

Pattani Decoded คืองานที่ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ความพยายามของผู้จัดไม่แวววาวเกินไปจนบดบังความงามของสถานที่จัด และงานก็ไม่ได้น้อยเกินไป ถ้อยคำเหล่านี้ร่วงหล่นจากปากคำของพี่แหม่ม วีรพร นิติประภา นักเขียนมือรางวัลที่เดินทางลงมาร่วมงาน ร่วมมาเป็นวิทยากร และ ร่วมจัดเวิร์คช็อปประมาณเวิร์คช็อปกับวีรพร และนั่นดูเหมือนจะเป็นคำอธิบายผลตอบรับของงาน Pattani Decoded ที่จัดต่อเนื่องกันสี่วันเมื่อสักช่วงสองอาทิตย์ก่อนได้เป็นอย่างดี


งาน Pattani Decoded เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 1 กันยายนที่ผ่านมาด้วยแนวคิดเรื่องของความพยายามในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 12 แขนง แม้อาจจะยังดูไม่สะเด็ดน้ำในแง่ของคำอธิบาย แต่รูปธรรมที่จับต้องได้คือ การจัดวางอันลงตัวพอเหมาะในแง่ของความพยายามเพาะเมล็ดพันธ์ของงานดีไซน์ นิทรรศการศิลปะ ตลาดนัดแนว Flea Market ดนตรี สไตล์ บนสามถนนคลาสสิคในย่านเมืองเก่าของปัตตานี นั่นคือ ถนนอาเนาะรู ถนนปัตตานีภิรมย์ ถนนฤาดี ที่เรียกกันในแบบสั้นๆว่าถนนอารมย์ดี และการที่ผู้คนจำนวนมากทั้งในและนอกพื้นที่ต่างคัดสรรตัวเอง เลือกเสื้อผ้าเก๋ๆมาสวมใส่เพื่อมาร่วมงานราวกับโรค FOMO กำลังระบาด คืออีกหนึ่งรูปธรรมที่บอกว่างานนี้เดินทางฝ่าดงความพยายามมาได้อย่างงดงามและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้คน



วันแรกของงานเริ่มต้นขึ้นอย่างเอื่อยๆ สายฝนค่อยๆร่วงหล่นเป็นเม็ดจากฟากฟ้า เหล่าคนทำงานต่างมองหน้ากันและกัน แม้ไม่ต้องเอื้นเอ่ยก็รู้ได้ในทันทีว่ากำลังกังวลกับสภาวะอากาศ ข่าวฝนตกหนักในหลายพื้นที่ได้ยินอยู่เป็นระยะ จากช่วงสายจนกระทั่งเย็นย่ำที่ฝนตกลงมางานที่เป็นภาคสนามและพิธีการต่างๆถูกเลื่อนออกไป จนกระทั่งตะวันค่อยๆลาลับผืนดิน ท้องฟ้าก็เริ่มเป็นใจ นกนางแอ่นเริ่มบินวนรอบๆบ้านนกที่ดัดแปลงมาจาก Shop House อายุไล่เลี่ยกับอาคารประเภทเดียวกันในเมืองปีนังที่พวกมันอาศัยอยู่ มันคล้ายกับจะเป็นสัญญานบอกว่าฟ้าเริ่มเปิดแล้ว

บูดูลิตเติ้ล และ แบร์วอล์ก สองศิลปินพื้นที่มีคิวขึ้นแสดงในวันนี้ที่คลับ สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของบริษัทฮุนไดการก่อสร้าง เมื่อหลายสิบปีที่แล้วโครงการก่อสร้างนอกประเทศที่บริษัทฮุนไดรับสัมปทานเป็นโครงการแรกคืองานก่อสร้างถนนเส้นปัตตานีนราธิวาส แม้ในระยะต่อมาถนนเส้นนี้จะถูกชาวบ้านขนานนามว่าถนนเกาหลีแต่อันที่จริงการก่อสร้างถนนเส้นนี้ได้รับการสนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกา มีวิศวกรหนุ่มที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการเจริญเติบโตจนกลายเป็นประธานาธิบดีของประเทศเกาหลีใต้ในเวลาต่อมา


อากาศเย็นสบายหลังฝนตกของวันแรกเป็นสัญญานให้ทีมทำงานรู้ว่าหลังฟ้าฝนกระหน่ำเทลงมา ท้องฟ้านั้นมักจะแจ่มใสขึ้นเสมอ

วันที่สอง สาม สี่ ของงาน ท้องฟ้าเปิด อากาศแจ่มใส่ เหมาะเจาะกับช่วงที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ Pattani Decoded จัดขึ้นในพื้นที่ความขัดแย้งที่ยังคงมีความรุนแรงปรากฎอยู่ขึ้นเป็นระยะ หลากหลายเหตุผลที่ทำให้ความรุนแรงนั้นปะทุ บรรดาเหตุผลในนั้นคือเรื่องอัตลักษณ์ ความยุติธรรม และความห่างไกลจากศูนย์กลางของอำนาจ ที่ทำให้ความงดงาม และ ความเป็นตัวเองถูกบดบังจากเรื่องเล่าจากศูนย์กลางของประเทศ แต่งาน Pattani Decoded ทำให้เราเห็นว่าทุกพื้นที่นั้นต่างมีเรื่องเล่าของตัวเอง คุณค่าของตัวเอง และความเป็นตัวของตัวเอง

สองนิทรรศการศิลปะถูกจัดขึ้นในบ้านเก่าบนนถนนปัตตานีภิรมย์ บ้านที่ถูกปิดตายมาหลายสิบปีกลับถูกเปิดตัวอีกครั้งเพื่อประดับประดางานศิลปะจากสองสำนักในพื้นที่คือ Patani Art Space และ De’Lapae Studio หลายคนอาจเซอร์ไพรส์ว่าภายใต้ความคุกรุ่นของพื้นที่กลับปรากฎขึ้นของพื้นที่ทางศิลปะที่นอกจากจำหน้าที่สำแดงความสุนทรีย์แล้วยังทำหน้าที่สำแดงเรื่องราวและแรงปราถนาของผู้คนในพื้นที่อีกด้วย



Patani Art Space จัดแสดงนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า Patani Ingredients ที่บอกเล่าเรื่องราวของงานผ่านความแตกต่างและความหลากหลายของส่วนผสมศิลปินและผลงานศิลปะ นิทรรศการ Patani Ingredients จึงเปรียบเสมือนส่วนผสมหรือวัตถุดิบอันหลากหลาย ที่มีรากทางสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา เพศวิถี หรือความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน มีรสชาติและคุณลักษณะเฉพาะตัว บ้างก็ออกรสหวาน บ้างก็ออกรสขม ผสมผสานปรุงแต่งด้วยดุลยภาพทางศิลปะ จัดวางรวมกันบนจานอาหารกลมๆ รีๆ ในพื้นที่สีแดง




ในขณะที่ De’Lapae Studio จากนราธิวาส จัดแสดงนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า “UNDER THE LINE ภายใต้-เส้นขนาน” ที่เล่นกับภาพจำของผู้คนผ่านเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่ ผ่านช่วงเวลา ผ่านประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ผ่านเรื่องราวที่ประสบพบเจอ เส้นขนานจึงเป็นความรู้สึกอันหลากหลายที่ซ่อนอยู่ภายในของผู้คนที่ต้องการจะถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมา ตีความผ่านการจดจำของเหล่าศิลปินที่มาร่วมแสดงผลงาน



นอกจากสองนิทรรศการศิลปะที่ว่าแล้ว ยังมีนิทรรศการภาพถ่าย “กลับบ้าน” จากอำพรรณี สะเตาะ ที่พูดถึงการเดินทางและการทดลองบนเส้นทางชีวิตของหญิงสาวจากหมู่บ้านเล็กๆ ผู้เลือกที่จะเดินทางศึกษา เพื่อค้นหาความหมาย และปลดล็อกพันธนาการ จากยะรังถึงกรุงเทพฯถึงปารีส นอกจากนี้ยังมีนักวาดภาพฝีมือดีนาม อับดุลการิม ยูโซ๊ะ มาตวัดเส้น ลงลวดลายดอกไม้มลายูให้ผู้ร่วมงานได้ชื่นชม เพราะดอกไม้คือสัญลักษณ์สำคัญของคาบสมุทรมลายู เรื่องราวของมวลดอกไม้ปรากฎอยู่ในหลายบริบท ทั้งความจรงจำ บทกวี ชื่อของผู้คน สัญลักษณ์ของพื้นที่




Pattani Decoded ไม่ได้มีเพียงงานที่ชมด้วยตาสัมผัสด้วยใจเท่านั้น แต่ยังมีหลากหลายเวิร์คช็อปที่เปิดให้ผู้คนได้ร่วมแชร์ประสบการณ์การลงมือทำ ทั้งกิจกรรมมัดย้อมจากทีม De’Lapae Studio การลงลายผ้าบาติกจากผู้ประกอบการท้องถิ่น การสอนการใช้งานผ้าเลอปัสจากคุณเอ็มโซเฟียน เบ็ญจเมธา หนึ่งในผู้พยายามจะปลุกวิถีแห่งผ้าเลอปัสให้กลับมาโลดแล่นและโดดเด่นร่วมสมัย ผ่านความพยายามที่ย้อมผ้าเลอปัสด้วยเทคนิคการย้อมแบบผ้าบาติค พร้อมลวดลายใหม่ๆที่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่น พร้อมกับการสาธิตการใช้ผ้าเลอปัสในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นการโพกหัวด้วยผ้าเลอปัสในรูปแบบมลายู การสมานผ้าเลอปัสเข้ากับวัฒนธรรมการใช้ผ้าแบบ Furoshiki ในการดัดแปลงผ้าเลอปัสให้เป็นกระเป๋าอย่างสวยงามและเข้ากับเทรนด์การลดใช้ถุงพลาสติคที่เกิดขึ้นในขณะนี้


ทีมรองเท้าทะเลจรก็เปิดให้ผู้คนได้ร่วมผลิตรองเท้าที่ทำมาจากขยะรีไซเคิลจากท้องทะเล แบรนด์รองเท้าทะเลจรเป็นที่พูดถึงอย่างมากในแวดวงคนตื่นตัวในประเด็นสิ่งแวดล้อม เพราะทะเลจรคือรองเท้าที่ผลิตมาจากขยะทะเลที่ถูกทิ้งไว้ตามชายหาด เก็บโดยกลุ่ม Trash Hero Pattani ร่วมมือกันผลิตโดยมหาวิทยาลัยและกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ทั้งในรูปแบบรองเท้าแตะและรองเท้าแฟชั่น ล่าสุดทะเลจรได้ Collab การทำงานกับนันยางและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้คนที่สั่งจองรองเท้าแตะรุ่นพิเศษมากกว่าสองหมื่นคู่

อีกสองกิจกรรมที่ถูกจัดหมวดเข้าไปอยู่ในส่วนของเวิร์คช็อปคือกิจกรรมเชฟเทเบิ้ล ที่จัดเป็นครั้งแรกในปัตตานี กับสองเชฟพื้นที่ที่พยายามใส่คอนเซ็ปต์ Gastronomy ของพื้นที่ ผ่านมรดกตกทอดในการปรุงอาหาร และ ที่มาของวัตถุดิบในการปรุงที่มาจากทั้งเขตภูเขาและท้องทะเลของพื้นที่ นอกจากนี้งาน Pattani Decoded ยังได้รับเกียรติจากนักเขียนรางวัลดับเบิ้ลซีไรต์สายพังค์ที่มาจัดเวิร์คช็อปการเขียนกับเหล่าผู้สนใจที่จะหล่นถ้อยคำและสรรพสำเนียงของความรู้สึกผ่านปากกาและแป้นพิมพ์

ในส่วนของกิจกรรม Talk และ การบรรยายนั้น งาน Pattani Decoded ได้รับเกียรติจาก เหล่าบุคคลสำคัญในวงการออกแบบไม่ว่าจะเป็น ศรัณย์ เย็นปัญญา นักออกแบบที่สุดแสนจะ Juicy รวมทั้งคุณ พิชิต วีรังคบุตร และที่สำคัญคือการบรรยายจากนักออกแบบศิลปาธร คือ ดร.สิงห์ อินทรชูโต และ อาจารย์บุญเสริม เปรมธาดา ในฐานะนักออกแบบ ทั้งคู่ต่างขับเน้นและตั้งคำถามมากกับการสำแดงความเป็นมนุษย์ผ่านงานออกแบบและการครุ่นคิดถึงอนาคตของผู้คน และผลกระทบต่อโลกใบนี้



การบรรยายในงาน Pattani Decoded เพิ่มอุณหภูมิความหนักหน่วงเมื่อ ซะการีย์ยา อมตยา กวีซีไรท์แห่งขุนเขาบูโดนราธิวาส ขึ้นอ่านบทกวีชื่อ I See You เพื่อบอกกล่าวสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มจากสายบุรี รวมทั้งกวีคนอื่นๆที่สลับขึ้นมาอ่านกวีในเรื่องราวที่แตกต่างกันแต่เหมือนกันในความลุ่มลึกของเนื้อหาที่ได้อ่าน ก่อนที่ทั้งซะการีย์ยา อมตยา ณายิบ อาแวบือซา และ วีรพร นิติประภา จะขึ้นเวทีพูดถึงวารสารเล่มใหม่ของมลายูปริทัศน์ที่ทำขึ้นจากความพยายามของคนพื้นที่ที่จะสื่อสารความคิด ข้อสังเกตของเหล่านักเขียนที่ตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มอันสวยงาม








ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของงานและดึงดูดให้ผู้คนแต่งเนื้อแต่งตัวมาร่วมงานคือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในคลับของงานที่รวมเอา ดนตรี งานกราฟฟิตี้ Flea Market ดึงดูดผู้คนให้เดินเข้ามาในงาน Line Up นักดนตรีในแต่ละค่ำคืนนั้นน่าสนใจ ค่ำคืนแรกเริ่มด้วยศิลปินที่เติบโตและใช้ชีวิตในพื้นที่พร้อมกับความพยายามที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่ ค่ำคืนที่สอง DJ Fee ผู้รับบทพระเอกในหนังกระเบนราหู คนสายบุรี มาคัดเพลงให้ผู้คนได้สดับรับฟังผ่านเทิร์นเทเบิ้ล ค่ำคืนที่สามนั้นน่าสนใจเมื่อ Stu Do Vol. Sound สองพี่น้องจากยะลาที่ร่ำเรียนวิชาทางดนตรีจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยศิลปากร มาถอดรหัสทางดนตรีผ่านจินตนาการของพวกเขาในแนวเพลงแบบ DUB และค่ำคืนสุดท้ายกับเพลงแจ๊สของคุณอ๊อฟ แซ็กโซโฟน และคณะ Diary Jazz Band เพลงแจ๊สกำเนิดขึ้นจากการต่อสู้ ความพยายามที่จะบอกถึงการมีอยู่ของคนแอฟริกันอเมริกัน จนกลายเป็นแนวทางดนตรีที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ซึ่งประจวบเหมาะกับการจัดงาน Pattani Decoded ที่พยายามจะบอกว่าแม้ในเชิงโครงสร้างจะอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลาง แต่ในแง่ตัวตนแล้ว กลับเต็มไปด้วย Dynamics เต็มไปด้วยความพยายามที่จะบอกว่า ต่อให้มืดมนอย่างไร แสงไฟ เรื่องราว ตัวตัน จะถูกสาดส่องจากความพยายาม


ในระหว่างที่การตีความทางดนตรีกำลังเกิดขึ้น สิ่งที่ดำเนินควบคู่กันไปที่คลับของงานคือ Flea Market ปัตตานีได้ชื่อว่าเป็นที่สถิตของผู้คนที่หลงไหลในการแต่งกายและวิถีแห่งวินเทจ ด้วยโลกทัศน์ที่เชื่อมโยงกับแฟชั่นและการค้นหาสไตล์ที่ใช่ซึ่งส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น นับตั้งแต่การไปบุกเบิกตลาดวินเทจที่ท้องสนามหลวง และสวนจตุจักร รวมทั้งเหล่าบรรดา Flea Market ที่เบ่งบานและกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งอันสำคัญในพื้นที่ ซึ่งนั่นทำให้เหล่าผู้หลงไหลในวินเทจและสตรีทสไตล์ ต่างเดินเข้ามาประชันในวิถีแห่งแฟชั่น พาสชั่นในสไตล์ อย่างพร้อมเพรียง



ฉากหลังของพาวิลเลียนคอนเสิร์ตคือกำแพงบ้านเก่า ทีมงานได้ดัดแปลงให้เป็นผนังสำหรับฉาย Light Graffiti โดยทีม Pattani Landlord & Friends ที่ฉายงาน Computer Graphic จากลวดลายอัตลักษณ์พื้นถิ่นปัตตานีสู่การสร้างสื่อสมัยใหม่ และเป็นความพยายามที่จะนำเสนอปัญหาขยะด้วยสื่อสมัยใหม่ ที่ล้วนแล้วแต่ดึงดูดให้ผู้คนต่างยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพงาน Graffiti สุดล้ำ

นอกจากกิจกรรมที่กล่าวถึงทั้งหมดแล้ว งาน Pattani Decoded ยังนำหนังจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมทั้งหนังสั้นหลากหลายเรื่องมาฉายให้ผู้คนได้ร่วมชม และได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น เพราะในความเป็นจริงปัตตานีร้างราซึ่งโรงหนังมาหลายปีดีดัก นอกจากนี้งาน Pattani Decoded ยังได้จัดสถานที่ให้เหล่า Vendors งาน คราฟท์ในพื้นที่ได้มาร่วมจัดแสดงสินค้าที่พวกเขาผลิตขึ้นจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น

มันยากที่จะนิยามว่า Pattani Decoded คืองานประเภทใดกันแน่ เพราะอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมจำนวนมากในย่านเก่าของเมือง หลายคนที่ไม่เคยเดินทางมาปัตตานีอาจมีภาพจำถึงความรุนแรง ความน่ากลัว และ ความมืดมนหม่นหมอง แต่งาน Pattani Decoded กลับเปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อพวกเขาพยายามสาดแสงส่องออกไปเพื่อบอกกับผู้คนว่า พวกเขามีอยู่ มีชีวิตอย่างมีสีสัน และมีชีวิตอยู่บนฐานของความเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
ภาพโดย Faiz Phongprasert / Haneesah Sideh / Overlay / Bossakorn Buena / Charif Phorh