ถึงแม้จะผ่านผลงานแสดงมาหลายเรื่อง แต่ภาพยนตร์ที่ทำให้ซุปเปอร์สตาร์อย่าง Andy Lau หรือหลิวเต๋อหัว โด่งดังในเมืองไทย เป็นต้นแบบให้เด็กผู้ชายทุกคนในยุคนั้นอยากเป็นเหมือนกับเขากลับกลายเป็น “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” (A Moment of Romance) หนังอมตะตลอดกาลที่ว่าด้วยเรื่องราวของอันธพาลที่ดันไปตกหลุมรักลูกสาวเศรษฐี โดยความพีคอยู่ที่ฉากขี่มอเตอร์ไซค์ที่โคตรเท่ของหลิวเต๋อหัว ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ชอบรถมอเตอร์ไซค์ และส่งผลให้ Suzuki RG 500 กลายเป็นไอคอนิคไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ไม่เชย
แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องนี้ยังถูกส่งต่อมาที่ Old Timer Suite พื้นที่ของผู้หลงใหลในของเก่าคลาสสิคเหมือนๆ กัน ซึ่งมีพี่ดิว ภาณุ ศรีรัตนประภาส สถาปนิกมือฉมังจากอาร์คีพลัส ไอ, พี่ก้อง วิศว ศรีรัตนประภาส นักเดินทางและเจ้าของร้านอาหาร yuu, พี่จ๊อบ วิศรุต ศรีรัตนประภาส แห่ง Pancake Café พี่ภูริวัจน์ ภัทรานนท์อนันต์ ที่ทำธุรกิจก่อสร้าง PS Hardware เป็นผู้เริ่มต้นและปลุกปั้นความลุ่มหลงในรถเก่าให้กับสมาชิกทุกคน “พอเจอเพื่อนที่ชอบเหมือนกันก็เริ่มต้นจากการขี่รถด้วยกันแล้วค่อยๆ บิ้วไปทีละคน ก้องก็มีความคิดว่าเราทำอะไรขึ้นมาดีมั้ย แต่เราไม่ใช่แก็งค์มอเตอร์ไซค์นะ เลยตั้งชื่อขึ้นว่า Old Timer Suite” โดยการตามหารถถูกกฏหมาย ทำให้รถกลับมามีสภาพออริจินัลมากที่สุด คือความสนุกและท้าทายสำหรับคนกลุ่มนี้ “พอเสร็จไปทีละคันกลับไปเป็นออริจินัล มันมีความลงตัวในการดีไซน์ของรถแต่ละยุคเหมือนรถยุโรป เจี๊ยบ 8080 คือเหยื่อล่าสุด (หัวเราะ…) เจี๊ยบเล่นรถยุโรปมาตลอดชีวิต แต่มาเจอก้องบิ้ว ตอนแรกก็ไม่อินจนกระทั่งมาเห็นรถก็ยอมรับ”

“คำว่ารถเก่าของเรา ไม่ว่าจะเป็นรถญี่ปุ่นหรือรถอังกฤษก็แล้วแต่ เราชอบหมด อย่าง Honda หรือ Ducati ทุกแบรนด์มีเสน่ห์อยู่แล้ว เพียงแต่เราชอบในความเป็นออริจินัลของมัน ถ้าทำให้กลับไปเหมือนรถเดิมได้มากเท่าไหร่ ยิ่งสนุก การทำรถแบบนี้ยากตรงบางรุ่นผลิตมานานมากแล้วอะไหล่ไม่มี ฉะนั้นการที่เราจะทำรถให้เหมือนเดิมมากที่สุด ความท้าทายอยู่ตรงนั้นด้วย” พี่เจี๊ยบเสริมขึ้นมาพร้อมกับบอกเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือเวลารถเสีย เพราะถ้ารถไม่เสียก็ไม่ใช่รถเก่า “ทำบ้างขี่บ้าง นี่คือความสุขของการเล่นรถเก่า รถยนต์เองก็เหมือนกัน ต้องเสียต้องให้เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบ้าง”

โดยรถเก่าที่พี่ๆ คลั่งไคล้กันนี้ก็คือรถในช่วง 80 ถึงปี 2000 ซึ่งพวกเขาตั้งใจทำให้ทุกๆ ดีเทลเหมือนกับรถในปีนั้นๆ ราวกับว่าอดีตและปัจจุบันไม่ได้ห่างไกลกันอย่างที่คิด รวมทั้งยังเชื่อมต่อให้คนต่างยุคได้มาพูดคุยถึงความชอบในเรื่องเดียวกันอย่างมีความสุข “มันเกิดเป็นคอมมูนิตี้ขึ้นมา คนที่มีแพชชั่นคล้ายกันมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มาแชร์ข้อมูลกัน รถบางคันเราอาจจะไม่รู้จักเลยก็ได้ แต่บางคนเขาจะมีข้อมูลของเขา ซึ่งตรงนี้ทำให้เริ่มขยายตัวมากขึ้น ได้เปิดโลกกว้างมากขึ้น ทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น”

เนื่องจากรถเก่าการจะตามหาสภาพที่โอเค มีอะไหล่ สไตล์ที่ตรงกับความชอบ ไปจนถึงการหาช่างที่จะปลุกรถให้กลับมามีชีวิตได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งความอดทนและความแน่วแน่ “ที่ยากที่สุดคือสไตล์รถที่ชอบ ต้องดูก่อนว่าในดีเทลมันไม่เหมือนกัน เรื่องเครื่องเรื่องสภาพด้วย ต้องรู้ว่ารถคันนี้ควรจะหาหมอคนไหน บอดี้แบบนี้ใครทำสีเก่ง สติ๊กเกอร์ที่เป็นออริจินัลหาจากที่ไหน จริงๆ เรื่องทะเบียนกลับเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราคอนเซิร์น เพราะรู้ว่าต้องใช้เวลานาน ประเด็นที่เราคอนเซิร์นจริงๆ คือเรื่องของแพชชั่นมากกว่า คุณรักโมเดลตัวที่คุณเลือกมากแค่ไหน คุณพร้อมที่จะเอามันกลับมาแค่ไหน” และสำหรับบางคนเรื่องของการแต่งตัวก็สำคัญไม่แพ้รถ “เราจะคอนเซิร์นเรื่องการแต่งตัวให้เข้ากับรถ เพราะเป็นความสนุกอย่างนึงเวลาขี่รถ

อย่างตอนที่ได้คันนี้มา สิ่งแรกที่หาคือหมวกกันน็อคที่เข้ากันกับรถ เราต้องนึกภาพเวลาขี่รถการแต่งตัวต้องไปในทิศทางเดียวกัน ถ้ามีรถหลายคันก็ต้องมีหลายเซ็ตหน่อย (หัวเราะ…)” พี่เจี๊ยบกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ โดยปกติแล้ว Old Timer Suite จะรวมตัวกันในทุกวันอาทิตย์ และพร้อมต้อนรับทุกคนที่มีความลุ่มหลงในรถเก่าหายากเหมือนกัน ใครที่ชอบก็สามารถมาเอ็นจอยกับพวกเขาได้ที่ร้านกาแฟตึกแถว พื้นที่ที่เป็นเสมือนคอมมูนิตี้ของคนที่ไม่นิยมของใหม่!