


ผู้ออกแบบ : ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ / อรวี เมธาวี
ผู้ก่อสร้าง : บุญฤทธิ์ สมุหเสนีโต
ถ่ายภาพ : อรรคพล ธนารักษ์
ทุกครั้งที่หลับตา...ภาพวันเวลาดีๆ ยังคงชัดเจนอยู่ในใจ “ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ” ออกแบบบ้านที่ไม่เพียงบันทึกภาพในอดีตเอาไว้ หากยังสร้างพื้นที่ให้ครอบครัวหนึ่งสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับความทรงจำที่สวยงามได้ตลอดไป

บ้านไม้หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องดินเผาไม่เพียงสะท้อนภาพของเรือนพื้นบ้านในภาคใต้ หากการออกแบบพื้นที่ภายในทั้งหมดไว้ภายใต้ชายคาเดียวกันยังสื่อถึงการผสมผสานระหว่างภาพความทรงจำในอดีตกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน

บ้านไม้หลังคาปั้นหยาที่ปูด้วยกระเบื้องดินเผาอาจจะสะท้อนภาพของเรือนเก่าพื้นถิ่นภาคใต้ในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับหลานชายของคุณตารัตน์กับคุณยายพิน บ้านหลังนี้คือสถานที่พิเศษซึ่งมิติของเวลาพาอดีตกับปัจจุบันมาซ้อนทับกันอย่างแนบแน่นและอบอุ่น “บ้านพินรัตน์” คือผลงานการถ่ายทอดความทรงจำของหลานชายซึ่งมีต่อคุณตาคุณยายผู้ล่วงลับ ผ่านงานออกแบบที่ใช้ทฤษฎีทางสถาปัตยกรรมมาสร้างสรรค์สุนทรียภาพทางความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว
ทีมสถาปนิก “ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ” (Awaken Design Studio) ถอดรหัสความทรงจำของชายคนหนึ่งเพื่อดึงองค์ประกอบในห้วงความคิดถึงมาตีความและประติดประต่อเสียใหม่จนกลายเป็นบ้านไม้สองชั้นท่ามกลางสวนในจังหวัดพัทลุง
ในขณะที่ลวดลายของราวกันตกและช่องคอสองคือองค์ประกอบที่เกิดจากภาพในความทรงจำ ประตูกระจกและโถงบันไดคือส่วนประกอบที่ออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน

ลวดลายราวบันได ประตูไม้บานเฟี้ยม หรือช่องคอสองบนผนัง สิ่งเหล่านีิ้คือส่วนประกอบของบ้านที่ให้ความรู้สึกคุ้นชินและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบ้านคุณตาคุณยายในอดีต “ความคิดของเขา (หลานชาย) ค่อนข้างชัด เขาสเก็ตแปลนกับสิ่งที่เขาอยากจะให้มันเป็นออกมาได้เลย เรารู้สึกว่ามันมีความหมาย มันออกมาจากความทรงจำและตัวตนของเขา” ภคชาติ เตชะอำนวยวิทย์ หนึ่งในทีมสถาปนิกกล่าว “เราเอาสิ่งที่เขาเขียนกลับไปคุยกับเขานะ ว่าแต่ละอันเขานึกถึงอะไร มันสะท้อนสิ่งที่อยู่ข้างในเขาอย่างไรบ้าง อย่างประตูบานไม้พับ ประตูบานเฟี้ยม หรือแม้กระทั้งตัวคอสองที่เขาเขียน มันเป็นสิ่งที่เขาบอกว่าบ้านเก่าของคุณตาคุณยายเขามี แล้ว Element เหล่านี้แหละที่ทำให้เขารู้สึกถึงท่านได้ มันเป็น Sense ที่เขาระลึกถึง”

การวางตำแหน่งช่องเปิดและผนังทึบที่ได้รับการออกแบบและจัดวางอย่างเป็นระบบทำให้พื้นที่ภายในบ้านกับสวนด้านนอกมีความเชื่อมต่อกันมากยิ่งขึ้น

แม้จะมีจุดเริ่มต้นจากการรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต แต่การออกแบบบ้านหลังนี้ไม่ใช่การยกบ้านหลังเดิมมาสร้างใหม่ให้เหมือนของเก่า หากเป็นการดึงสิ่งที่มีคุณค่าทางความรู้สึกมาผนึกกำลังกับการจัดวางพื้นที่และองค์ประกอบต่างๆ ทางสถาปัตยกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด “เราไม่ได้มองว่่าบ้านนี้จะต้องเหมือนบ้านคุณตาคุณยาย เขาก็ชัดเจนว่านี่จะเป็นบ้านเขาเอง เขาอยากให้มันดูโมเดิร์นเหมาะกับเขา” ภัทราวุธ จันทรังษี หนึ่งในทีมสถาปนิกกล่าว “มันก็กลายเป็นโจทย์ที่ยากเหมือนกันเพราะมันซ้อนกันอยู่ คือต้องทำบ้านที่เหมาะกับวิถีชีวิตใหม่ของเขา แต่่่จะต้องให้ระลึึกถึงคุณตาคุณยาย”

ที่บ้านหลังนี้ ภาพความทรงจำกับวิถีชีวิตในปัจจุบันอยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้อย่างสมดุล ไม้เก่าจากบ้านคุณตาคุณยายที่รื้อเก็บไว้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้าง ทั้งโครงสร้างเสา คานและพื้น เมื่อผสมไม้ใหม่ที่ใช้ในผนังและส่วนตกแต่งต่างๆ สีสันและลวดลายของเนื้อไม้ที่อายุต่างกันกลับเกิดเป็นความแตกต่างที่ลงตัว ช่องหน้าต่างบานประตูของบ้านก็มีการผสมผสานทั้งรูปแบบโบราณและสมัยใหม่ตามความเหมาะสมในการใช้งาน “เราพยายามใส่ทุกอย่างเข้าไปใต้หลังคาผืนเดียว ไม่ได้พยายามจะออกแบบให้บ้านมีเลเยอร์หรือมีห้องเยอะๆ” ภคชาติกล่าว “เราอยากจะให้ทุกห้องอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน เพราะว่าหลังคามันก็บอกถึงเรื่องพวกนี้อยู่เหมือนกัน”

จากการศึกษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของภาคใต้ ทีมสถาปนิกจากตื่นได้พบว่าเรือนของคุณตาคุณยายเป็นเรือนพื้นถิ่นในยุคประมาณร้อยปีที่ผ่านมา โดยเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของเรือนประเภทนี้ก็คือหลังคาทรงปั้นหยาที่ปูด้วยกระเบื้องดินเผาซึ่งเรียกว่ากระเบื้องเกาะยอตามชื่อของแหล่งผลิต เพื่อสะท้อนลักษณะเฉพาะทางสถปัตยกรรมออกมา การตามหากระเบื้องดินเผาแบบโบราณจึงเริ่มต้นขึ้น “สมัยก่อนแหล่งผลิตมีที่เดียวที่เกาะยอจังหวัดสงขลา แต่ปัญหาก็คือว่าแหล่งผลิตเหลือน้อยมากๆ และเขาก็ผลิตได้น้อยเพราะต้องรอฟ้ารอฝน ผลิตเป็นฤดูกาล” ภคชาติเล่า “แต่เราก็พยายามไปหาจนเจออีกที่หนึ่ง เป็นรุ่นทีี่สองรุ่นที่สามที่เขาพยายามปรับตััวแล้วทำให้กระเบื้องพวกนี้มันอยู่รอดได้้ สั่งไม่นานก็สามารถผลิตได้เลย แล้วคุณภาพก็โอเค ก็เลยสั่งกระเบื้องอันนี้มาใช้ เจ้าของบ้านเขาก็รู้สึกแฮ้ปปี้มากที่สามารถเอากระเบื้องเก่าที่มันเกือบจะหมดไปแล้วมาใช้ได้”


โถงสูงบริเวณทางเข้าคือหัวใจสำคัญ ของบ้านหลังนี้ ภาพคุณตาคุณยายบน ผนังสามารถมองเห็นได้จากทุกส่วนในบ้าน ทำให้รู้สึกถึงความผูกพันธ์ไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดในบ้านหลังนี้
นอกจากการใช้ไม้จากบ้านเดิม เติมแต่งด้วยหลังคาทรงปั้นหยาปูกระเบื้องดินเผา และนำเอาองค์ประกอบต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับบ้านคุณตาคุณยายในอดีตมาเป็นส่วนตกแต่งในบ้าน โถงสูงกลางบ้านที่เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งสองชั้นก็คือพื้นที่สำคัญซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อการรำลึกถึงคุณตาคุณยายโดยเฉพาะ “เราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่าพอมีโถงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องมาอยู่ตรงนี้ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถเห็นได้จากทั้งบ้าน” ภคชาติเล่า “ก็คุยกันว่าตรงนี้ต้องตั้งรูปคุณตาคุณยายนะ เพราะเวลาใครเข้ามาหรือว่าอยู่ตรงไหนของบ้านก็จะได้ระลึกถึง”
เบื้องหลังการออกแบบบ้านที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางอารมณ์ ทีมสถาปนิกจากตื่นยังให้ความใส่ใจกับรายละเอียดและคุณสมบัติขั้นพื้นฐานสำหรับบ้านที่ดีอีกด้วย พื้นที่ใช้งานต่างๆ ภายในบ้านได้รับการจัดวางอย่างมีระบบเพื่อให้รองรับกับการใช้งานภายในและสอดคล้องกับบริบทภายนอก โถงบันไดตั้งอยู่ในทิศที่ต้องรับแดดเพื่อช่วยกรองความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้านโดยตรง การจัดวางตำแหน่งช่องเปิดต่างๆ และชานบ้านโดยรอบทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าที่เคยเป็น "เจ้าของบ้านเขาบอกว่าบ้านนี้ทำให้เขาอยู่ใกล้สวนมากขึ้น" ภคชาติเล่า "ซึ่งมันเกิดจากการนำความรู้เรื่องการออกแบบมาใช้แหละ เรื่อง solid กับ void (ผนังทึบและช่องเปิด) เมื่อมันตรงกัน บ้านก็เหมือนเป็นเฟรมหรือเป็็นจุดที่ทำให้เขารู้สึกว่าได้เห็นสวนมากขึ้นกว่าเดิม เขาบอกว่าเขารู้สึกเหมือนโดนดึงออกไปข้างนอก"

เมื่อการออกแบบและก่อสร้างเสร็จสิ้น ขั้นตอนสุดท้ายที่จะทำให้บ้านหลังหนึ่งเสร็จสมบูรณ์ก็คือการเติมชีวิตเข้าไป “เขา (คุณพ่อของเจ้าของบ้าน) บอกว่าบ้านนี้เป็นบ้านที่มีชีวิต” ภัทราวุธกล่าว “เขาใช้บ้านหลังนี้เป็นที่รวมครอบครัว พอเขาบอกว่าบ้านนี้ลูกชายเขาทำให้คุณตาคุณยายนะ ญาติๆ ก็มารวมตัวแล้วก็ถ่ายรูปกับคุณตาคุณยายที่อยู่ตรงนั้น มันก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา กลายเป็นบ้านที่สมบูรณ์ได้ด้วยคนที่เข้าไปอยู่”

เพราะใจยังคงรำลึกถึงจึงเกิดเป็นบ้านหลังหนึ่งซึ่งอัดแน่นไว้ด้วยเรื่องราวและความทรงจำ แค่เสาไม้จากบ้านเก่าต้นหนึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะสะกิดใจให้ภาพของเรื่องราวในอดีตกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ที่บ้านพินรัตน์หลังนี้ ทุกบานประตูมีเรื่องราว ทุกผืนผนังเต็มไปด้วยเรื่องเล่า ทุกย่างก้าวจึงคล้ายกับบันทึกบทใหม่ที่ขีดเขียนเพิ่มลงไปให้บ้านหลังนี้มีชีวิตและเปี่ยมไปด้วยลมหายใจของสมาชิกทุกคนในครอบครัว




