Tostem จัดงาน “Re-imagine Living Space” ผ่านแนวคิดการออกแบบเพื่อที่อยู่อาศัยในอนาคต


   รูปแบบการใช้ชีวิต และมุมมองความคิดของผู้คนได้เปลี่ยนไป เพื่อรับมือ และปรับตัวสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ในโลกยุคต่อไปได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น แนวคิดเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยจึงต้อง “Re-imagine” เพื่อแก้ปัญหา ตอบโจทย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น TOSTEM (ทอสเท็ม) ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมเพื่อบ้านและที่อยู่อาศัยครบวงจรจากประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงาน “Creative Talk : Re-imagine The Living Space” เพื่อจุดประกายความคิดการออกแบบอาคาร และที่อยู่อาศัยสำหรับวันนี้ และวันข้างหน้า โดยเปลี่ยนแฟลกชิปโชว์รูมโฉมใหม่ที่ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ให้เป็นครีเอทีฟสเปซของผองเพื่อนพี่น้องนักออกแบบ และสถาปนิก ได้มาร่วมแชร์ความรู้ ประสบการณ์ และพบปะสังสรรค์ไปพร้อมกัน

คุณโอ๋ ชนะ สัมพลัง
แห่ง Architects 49 House Design Limited
คุณปอย ไพทยา บัญชากิติคุณ
แห่ง ATOM Design Co., Ltd.

   โดย 2 วิทยากรสำคัญที่มาร่วมแชร์แนวคิดในครั้งนี้ คือสถาปนิกแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง คุณชนะ สัมพลัง แห่ง Architects 49 House Design Limited และคุณไพทยา บัญชากิติคุณ แห่ง ATOM Design Co., Ltd. มาบอกเล่าเบื้องหลังแนวคิดการออกแบบโครงการอาคารสูงอย่างคอนโดมิเนียม ทำให้เราเห็นถึงทิศทางของแนวคิด “Re-imagine” ทั้งการออกแบบที่อยู่อาศัยในแนวราบ และอาคารสูงแนว Vertical Living สำหรับโลกต่อจากนี้

   เริ่มต้นจากคุณชนะที่มองว่า แนวคิดในการออกแบบงานสถาปัตยกรรมต่อจากนี้ไม่ใช่เรื่องของ New Normal แต่เป็นสิ่ง Normal ที่เรายังทำไม่ครบในอดีต “ในขณะที่เราพัฒนาเมือง พัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แต่เรากลับลืมป้องกันตัวเอง ดังนั้นโควิด-19 จึงทำให้เราเห็นว่าบ้านที่เราอยู่อาศัยไม่ได้ป้องกันการระบาดของโรคได้ เราจึงต้องมองหาว่าจะปรับปรุงอาคารอย่างไร ดังนั้นออกแบบ Living Space ต่อจากนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นโมเดิร์น หรือ Explore Space เท่านั้น แต่ต้องเอาใจใส่ทั้งผู้อยู่อาศัย คำนึงถึงวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาชีวิตผู้คนที่อยู่ในสถาปัตยกรรมของเราด้วย ยกตัวอย่าง เมื่อเจ้าของบ้านบอกว่า ‘ลูกฉันต้องโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย’ ดังนั้นเราจะออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นอย่างไร”

   นอกจากนี้คุณชนะยังหยิบยกหลากปัจจัยที่นักออกแบบต้องคำนึงถึงในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของของสภาพอากาศ การระบาดโรค ทั้งวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคน และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ เรากำลังอยู่ในสังคมทันสมัยที่เกิด Next wave of technology disruption ทำให้โลกแคบลง เกิดรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งส่วน Offline และ Online ที่ผู้คนจะหวนหาชีวิต Offline มากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัย เพศ และความเชื่อ ที่ต้องนำเข้ามาผสมผสานในการออกแบบด้วย

   “ถ้าเกิดโรคระบาดอีก เราจะอยู่บ้านยังไง เหมือนกับเมื่อก่อนเราเคยตั้งคำถามหลังน้ำท่วมว่า ถ้าน้ำท่วมอีก เราจะอยู่ยังไง ดังนั้นการรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ว่าโลกที่ร้อนขึ้น ฝุ่นเยอะขึ้น หรือเกิดโรคระบาดขึ้นอีก Spaceที่จะรองรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปจะเป็นยังไง บ้านเราจะ Futuristic ขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ หรือต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานมากขึ้น ในขณะเดียวกันสถานที่เที่ยว โรงแรม อาจมีรูปแบบที่ต่างจากเดิม แต่สิ่งที่แน่นอนคือ หลายสิ่งต้องเชื่อมโยงกัน และเราคงไม่สามารถย้อนกลับไปใชัความรู้ในอดีตได้ทั้งหมด วันนี้จึงเป็นการผสานสิ่งที่พึงระวังในอดีต เพื่อให้นำมาสู่การดูแลตัวเองในอนาคตด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ และน่าสนใจว่าหน้าตาของพื้นที่อยู่อาศัยจะเปลี่ยนไปยังไง”

   ทางด้านคุณไพทยา บัญชากิติคุณ แห่ง ATOM Design Co., Ltd. มาแชร์แนวคิดในส่วนของการออกแบบสถาปัตยกรรมแนว Vertical Living อย่างคอนโดมิเนียม ผ่านมุมมอง Modernisation “หลังจากเกิดโควิด-19 หลายคนอาจสงสัยว่าคนจะอยู่ในเมืองน้อยลงหรือไม่ แต่สำหรับผมมองว่าคนยังอยู่อาศัยอยู่ในเมือง แต่เป็นรูปแบบของ Decentralization (การกระจายตัวของเมือง)”
   คุณไพทยา ชี้ให้เห็นทิศทางของการออกแบบคอนโดมิเนียมที่แตกต่างกันในแต่ละยุค เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2013 ที่คอนโดมิเนียมเริ่มเติบโตขึ้น โดยเขามองว่าเป็นยุคของ Fancy Living Space ที่นักออกแบบต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ในคอมแพ็คสเปซได้อย่างลงตัว ต่อมาการตลาดของคอนโดมิเนียมเปลี่ยนไป เป็นยุคของ Super View Living Space ที่คนเมืองให้ความสำคัญกับเรื่องของวิวมากขึ้น หรือการออกแบบแนว Heaven High Living Space คอนโดมิเนียมระดับสูงที่เปิดมุมมองสู่วิวเมืองโดยรอบแบบ 360 องศา จนถึงการให้ความสำคัญกับ Well Living Space กับการจัดการให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

   ทางด้านแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยในอนาคตนั้น คุณไพทยานำเสนอตั้งแต่ไอเดียสุดล้ำอย่าง Super Car Living Space อาคารที่สามารถนำรถขึ้นไปจอดถึงห้องพักของเรา จนถึง Multi-Generation Living Space การออกแบบที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของผู้อยู่อาศัย และที่สำคัญคือการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Health&Hygiene, Touchless Experience, Work Anywhere, The Great Outdoors จนถึง Smart Living เพื่อรับมือกับระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

  ความท้าทายของนักออกแบบ และสถาปนิกในยุคนี้ ต้องอาศัยทั้ง ความสร้างสรรค์ แก้ปัญหา และ ผสมผสานองค์ประกอบต่างๆ เพื่อสร้างเป็น Living Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้ และอนาคตได้มีคุณภาพที่สุด