บ้านที่กรอบนอกแต่นุ่มในเหมือนขนมพายที่กรุบกรอบกลมกล่อม ลงตัวกับรสชาติชีวิตของสมาชิกทุกคนในบ้านอย่างพอเหมาะพอดี

รสชาติที่ถูกลิ้นของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับบ้านแต่ละหลังที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่รูปแบบการใช้ชีวิตเฉพาะตัวของผู้อยู่อาศัย เพื่อออกแบบบ้านสำหรับผู้หญิงสองคนซึ่งตัดสินใจจะใช้ชีวิตและเลี้ยงดูลูกตัวน้อยร่วมกัน ทีมสถาปนิกจาก Greenbox Design ศึกษารูปแบบการใช้ชีวิตของสมาชิกในบ้านและออกแบบ Pie House บ้านที่มีรูปทรงภายนอกโฉบเฉี่ยวน่าสนใจ และสร้างบรรยากาศอบอุ่นนุ่มละมุนแบบผู้หญิงเอาไว้ภายในได้อย่างลงตัว
"ที่เราตั้งชื่อว่า Pie House ก็เพราะว่าพายมันคือขนมพาย ฟอร์มเราตัดมาเป็นรูปสามเหลี่ยม (เหมือนรูปทรงขนมพายที่หั่นเป็นชิ้น)" สุรัตน์ พงษ์สุพรรณ์ ผู้ก่อตั้ง Greenbox Studio กล่าว "และเราก็มีการตีความเขา (เจ้าของบ้าน) ในหลายๆ ด้านด้วย เขามีความเป็นผู้หญิงอยู่สูง แต่คาแรคเตอร์ก็มีความเป็นผู้ชายอยู่ เราก็ลยมองว่าบ้านแบบนี้น่าจะเข้ากับความเป็นเขา Texture ข้างนอกก็จะมีความกรอบจากการอบ (ขนมพาย) แต่ข้างในก็จะมีความนุ่มนวลของมันอยู่ เราก็เลยเอาตรงนี้มาใช้ในพื้นที่ของบ้านด้วย ซ้อนเข้าไปในคาเรคเตอร์ของเจ้าของบ้าน"
Pie House คือบ้านสีขาวความสูงหนึ่งชั้นครึ่งซึ่งวางผังอาคารเป็นรูปตัวยูล้อมรอบสระว่ายน้ำ ทุกองค์ประกอบของบ้านล้วนได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านหลังนี้โดยไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ของบ้านทั่วๆ ไป "เราตีความคำว่าบ้านเสียใหม่ ทำไมบ้านต้องเป็นสองชั้น ห้องนอนทำไมต้องอยู่ชั้นสอง ทำไมเซอร์วิสต้องอยู่ข้างล่าง เรารื้อทุกอย่างแล้วเรียบเรียงใหม่ โดยใช้ชีวิตของเขาเองในการจัดการทั้งหมด" สุรัตน์ พงษ์สุพรรณ์ ผู้ก่อตั้ง Greenbox Studio กล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้ "ด้วยเหตุผลการใช้ชีวิตต่างๆ เราวิเคราะห์กันว่าบ้านหลังนี้ควรจะเป็นบ้านแค่ชั้นครึ่ง ไม่ควรเป็นบ้านสองชั้น แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ คลี่คลายออกมาจนเป็นฟอร์มบ้านแบบที่มันเป็น"


ที่ Pie House พื้นที่ใช้งานหลักจัดเรียงตัวอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว พื้นที่รับประทานอาหาร ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องนอน "ทำไมเราจะต้องเดินขึ้นชั้นสองตลอดสิบปีเพื่อที่จะ Keep ฟังก์ชันของบ้านทั่วไปด้วย ในเมื่อด้านล่างมันดีที่สุดแล้ว" สุรัตน์อธิบาย "หนึ่งคือมีความเป็นส่วนตัว สองมันได้มุมมองที่ดี และบ้านชั้นเดียวก็เอื้อต่อการเลี้ยงเด็กอีกด้วย ฉะนั้นในช่วงสิบปีนี้เราก็เลยให้ทุกคนอยู่ข้างล่าง"

มุมมองที่ดีของพื้นที่ชั้นล่างในบ้าน Pie House ก็คิือสวนส่วนตัวที่อยู่รอบบ้านและสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ส่วนใดของบ้าน สระว่ายน้ำได้รับการออกแบบโดยแบ่งเป็นหลายส่วนโดยมีลักษณะการใช้งานและความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกัน "สระส่วนที่เชื่อมต่อกับ Common Room (ห้องนั่งเล่น) ก็จะเป็นแค่บ่อตื้นๆ เราแค่ต้องการได้ยินเสียงน้ำ เห็นผิวน้ำ" สุรัตน์กล่าว "ส่วน Lap Pool ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว จะอยู่ตรงหน้าห้องนอน" ด้วยการจัดแบ่งพื้นที่ของสระและใช้หญ้าถอดปล้องเป็นเสมือนฉากบังสายตา สระว่ายน้ำที่ตั้งอยู่กลางบ้านจึงมีความเป็นสัดเป็นส่วนมากพอที่จะลงไปว่ายน้ำได้อย่างไม่เคอะเขินแม้ในยามที่มีแขกมาบ้าน

การออกแบบบ้านให้มีลักษณะเป็นชั้นครึ่งแทนที่จะเป็นสองชั้น ทำให้พื้นที่ชั้นล่างและชั้นบนไม่แบ่งแยกตัดขาดจากกัน เกิดความรู้สึกเชื่อมต่อในระนาบแนวตั้ง ในขณะที่พื้นที่ใช้งานหลักของบ้านอยู่ที่ชั้นล่าง พื้นที่ชั้นลอยนั้นเตรียมไว้เพื่อเป็นห้องนอนในอนาคตของลูก และห้องซักล้างพร้อมด้วยลานตากผ้า "ผมคิดว่าการที่เอาฟังก์ชันในอนาคตทั้งหมดไปอยู่ข้างบน มันจะทำให้ชั้นบนมันร้าง เราก็เลยเอาฟังก์ชันบางอย่างขึ้นไปอยู่ชั้นสองด้วย" สุรัตน์กล่าว "ผมเอาฟังก์ชัน Service เช่นห้องซักรีด ไปซ่อนไว้ฝั่งด้านทิศใต้ที่แดดเข้าทั้งวันแต่ว่ามีกำแพงกันไว้ ไม่มีใครเห็นว่าเราตากผ้าอยู่ มันเป็นโซนซึ่งใช้ซ่อน Condenser แอร์ด้วย"



ในขณะที่ตำแหน่งของพื้นที่แต่ละส่วนในบ้านมีความเชื่อมต่อกัน การวางตำแหน่งของหน้าต่างและช่องเปิดก็ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภายในและบริบทภายนอก "ช่องเปิดเราทำตามเหตุและผลทั้งหมดเลย ด้านทิศใต้เราจะทำหน้าต่างเล็กๆ เพื่อที่จะเอาลมเฉยๆ ด้านทิศเหนือมันเปิดได้เต็มที่ก็เพราะแดดไม่เข้าเลย บ้านจะเย็นมากและลมก็เข้าทางทิศใต้จริงๆ" สุรัตน์กล่าว


เนื่องเจ้าของบ้านมีโครงการที่จะทำร้านเบเกอรี่ในอนาคต การออกแบบบ้าน Pie House จึงได้วางแผนไว้สำหรับรองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ที่ตั้งของร้านได้รับการจัดวางให้อยู่บริเวณด้านทิศใต้ของห้องนั่งเล่น โดยมีสวนเล็กๆ พร้อมด้วยต้นหว้าน้ำโขงทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งคั่นกลางระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ เกิดเป็นช่่องว่าระหว่างตัวร้านและบ้าน "การแยก Mass ออกทำให้ลมทางทิศใต้ยังเข้าไปในบ้านได้ และร้านจะสร้าง Shading (ร่มเงา) ให้บ้านด้วย" สุรัตน์กล่าว "มีการสร้างความเป็นส่วนตัวและส่วนรวม ช่องเปิดทางด้านทิศใต้ของบ้านจะอยู่ต่ำ เพราะเราต้องการลมแต่เราไม่ต้องการแดด ในขณะที่ฝั่งร้าน เราเจาะช่องเปิดให้สูงขึ้นเพื่อที่จะแชร์ Landscape กันได้ จากบ้านจะมองเห็นโคนต้นไม้ในส่วนของร้านก็จะมองเห็นยอดต้นไม้ ก็แชร์ๆ กันไป"
รั้วบ้านด้านทิศตะวันตกซึ่งมีลักษณะเป็นกำแพงรูปสามเหลี่ยมสองชิ้นเสียบไขว้กันโดยมีแนวต้นไม้คั่นอยู่ตรงกลางเกิดจากการเปลี่ยนจุดบกพร่องของที่ดินให้กลายเป็นจุดเด่นของบ้านด้วยการใช้แนวคิดทางการออกแบบที่สร้างสรรค์ "ด้วยความไม่สมบูรณ์ของพื้นที่ซึ่งเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูแล้วมีแง่งยื่นออกมา เจ้าของก็บอกให้ตัดที่ดินตรงนี้ออกไปเลย ซึ่งผมมองว่าไม่ควรทิ้งที่ดินสี่ตารางวานี้ไป ผมก็กลับไปดีไซน์รั้วให้ใหม่" สุรัตน์กล่าว "นอกจากจะดึงพื้นที่กลับเข้ามาแล้ว รั้วนี้ยังทำให้เกิดสวนส่วนตัวของห้องนอนอีกด้วย"

รูปทรงสามเหลี่ยมทำให้แนวกำแพงมีระดับความสูงต่ำไม่เท่ากัน ปลายของกำแพงด้านที่มีความสูงมากกว่าทั้งสองฝั่งตั้งอยู่ตรงกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนซึ่งต้องการความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ภายนอก ในขณะกำแพงด้านที่สูงน้อยกว่าหันเข้าหากันตรงกลางซึ่งตรงกับตำแหน่งของสระว่ายน้ำซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้รั้วที่สูงนักในการสร้างความเป็นส่วนตัว การใช้แนวต้นไทรเกาหลีแทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างกำแพงทั้งสองชิ้นไม่เพียงบังสายตาจากผู้คนภายนอก หากยังเพิ่มบรรยากาศที่ร่มรื่นและปลอดโปร่งให้กับพื้นที่ส่วนนี้ได้อย่างลงตัวด้วย

การออกแบบบ้านก็ไม่ต่างอะไรกับการอบพาย รสชาติที่ถูกลิ้นของคนแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน เส้นสายอันโฉบเฉี่ยวของบ้านสีขาวความสูงหนึ่งชั้นครึ่งที่โอบกอดสระว่ายน้ำกลางแจ้งเอาไว้อย่างอบอุ่นและนุ่มนวลในบ้าน Pie House เกิดจากแนวคิดที่จะออกแบบบ้านให้สะท้อนถึงรูปแบบการใช้ชีวิตและตัวตนที่กรอบนอกนุ่มในของผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้โดยเฉพาะ "ในอาคารทั่วไป บางทีคนจะต้องเข้าไปปรับตัวเข้ากับสถาปัตยกรรม แต่อันนี้เขาเห็นชีวิตของเขาก่อนว่าชีวิตของเขามันจะเปลี่ยนไปยังไงก่อนที่แบบบ้านจะตามมาด้วยซ้ำ" สุรัตน์ กล่าว "หน้าตาของบ้าน มันไม่ได้ตรงกับภาพแรกที่เขาเคยมาคุยกับเราเลย เขาเคยมาดูงานอื่นของเราแล้วเขาชอบ แต่การที่เอาชีวิตคนอื่นไปไว้เพื่อชีวิตของตนเองมันคงไม่ตอบโจทย์ อันนี้ต้องขอบคุณเจ้าของบ้านที่เขาเข้าใจ และยอมที่จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างในภาพที่เขาเคยจำมา จนได้บ้านที่ประหลาดสำหรับคนทั่วๆ ไป แต่พอบ้านมันเสร็จเขาก็ประหลาดใจในตัวเองเหมือนกันว่าบ้านนี้คือชีวิตเขา มันตอบโจทย์ทุกอย่างของชีวิตเขาได้ แล้วเขาก็ลืมบ้านที่เขาเคยดูมาเลย"





