกรู้จักในหลายประเทศมากขึ้น” ฟังดูแล้วสำหรับบางคนอาจเป็นเป้าหมายที่ไม่ง่าย แต่ด้วยเทรนด์ของโลกในขณะนี้ที่เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Green Design และความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียง และการงดใช้พลาสติกกำลังเป็นสิ่งที่สังคมพยายามรณรงค์กันอย่างกว้างขวาง เชื่อได้ว่ายางทุกเส้นที่เดินทางผ่านมาให้ RUBBER KILLER คืนชีวิตให้นั้น จะต้องมีการเดินทางครั้งใหม่อย่างแน่นอน และเราจะได้เป็นพยานจับตามองการเดินทางครั้งนี้ไปอีกนาน
สำหรับเป้าหมายในอนาคตของ Rubber Killer นั้น คุณเสริงรงค์ได้ตั้งเป้าหมายให้แบรนด์สามารถส่งออกไปวางขายได้ในหลายประเทศมากขึ้น “เราอยากให้แบรนด์ของเรามีขายในหลายๆประเทศ เพราะทุกวันนี้เราขายได้ประมาณ 10 ประเทศทั่วโลก แต่เราไม่คิดจะจำกัดให้มันอยู่แค่เท่านี้ เราอยากให้แบรนด์ของเราเป็นสากลมากขึ้น ถูกรู้จักในหลายประเทศมากขึ้น” ฟังดูแล้วสำหรับบางคนอาจเป็นเป้าหมายที่ไม่ง่าย แต่ด้วยเทรนด์ของโลกในขณะนี้ที่เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Green Design และความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียง และการงดใช้พลาสติกกำลังเป็นสิ่งที่สังคมพยายามรณรงค์กันอย่างกว้างขวาง เชื่อได้ว่ายางทุกเส้นที่เดินทางผ่านมาให้ RUBBER KILLER คืนชีวิตให้นั้น จะต้องมีการเดินทางครั้งใหม่อย่างแน่นอน และเราจะได้เป็นพยานจับตามองการเดินทางครั้งนี้ไปอีกนาน


ใครที่ไปเที่ยวเชียงใหม่และมีโอกาสได้ผ่านย่านสุดฮิตอย่างนิมมาน หรือลูกค้าที่เคยสั่งของออนไลน์กันมาแล้ว อย่าลืมแวะเวียนไปเยี่ยมชมสินค้าจริงที่ RUBBER KILLER และสำหรับใครที่อยากใช้เวลาในร้านให้นานกว่าปกติสักหน่อย ตอนนี้ร้านมีโซนคาเฟ่ที่เปิดร่วมกับ Omnia Cafe คาเฟ่ลือชื่ออีกแห่งของเชียงใหม่ที่จะมี Special Menu ในแต่ละเดือนที่ไม่ซ้ำกันตามการรังสรรค์ของบาริสต้ามาให้ผู้มาเยือนได้ลองลิ้มรสกันอีกด้วย สมกับเป็น Destination แห่งใหม่ที่เหล่า Creative People ต้องไปเยือน

