พร้อมกล้องถ่ายรูปและภาพถ่ายของเขาที่จะเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนว่า
#whatishappeninginthailand


ทำไมถึงออกมา Call out ทางการเมือง
มันเริ่มมาจากเราเห็นสิ่งที่ผิดปกติในสังคมในหลายๆ เหตุการณ์ แล้วเกิดการตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะทนกับสิ่งนี้ไปอีกนานแค่ไหน แล้วเมื่อไรสิ่งเหล่านี้มันจะดีขึ้น จนวันหนึ่งมีคนออกมาพูด มันเหมือนเป็นพลุแตก ได้เห็นว่าไม่ได้มีแค่เรา กลุ่มเพื่อนเรา หรือคนรอบๆ ข้างเราที่คุยกันเรื่องนี้ แต่มีคนจำนวนเยอะมากที่คิดคล้ายๆ กัน และอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น
ทำไมถึงเลือกการถ่ายรูปแบบ Street photography
วิธีการทำงานถ่ายภาพของผมคือการนำตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เหมือนเป็น Observer ที่เข้าไปสำรวจและบันทึกภาพไว้ ภาพถ่ายของผมอาจไม่ได้สะท้อนด้านการเมืองชัดเจน อาจจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่การถ่ายทอดภาพในบริบทของสังคม บ้านเมือง ผมรู้สึกว่ามันก็คือเรื่องเดียวกันครับ รวมถึงการถ่ายภาพ การชุมนุมด้วย ที่ผมอยากเก็บภาพประวัติศาสตร์นั้นไว้ ในการที่เราสามารถพูดหลายๆ เรื่องในสังคมได้ อย่างเปิดกว้างมากขึ้น


ในฐานะศิลปิน ทำไมถึงคิดว่าศิลปินไม่ควรปิดปากเงียบ
มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตย ที่เราจะพูดหรือแสดงความคิดเห็น และผมอยากยืนยันในสิ่งที่ผมเชื่อ แม้ภาพถ่ายของผมจะไม่ได้เป็นกระบอกเสียงที่มากมาย แต่อย่างน้อยก็ได้ส่งเสียงบางอย่างออกไปให้เขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ และเท่าที่สัมผัสมา หลายๆ ศิลปินก็มีความบ้าบิ่น และสุดโต่งในการแสดงจุดยืนผ่านงานศิลปะอยู่เหมือนกัน ซึ่งมันก็ขึ้นกับว่าตัวศิลปินมีความสนใจเรื่องการเมืองมากน้อยขนาดไหน

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการร่วมชุมนุมเป็นอย่างไรบ้าง
นอกจากจะเป็นม็อบที่ออกมาเรียกร้องอย่างสันติวิธีแล้ว ผมยังชอบความครีเอทีฟ กับการใช้ Symbolic หรือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มาทำให้เป็นไวรัลได้ ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นวิธีการที่ฉลาดมาก เช่น การใช้เป็ดยางสีเหลือง ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้พิทักษ์ และการสาดสีน้ำเงิน เป็นต้น ผมจะใช้วิธีการถ่ายภาพสิ่งต่างๆ ไว้โดยไม่บิดเบือน Message อย่างใครไปม็อบจะต้องเจอลุงคนหนึ่ง ซึ่งผมชอบมาก โดยลุงมักเพ้นท์หน้า หรือแต่งตัวเพื่อสะท้อนถึงประเด็นในช่วงนั้น เช่น แต่งชุดเป็นนักเรียนแล้วถือหัวไดโนเสาร์ ซึ่งหมายถึงผู้ใหญ่ที่ยังติดอยู่ในรูปแบบเดิมๆ หรือช่วงที่มีแฮชแท็ก #ปล่อยเพื่อนกู ติดเทรนด์ใน Twitter ลุงก็เพ้นท์หน้าเป็นคำว่า ‘ปล่อยเพื่อนกู’ ผมชอบลุงคนนี้มาก หรืออย่างการที่เด็กสายอาชีวะ ออกมาเป็นแนวหน้าป้องกันให้ผู้ชุมนุม ผมก็รู้สึกว่าเออแม่งเจ๋งว่ะ
ถ้าการเมืองดีขึ้น คุณคิดว่าวงการสร้างสรรค์จะดีขึ้นได้อย่างไร
เราจะเห็นแกลเลอรี่เยอะขึ้น เราจะเห็นคนที่ทำงานศิลปะเพื่อดำรงชีพจริงๆ เยอะขึ้น โดยที่เขาไม่ต้องระแวง หรือกังวลว่าเมื่อเขาทำเรียนศิลปะแล้วจบมาแล้วเขาจะมีงานทำมั้ย ผมคิดว่าถ้าการเมืองดี ศิลปะก็ต้องดีด้วย เพราะอย่างประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ ต่างก็ใช้ศิลปะในการขับเคลื่อนประเทศทั้งนั้น"
ฝากถึงท่านผู้นำ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกเถอะท่าน ถ้าท่านยังมีความเป็นผู้นำอยู่ ท่านควรหันกลับมามองอีกฝั่งหนึ่งบ้างว่า เขาออกมาเรียกร้องอะไรครับ










