ศิลปะแห่งความตาย
“Requiem for the dead”
“ความตาย คือความงามที่ถูกบดบังด้วยความกลัว” (The DEATH is a BEAUTY which is hidden by FEAR)

“ความตาย” ปลายทางสิ้นสุดของชีวิตมนุษย์ที่คนต่างหวาดกลัว ทั้งที่รู้ว่าคือสัจธรรมที่ไม่อาจหลีกหนี “ถ้างั้นเราควรจะมีการเตรียมตัวเพื่อจะไปเจอกับความตายรึเปล่า?” เป็นประโยคคำถามหนึ่งจากผู้สร้างสรรค์ศิลปะเกี่ยวกับความตาย เพื่อสะท้อน “ความตาย” ในด้านความงามที่เคยถูกบดบังด้วยความกลัว ก่อนนำมาสู่การจัดแสดงนิทรรศการ “Requiem for the dead” บอกเล่าสัจธรรมของชีวิตในรูปแบบงานศิลปะ ผ่านมุมมองของศิลปิน 4 คน ได้แก่ ศิลปินวาดภาพประกอบอย่าง Nutdub และ B-high ร่วมด้วย Sivabest ศิลปินออกแบบตัวอักษร (Calligraffiti) และ Kans ศิลปินออกแบบสื่อผสมร่วมสมัย

“ความตายเป็นสัจธรรมที่ต้องเกิดขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ทุกคนต้องผ่านความตาย ดังนั้นเมื่อพูดถึงความตาย ทำไมต้องมองเป็นเรื่องน่ากลัว หรือเป็นเรื่องเศร้า บางทีเราอาจพบความงามบางอย่างที่เรามองข้ามไปก็ได้” Nutdub หรือ ณัฐ - ณัฐพงศ์ ประดิษฐ์ศิลป์ บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของนิทรรศการครั้งนี้ ที่เขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการชักชวนเพื่อนศิลปินมาร่วมจัดแสดงงานศิลปะแบบกลุ่มขึ้น เพื่อสื่อสารให้ผู้คนพึงระลึกถึงความตาย ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท พร้อมทั้งยังอุทิศนิทรรศการนี้ให้กับคุณย่าผู้ล่วงลับของเขาด้วย

Art of War
IG : nutdub
FB: Nut Praditsilp
เหตุที่ภาพโปสเตอร์ของงานนิทรรศการนี้เป็นรูปของรถม้านั้น ณัฐอธิบายว่า “รถม้า เปรียบเหมือนร่างกายคนเรา ที่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ การมีชีวิตก็เหมือนเรากำลังนั่งรถม้าไปถึงจุดหนึ่ง ที่ในที่สุดเราก็ต้องลงจากรถม้า รถม้าสำหรับผมจึงเป็นสัญลักษณ์หมายถึงการเดินทางไปสู่ความตาย” ความชื่นชอบในศิลปะเกี่ยวกับความตายของณัฐ เชื่อมโยงกับ Memento Mori ศิลปะที่ได้รับความนิยมในฝั่งยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16 แต่มีความหมายเชื่อมโยงกับปรัชญาตะวันออกอย่างพุทธศาสนาที่ว่า “พึงระลึกไว้ว่าทุกคนต้องตาย” โดยเปลี่ยนจากการบอกเล่าสัจธรรมชีวิตผ่านวาทศิลป์ เป็นวิจิตรศิลป์นั่นเอง

นิทรรศการครั้งนี้ ณัฐได้สร้างสรรค์ผลงานภาพประกอบชื่อ Art of War ที่ถ่ายทอดสงครามการต่อสู้ระหว่างคนและความตาย ที่มนุษย์ไม่มีทางชนะ “ผมเริ่มต้นวาดงานเหล่านี้ในช่วงอยู่ออสเตรเลีย 2 ปี โดยใช้อุปกรณ์ติดตัวที่มีอยู่คือ ปากกา Pigma 2 แท่ง ดินสอ 1 แท่ง ยางลบ 1 ก้อน และสี Copic 4 แท่ง จนเกิดเป็นภาพประกอบทั้งหมด 6 ชิ้นเหล่านี้” หลังจากณัฐกลับไทยก็ได้ทำงานที่สตูดิโอไกลจักรวาล ซึ่งเป็นร้านสักอยู่ 1 ปี ก่อนเกิดความคิดที่จะชวนเพื่อนๆ ที่สนใจในแนวทางเดียวกัน มาร่วมจัดแสดงงานนิทรรศการเล็กๆ ครั้งแรกของพวกเขา
สำหรับความตายในมุมมองของศิลปินวาดภาพประกอบอีกคนอย่าง B-high หรือ ไฮนซ์ ภานุวัสส์ นิ่มละออร์ ที่เป็นช่างสักแห่งสตูดิโอ Lonewolf ด้วยนั้น ถูกถ่ายทอดผ่านภาพวาดด้วยปากกาลูกลื่น ที่วาดแยกส่วนกันก่อนนำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นผลงานชื่อว่า “บาปทั้ง 5” หรืออุปสรรคในชีวิตของคนเรา 5 อย่าง
ส่วนแรก คือ การมีชีวิตที่ถูกกักขังจากอิสรภาพ โดยมงกุฏที่มีอีกาคอยขัดขวางไม่ให้นกพิราบบินออกไปนั้น หมายถึงการใช้ชีวิตที่ขาดอิสระ ซึ่งมงกุฏ ก็คืออำนาจ เงินทอง ภาระหน้าที่ ที่คอยกักขังอิสรภาพไม่ให้เราทำในสิ่งที่ต้องการ ส่วนที่ 2 เป็นภาพอสรพิษพันอยู่รอบดาบที่ทิ่มแทงตัวเรา เปรียบเสมือนภยันตราย และอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตที่เข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น ส่วนที่ 3 ภาพดอกกุหลาบสวยงามที่เต็มไปด้วยหนามคอยทิ่มแทงหัวใจเรานั้น ก็ไม่ต่างกับความรัก ส่วนที่ 4 ชิปพนัน เปรียบเสมือนความโลภของตัวเราเองที่ทำให้จิตใจเราตกต่ำลง และสุดท้ายอุปสรรคที่ 5 ก็คือคำพูดดูถูกเหยียดหยามจากผู้อื่นที่ทำให้ชีวิตเราท้อถอยลง “ผลงานชิ้นนี้ต้องการสะท้อนว่าอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตเหล่านี้เหมือนสัจธรรม เพียงแต่เราต้องกล้าหาญ และผ่านพ้นไปให้ได้” ไฮนซ์เสริม

บาปทั้ง 5
IG : b.high_tattoo
FB : Panuwat Nimla-or
สำหรับศิลปินที่ชื่นชอบการออกแบบตัวอักษร อย่าง Sivabest หรือ เบสท์ ศิวกร สร้อยจำปา นำเสนอผลงานศิลปะภายใต้แนวคิด “คติธรรมแห่งชีวิต” โดยใช้วิธีการเขียนตัวอักษรด้วยพู่กันในรูปแบบ Calligraphy สีน้ำมันลงบนแคนวาส และหยิบยกคำภาษาสันสกฤตมาจากหนังสือ อมฤตพจนา ของพระเทพเทวี (ประยุทธ์ ปุยตฺโต) มาถ่ายทอดความตายในด้านคติธรรมแห่งชีวิต ที่ทุกคนล้วนหนีความตายไม่พ้น

คติธรรมแห่งชีวิต
IG : s.sivakorn
FB : Sivakorn Soichampar
สุดท้ายเป็นผลงานจากศิลปินออกแบบสื่อผสมร่วมสมัยอย่าง Kans หรือ แคน วรสิทธิ์ พุทธรักษ์ ที่ทำให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการครั้งนี้มากกว่าแค่ชมศิลปะ โดยการสร้างภาพ วิชวล “พิธีศพจำลอง” ของตัวเขาเองในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยไม่อิงกับรูปแบบพิธีกรรมของทางศาสนาใดๆ แต่มาจากสิ่งที่ตัวเขาชอบไม่ว่าจะเป็นดนตรี และศิลปะ เกิดเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีเสียง และภาพวิชวลของโครงกระดูกในโลงศพ ด้านหน้ามีกีต้าร์ตัวหนึ่งวางตั้งอยู่ เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้เล่นดนตรี ซึ่งหากเล่นตรงกับตัวโน้ตที่เข้ารหัสเขียนโปรแกรมไว้ ก็จะเกิดวิชวลพิเศษขึ้น “ในพิธีศพจำลองครั้งนี้ได้เปลี่ยนจากบทสวดในงานศพให้เป็นโน้ตดนตรีแทน ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างผู้ชมกับผลงาน และสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลในช่วงเวลานั้นครับ” แคนทิ้งท้าย

Funeral Song
IG : kanszerland
FB : Worasit Puttarak
ขอเชิญทุกคนมาพึงระลึกถึงความตาย พร้อมกับค้นพบความสวยงามของศิลปะแห่งความตาย จากนิทรรศการ “Requiem for the dead” ได้ตั้งแต่วันนี้ - 1 กันยายน 2018 ที่ Maison Close BKK
Special Thanks : Maison Close BKK, Darklabbkk