Photos:
Tonkao Panin

Writer:
Tonkao Panin

ในเมืองเวียนนา มีอาคารที่ออกแบบโดย ออตโต วากเนอร์ (Otto Wagner) อยู่หลายหลัง แต่อาคารหนึ่งที่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและทัศนคติ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในออสเตรีย ก็คืออาคาร ธนาคารไปรษณีย์ หรือ Postsparkasse ที่ตั้งอยู่ถัดจากถนนวงแหวนตะวันออกที่ชื่อว่า Stübenring

วากเนอร์ออกแบบอาคารนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ศตวรรษที่ยี่สิบ และอาคารก็ได้เริ่มขึ้นสร้างระหว่างปี ค.ศ. 1904-1906 ซึ่งเป็นช่วงเฟื่องฟูของสถาปัตยกรรมอาร์ต นูโว หรือที่เรียกกันในออสเตรียว่ากลุ่มความคิด เซคเซสชัน ซึ่งวากเนอร์เองก็มีงานออกแบบหลายงานที่จัดอยู่ในสไตล์อาร์ต นูโว ที่เน้นการประดับตกแต่งด้วยลวดลายธรรมชาติบนพื้นผิวและเปลือกอาคาร จนงานธนาคารไปรษณีย์แห่งนี้ ก็มักจะพลอยถูกจัดอยู่ในสไตล์ อาร์ต นูโวไปด้วย ทั้งๆ ที่ระบบความคิดของวากเนอร์ได้เปลี่ยนแปลงไปมากในการออกแบบอาคารหลังนี้ จนเรียกได้ว่า แทบไม่เหลือร่องรอยความคิดแบบอาร์ต นูโวอยู่เลย

พื้นที่ภายในอาคารถูกจัดระบบอย่างตรงไปตรงมา เน้นการสัญจรเชื่อมถึงกันระหว่างฟังก์ชั่นที่สะดวกรวดเร็ว ทุกพื้นที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของการใช้งาน เน้นความโปร่งโล่งเบา และความต่อเนื่องของที่ว่างที่เชื่อมถึงกันอย่างเป็นระบบ จนผู้ใช้อาคารสามารถอ่านทิศทาง และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่มีการงุนงงหลงทาง แม้ในการมาใช้งานอาคารนี้เป็นครั้งแรก วากเนอร์เลือกใช้กลาสบล็อ เป็นวัสดุพื้นในโถงหลักของธนาคาร เพื่อเน้นความเบาของที่ว่าง และเพื่อให้แสงสว่างกับพื้นที่ทำงานด้านล่างในเวลาเดียวกัน ในขณะที่หลังคาของโถงเป็นหลังคาโดมกระจกฝ้า ที่ทำให้ห้องโถงใหญ่ของธนาคาร เรืองแสงสว่างไสวตลอดเวลา ประกอบกับโครงหลังคาเหล็กบางเบา ที่ทำงานร่วมกับพื้นผิวอะลูมิเนียมขัดเงาที่วากเนอร์เลือกใช้ปิดผิวองค์ประกอบต่างๆ ในอาคาร ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ของความทันสมัย ล้ำยุค เพราะขณะนั้น อะลูมิเนียมเพิ่งจะถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักเคมีชาวออสเตรีย คาร์ล โยเซฟ เบเยอร์ (Carl Josef Bayer) แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ออสเตรียเป็นผู้นำในการผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ของยุโรป แต่วงการก่อสร้าง ก็ยังไม่มีใครนิยมนำอะลูมิเนียมมาใช้ เพราะมันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม จนกระทั่งวากเนอร์แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้อะลูมิเนียม ทั้งกับองค์ประกอบหลัก และการประดับตกแต่ง ตลอดจนการปิดผิวในลักษณะต่าง ๆ กันมากมาย

พื้นที่ภายในอาคารถูกจัดระบบอย่างตรงไปตรงมา เน้นการสัญจรเชื่อมถึงกันระหว่างฟังก์ชั่นที่สะดวกรวดเร็ว ทุกพื้นที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของการใช้งาน เน้นความโปร่งโล่งเบา และความต่อเนื่องของที่ว่างที่เชื่อมถึงกันอย่างเป็นระบบ จนผู้ใช้อาคารสามารถอ่านทิศทาง และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่มีการงุนงงหลงทาง แม้ในการมาใช้งานอาคารนี้เป็นครั้งแรก วากเนอร์เลือกใช้กลาสบล็อ เป็นวัสดุพื้นในโถงหลักของธนาคาร เพื่อเน้นความเบาของที่ว่าง และเพื่อให้แสงสว่างกับพื้นที่ทำงานด้านล่างในเวลาเดียวกัน ในขณะที่หลังคาของโถงเป็นหลังคาโดมกระจกฝ้า ที่ทำให้ห้องโถงใหญ่ของธนาคาร เรืองแสงสว่างไสวตลอดเวลา ประกอบกับโครงหลังคาเหล็กบางเบา ที่ทำงานร่วมกับพื้นผิวอะลูมิเนียมขัดเงาที่วากเนอร์เลือกใช้ปิดผิวองค์ประกอบต่างๆ ในอาคาร ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ของความทันสมัย ล้ำยุค เพราะขณะนั้น อะลูมิเนียมเพิ่งจะถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักเคมีชาวออสเตรีย คาร์ล โยเซฟ เบเยอร์ (Carl Josef Bayer) แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ออสเตรียเป็นผู้นำในการผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ของยุโรป แต่วงการก่อสร้าง ก็ยังไม่มีใครนิยมนำอะลูมิเนียมมาใช้ เพราะมันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม จนกระทั่งวากเนอร์แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้อะลูมิเนียม ทั้งกับองค์ประกอบหลัก และการประดับตกแต่ง ตลอดจนการปิดผิวในลักษณะต่าง ๆ กันมากมาย

ความพิเศษที่สุดของอาคารธนาคารไปรษณีย์นี้ นอกจากพื้นที่ภายในแล้ว ก็เห็นจะเป็นภาษาภายนอกที่ถูกออกแบบมาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในยุคนั้น เนื่องด้วยอาคารหลังนี้ ไม่ใช่อาคารที่มีโครงสร้างเป็นผนังรับน้ำหนัก แต่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความล้ำสมัยมาก และวากเนอร์ก็ต้องการแสดงออกถึงเทคโนโลยีก้าวหน้านี้ ด้วยภาษาภายนอกของอาคาร วากเนอร์จึงได้ออกแบบอาคารให้ใช้ระบบการปิดผิวด้วยหินแกรนิต และหินอ่อน ที่ทำความสะอาดง่าย และคงทน โดยระบบการประกอบแผ่นปิดผิวนี้ วากเนอร์ได้ออกแบบให้แผ่นปิดผิวทุกแผ่นดูเหมือนถูกยึดตรึงไว้กับผนังชั้นในของอาคารด้วยหมุดอะลูมิเนียม และได้ออกแบบให้หัวหมุดอะลูมิเนียมมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นไปมาก จนดูเป็นแพทเทิร์นที่เห็นได้ชัดแต่ไกล และกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของอาคารหลังนี้ แต่ในความเป็นจริง หัวหมุดอะลูมิเนียมนี้ ไม่ได้มีหน้าที่เท่ากับที่มันสื่อสารออกมา เพราะมันถูกใช้ยึดแผ่นปิดผิวหินอ่อนและแกรนิต ก็เฉพาะในช่วงวันแรกๆ ที่ปูนฉาบด้านในยังไม่แห้ง แต่เมื่อปูนฉาบด้านในแห้งแล้ว แผ่นปิดผิวก็ถูกยึดอย่างแน่นหนาไปโดยปริยาย จนอาคารไม่ได้ต้องการหัวหมุดอะลูมิเนียมอีกต่อไป แต่ในความคิดของวากเนอร์แล้ว หัวหมุดอะลูมิเนียมนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดที่จะสื่อสารถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยของการใช้แผ่นปิดผิว มันจึงจำเป็นต้องถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ และมีแพทเทิร์นที่เห็นชัดเจนในระยะไกล จนอาจเรียกได้ว่า มันเป็นการประดับตกแต่ง หรือ Ornament ที่สื่อสารถึงระบบการก่อสร้างและเทคโนโลยี อันเป็นตัวตนที่แท้จริงของอาคาร

จากระบบความคิดนี้ ทำให้เปลือกอาคารธนาคารไปรษณีย์ แม้จะเป็นการประดับตกแต่ง แต่ก็แตกต่างจากการประดับตกแต่งของอาคารอาร์ต นูโว ทั่วไป ที่ลวดลายมีความเป็นศิลปะ เกิดจากการสร้างสรรค์ของผู้ออกแบบ และเป็นเอกเทศจากเนื้อหาของการก่อสร้างอาคารอย่างสิ้นเชิง ลวดลายที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเนื้อหาอาคารนี้เองคือการประดับตกแต่งที่สถาปนิก อดอล์ฟ โลส เรียกว่าเป็นการตกแต่งอย่างเลว ในขณะที่การตกแต่งด้วยหมุดอะลูมิเนียม และการปิดผิวที่แสดงออกถึงเทคโนโลยีและวิธีการที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารที่วากเนอร์เลือกมาใช้นั้น จัดอยู่ในจำพวกการตกแต่งที่ดี

อาคารธนาคารไปรษณีย์ของวากเนอร์นั้น อาจเรียกได้ว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของความจริง ทำให้เราเข้าใจความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สอยและการสื่อสาร การใช้งานและศิลปะที่ทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งความคิดดังกล่าวก็ปรากฏในงานเขียนชิ้นสำคัญของวากเนอร์ชื่อ สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ หรือ Modern Architecture ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1896 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อยให้กับวงการสถาปัตยกรรมในยุโรป เพราะวากเนอร์ ในฐานะสถาปนิกใหญ่ของเมืองเวียนนา และผู้นำในวงการศึกษา ได้เรียกร้องให้สถาปนิกในยุคนั้นยุติการจับแพะชนแกะ และการปะติดปะต่อองค์ประกอบในประวัติศาสตร์ จนเกิดเป็นความสับสนของรูปแบบอย่างที่เป็นมาในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้า และเรียกร้องให้ค้นหาภาษาของงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ผ่านการใช้สอยและการก่อสร้างอย่างแท้จริง คำพูดที่ชัดเจนของวากเนอร์ที่ว่า วัตถุใดที่ไม่สามารถใช้สอยได้ตามหน้าที่ของมัน ก็ไม่อาจจะงามได้ แม้จะถูกออกแบบมาด้วยศิลปะขนาดไหนก็ตาม

นอกจากอาคารธนาคารไปรษณีย์นี้แล้ว หากเราเดินทางในกรุงเวียนนา เราก็จะพบกับงานออกแบบอื่นๆ ของวากเนอร์ด้วยอย่างแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะวากเนอร์ยังได้รับมอบหมายให้ออกแบบเครือข่ายสถานีรถไฟและรถรางในเวียนนามากมายหลายสาย ที่ยังหลงเหลือผ่านการอนุรักษ์อย่างดีให้เราเห็นในปัจจุบัน การเดินทางด้วยรถไฟในเวียนนาจึงเหมือนการเดินทางย้อนอดีต แต่เป็นอดีตที่มองพุ่งทะยานไปสู่อนาคต เป็นวิสัยทัศน์ที่สถาปนิกอย่างวากเนอร์มีต่อสิ่งที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ช่วยปูทางให้เราในยุคปัจจุบันได้มองเห็นความเป็นไปได้ของสิ่งที่เรากำลังออกแบบในปัจจุบัน ว่ามันมีที่มาจากอดีตและจะมีที่ไปในอนาคตภายใต้เหตุผลของการใช้สอยได้อย่างไร ดังที่อดอล์ฟ โลส ได้กล่าวไว้ว่า ศิลปะนั้นเป็นการปฏิวัติสร้างสรรค์ใหม่ ในขณะที่สถาปัตยกรรมคือการอนุรักษ์สืบสานจากอดีตจนถึงปัจจุบันและต่อเนื่องไปยังอนาคต