
เมื่อพูดถึง Rotganzen ใครที่เคยติดตามผลงานของพวกเขามาก่อน คงจะพอรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาสร้างสรรค์นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของงานเลี้ยง ความรื่นเริง บรรยากาศการสังสรรค์ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับงานดีไซน์เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นำโดย Robin Stam และ Joeri Horstink ร่วมด้วย Erik Schilp ศิลปินจากรอตเทอร์ดัมที่ย้ายมาทำงานในนิวยอร์ก โดยหลังจากครีเอทผลงานให้กับแบรนด์ดัง และสถานที่ต่างๆ มาแล้วมากมาย นับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่จะมีโอกาสได้ชื่นชมงานของ Rotganzen กันอย่างใกล้ชิด เพราะล่าสุดนี้พวกเขาได้มาเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดของ 72 Courtyard ให้เต็มไปด้วยศิลปะการจัดวาง (Installation Art) ที่เข้าถึงง่าย เปี่ยมไปด้วยพลังความสดใส มหัศจรรย์ และน่าทึ่งตามแบบฉบับของ Rotganzen
การทำงานร่วมกับทาง 72 Courtyard เขาเห็นงานดิสโก้บอลที่เราทำก็เลยชวนเรามาครีเอทงานให้กับสเปซของ72 Courtyard ซึ่งเขาอยากให้มันเป็นบรรยากาศของงานเลี้ยง และอยากให้พื้นที่ทั้งหมดเชื่อมต่อกันตลอดช่วงเทศกาลฮาโลวีน คริสต์มาส จนถึงปีใหม่ เป็นงาน Art Installation ที่ครอบคลุมพื้นที่ภายในคอร์ทยาร์ด กับบนตัวอาคารด้วยฟาซาดด้านหน้าและด้านหลัง เราเลยคิดถึงการสร้างเลเยอร์เพื่อปกคลุมทั้งตึกเอาไว้ รวมทั้งบริเวณภายในคอร์ทยาร์ดด้วย เราทำงานกับวัตถุสิ่งของไปจนถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ดิสโก้บอล แล้วเราก็เอามันมาทำเป็นงานดีไซน์ อย่างงาน Installation นี้ เราเอากระดาษ Confetti มาขยายให้ใหญ่ขึ้น สร้างความรู้สึกเหมือนเรื่องอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ ที่คุณเดินอยู่ท่ามกลางชิ้นกระดาษ Confetti ขนาดยักษ์หลากสี ซึ่งให้ความรู้สึกเหนือจริง


Art Installation คือสิ่งที่พวกคุณสนใจ
อย่างแรกเลยคือเราทำงานศิลปะ เราสร้างวัตถุศิลปะอะไรแบบนั้น แต่เราไม่อยากปิดกั้นตัวเองอยู่ที่การทำงานเพียงแบบเดียว หรือขนาดเดียว เราทำงานชิ้นเล็กๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบทำงานที่มีสเกลใหญ่ๆ ด้วยเหมือนกัน เราชอบทำทั้งงานชิ้นเล็กที่มีจำนวนไม่กี่ชิ้น ไปจนถึงงานขนาดใหญ่ หรือจำนวนมากๆ เราชอบหมดครับ
แต่ส่วนใหญ่งานที่คุณทำมักจะเป็นงานชิ้นใหญ่
เราไม่ได้ทำเพราะสเกลของมันอย่างเดียว เราทำเพราะมันสามารถสร้างผลกระทบอะไรบางอย่างเช่น เวลาที่คุณโยนกระดาษ Confetti ขึ้นไปในอากาศ มันเป็นกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ไม่ได้สร้างอิมแพคอะไรมากมาย แต่พอเราขยายขนาด มันเลยมีผลต่อประสบการณ์ของคนมากขึ้น เหมือนคุณจะรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กนิดเดียว อยู่ท่ามกลางงานเลี้ยงที่อะไรต่างๆ มีขนาดใหญ่ไปหมด แล้วนอกเหนือจากเรื่องขนาดโปรเจกท์นี้มีอะไรที่เข้ากันได้กับแนวคิดของเราด้วย

ไอเดีย หรือแรงบันดาลใจของคุณในการทำโปรเจกท์นี้
ไอเดียหลักๆ คืองานเลี้ยงและการเฉลิมฉลอง เราได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์สมัยเด็กเยอะเหมือนกัน อย่างตอนเด็กๆ เราจะเล่นของเล่นกับกระดาษ Confetti เวลาที่บ้านมีงานเลี้ยง เรากลับไปคิดถึงความทรงจำพวกนั้น การใช้สิ่งเหล่านี้ในการเฉลิมฉลองมีให้เห็นในหลายๆ วัฒนธรรม เราเลยอยากเล่นกับอะไรพวกนี้ดู เพราะมีแง่มุมของวัฒนธรรมที่เราคิดว่ามันน่าสนใจดี และน่าสนุกตรงที่จะขยายของตกแต่งงานเลี้ยงให้เป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้น แล้วสร้างให้มันเป็นงานศิลปะ บรรยากาศเหนือจริง และความแตกต่างให้กับพื้นที่ได้ยังไง นั่นคือบทบาทของเราในโปรเจกท์นี้
ภาพรวมของทั้งโปรเจกท์
จะมีการใช้สติ๊กเกอร์ที่มีพื้นผิวลวดลายเป็นกลิตเตอร์และฟอยล์กับด้านหน้าของอาคาร ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงพื้นที่คอร์ทยาร์ด มีการใช้ป้ายตัวอักษร ซึ่งเราออกแบบกราฟิกของงานเองด้วยทั้งส่วนของบัตรเชิญ และอะไรต่างๆ ในงาน แต่ละโปรเจคท์ที่เราทำ เราชอบที่จะเข้าไปทำทุกอย่าง เช่น โลโก้ งานกราฟิก รวมทั้งพวกรายละเอียดยิบย่อยอย่างที่รองแก้ว ไปจนถึงถังขยะ

ขั้นตอนในการทำงานเป็นยังไงบ้าง
เราคิดกันว่าจะใช้ไอเดียนี้ แล้วก็ส่งแบบร่างมาให้ทางลูกค้าดูว่าแนวคิดแรกเริ่มเป็นยังไง จากนั้นเราก็เดินทางมาที่นี่เพื่อมาคุยรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งทางลูกค้าชอบมันมาก จากจุดนั้นเราเริ่มออกแบบทุกอย่างออกมาจนเป็นงานชิ้นไฟนอลนี่แหละครับ

งานชิ้นที่พวกคุณชอบมากที่สุด
น่าจะเป็นป้ายอักษรยักษ์นะครับ เพราะมันทำให้ทุกอย่างดูสมบูรณ์ และมีขนาดมันใหญ่มากจนให้ทำเกิดความรู้สึกบ้าๆ และประหลาดเหนือจริงมาก




งานของพวกคุณมักจะชอบตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ รอบตัว แล้วในช่วงเวลาที่พวกคุณอยู่ที่นี่ มีอะไรที่คุณตั้งคำถามแล้วคิดว่าจะนำไปใช้กับงานในอนาคตได้บ้าง
วัฒนธรรมเอเชีย รวมไปถึงวัฒนธรรมป๊อปของเอเชียมีอะไรที่ไปกันได้กับสิ่งที่พวกเราชอบ และสนใจอยู่แล้วนะครับ อาจจะไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานรวมกันของทุกอย่าง ทั้งการเคลื่อนไหวของผู้คนในเมือง วิธีการที่ผู้คนปฏิสัมพันธ์กับเมือง ซึ่งมันแตกต่างจากที่ๆ เราอยู่มาก ทุกอย่างที่นี่ดูยุ่งวุ่นวาย เราเห็นคนทำอะไรมากมายเต็มไปหมด มันเป็นสิ่งที่เราคิดถึงและตั้งคำถาม รวมถึงเป็นสิ่งที่เราใช้เป็นแรงบันดาลใจได้เหมือนกัน







