LOCAL TWIST

เบื้องหลังผนังเหล็ก โครงสร้างคอนกรีตและม่านเชือก จูน เซคิโน นำเอกลักษณ์พื้นถิ่นของเมืองปักษ์ใต้มาดัดแปลงและถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมโมเดิร์นได้อย่างลงตัวใน ‘นาวากีเทล ดีไซน์ โฮเทล’

LOCAL TWIST

เบื้องหลังผนังเหล็ก โครงสร้างคอนกรีตและม่านเชือก จูน เซคิโน นำเอกลักษณ์พื้นถิ่นของเมืองปักษ์ใต้มาดัดแปลงและถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมโมเดิร์นได้อย่างลงตัวใน ‘นาวากีเทล ดีไซน์ โฮเทล’

ย่านใจกลางเมืองซึ่งพลุกพล่านไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้าอาจจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ผู้มาเยือนเมืองนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่จะให้ความสนใจมากนัก แต่เมื่อสถาปนิกนำวัสดุก่อสร้างพื้นฐานและสิ่งของพื้นบ้านที่คนในท้องถิ่นพบเห็นจนคุ้นตาเป็นอย่างดีมาใช้เป็นองค์ประกอบในการออกแบบ จากอาคารคอนกรีตธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง ที่นี่กลายเป็นจุดสนอกสนใจของผู้คนที่ผ่านมาผ่านไปตั้งแต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ในเพจ facebook ของผู้คนเมืองคอนมีการพูดถึง...ตั้งคำถาม...ตามเสาะหา...จนรู้ว่าอาคารแห่งนี้คือโรงแรมนาวากีเทล ดีไซน์ โฮเทล ผลงานการออกแบบโรงแรมชิ้นที่สองในจังหวัดนครศรีธรรมราชของสถาปนิกที่ชื่อจูน เซคิโน

เดิมทีอาคารแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นอพาร์ตเม้นต์ แต่เมื่อโจทย์ในการใช้งานอาคารเปลี่ยนไปเป็นโรงแรมและงานออกแบบได้ถูกส่งต่อมาที่ จูน เซคิโน อาร์คิเทคต์ แอนด์ ดีไซน์ การยกเครื่องครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น “มันเป็นงานที่ต้องมีการแก้ปัญหา เพราะมันมีโครงอยู่แล้วก่อนที่จะเข้าไป” จูน เซคิโนกล่าว “เหมือนได้รถเก่ามาแล้วต้องมาค่อยๆ ไล่แงะองค์ประกอบต่างๆ ไป ก็สนุกดี”

จากอาคารคอนกรีตทรงกล่องทึบตันธรรมดาๆ ที่ก่อสร้างเต็มพื้นที่เพื่อจำนวนห้องสูงสุดเต็มอัตรา ทีมสถาปนิกได้ปรับเปลี่ยนอาคารแห่งนี้เสียใหม่แล้วเพิ่มความน่าสนใจในรายละเอียดของงานออกแบบโดยแลกกับจำนวนห้องที่ต้องลดลง “ตอนแรกเขาทำเป็นอพาร์ตเม้นต์ก่อน ห้องมันเลยเยอะมาก ก็ปรับลงมา ตัดไปช่วงเสาหนึ่งเพื่อให้มันเกิดระยะ ดันอาคารไปด้านหลังแล้วตัวด้านหน้ามันจะกลายเป็นส่วน Lobby แทน” จูน เซคิโนกล่าว “ส่วนภายนอก ทีแรกเป็นอาคารคอนกรีตสูงหกชั้น ซึ่งมันดูแข็งมาก เราก็ปรับโดยต้องหาสัดส่วนมาละลายมัน”

ทีมสถาปนิกได้ใช้แผ่นเหล็กเจาะรูมาห่อหุ้มโครงสร้างคอนกรีตและเพิ่มความหนาให้กับผนังอาคารแล้วดึงแสงแดดอันจัดจ้านของเมืองปักษ์ใต้เข้ามาเป็นตัวทำละลายเพื่อเปลี่ยนคอนกรีตทึบตันที่แข็งกระด้างให้ดูนุ่มนวลมีความน่าสนใจมากขึ้น “พอแสงเข้ามามันจะผ่านการสะท้อนและโดนกรองโดยผนังเหล็ก การทับซ้อนของแสงผ่านเข้ามาในอาคาร มิติของมันจะชัดมาก” จูนกล่าว “ตอนกลางคืน มันจะทำหน้าที่กลับกัน มีเรื่อง Silhouette เกิดขึ้น แสงจะกลายเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด มันไม่ใช่ตัวอาคารแล้ว แสงมันก็จะผ่านตัวกรองซึ่งเป็นเหล็กที่เป็นรู เวลาที่เรามองอาคารก็จะเหมือนเวลาเรามองผ่าน Filter มุ้งลวดออกมา มันก็จะทำให้อาคารดูเบา”

(คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่)

ด้วยโครงสร้างจากงานออกแบบเดิม ทำให้การแต่งเติมพื้นที่ภายในมีข้อจำกัด ทั้งเรื่องความสูงของแต่ละชั้นและรูปทรงของพื้นที่ เพื่อจัดการกับปัญหานี้ และทำให้องค์ประกอบภายนอกสอดคล้องกับงานออกแบบภายใน จูนจึงเลือกที่จะทำงานออกแบบทุกส่วนไปพร้อมๆ กันตั้งแต่ สถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ป้ายบอกทาง ไปจนถึงงานระบบ

งานระบบมักจะถูกเก็บไว้ทำในลำดับท้ายสุดและเป็นส่วนที่ถูกซุกซ่อนไม่ให้ใครเห็น แต่สำหรับที่นี่ จูนได้มอบบทบาทใหม่ให้กับงานระบบของอาคาร โดยรับหน้าที่เป็นพระเอกที่จับคู่กับการตกแต่งภายในได้อย่างลงตัว “เราตีความงานระบบใหม่ แล้วลองดีไซน์งานระบบดู ท่ออย่างนี้ทำไมต้องหลบ เอาออกมาให้มันชัดไปเลย แล้วทำให้มันสวย นั่นก็คือจุดเริ่ม” จูนกล่าว “เราลองทำให้งานระบบ Blend ไปกับ Interior และ Lighting ไปเลย”

เพื่อเผยให้เห็นถึงโฉมใหม่ของงานระบบ ฝ้าเพดานที่เคยใช้เป็นสิ่งปกปิดความวุ่นวายไร้ระเบียบของงานระบบต่างๆ ถูกลดบทบาทลงเหลือเพียงผิวคอนกรีตของพื้นชั้นบน รางต่างๆ ถูกนำมาจัดวางเสียใหม่และทำหน้าที่คล้ายเป็นบังรางและโคมไฟให้ความสว่างกับพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของโรงแรม โดยมีผิวคอนกรีตของอาคารเป็นทำหน้าที่ช่วยสะท้อนแสงคุมความสว่างให้กับบรรยากาศภายใน “ตัวคอนกรีตเราก็ปล่อยไปเลย เพราะงั้นงาน Lighting ในคอนกรีตมันก็เลยมีความ Real ของมันดี” จูนกล่าว “ทีนี้พอพื้นมันมืดก็เอา อีพ็อคซี่ที่มันเงาเคลือบเอาไว้ แล้วเวลาเปิดไฟมันก็คล้ายๆ เป็นกระจกสะท้อน ก็เลยทำให้ของที่ดูมืดๆ ทึมๆ ก็มี Reflect ขึ้นมา ซึ่งมันก็ได้ผลน่าสนใจดี คนก็จำได้ด้วยว่าไฟกับงานระบบมันน่าสนใจ ก็ได้ผลตอบรับที่พอใจครับ”

ด้วยตัวบริบทของโรงแรมที่อยู่กลางเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งไม่ใช่ย่านท่องเที่ยว การสร้างเอกลักษณ์ในงานออกแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มเรื่องราวให้กับอาคารและทำให้สถาปัตยกรรมมีมิติที่น่าสนใจมากกว่าความสวยงาม “เจ้าของก็มาคุยกับเราว่าทำอย่างไรให้มันมีจุดขาย” จูนกล่าว “เราก็เลยสร้าง Content และ Concept ที่ชัดขึ้นมา”

วัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและพบเห็นได้ในท้องถิ่นคือสิ่งที่ถูกใช้ในการเพิ่มเรื่องราวให้กับองค์ประกอบต่างๆ ในโรงแรมแห่งนี้ ทั้งผนัง ฝ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ม่านกันแดดที่ทำจากเชือกกล้วย “เชือกนี่ไปเจอตอนกินข้าวที่หมู่บ้านชาวประมง เขาก็ใช้เชือกมาพันเสาบ้าน เราก็คิดว่าถ้าเราเอามาทำจะเป็นยังไง เจ้าของโครงการเขาก็บอกว่าให้ลองดู” จูนเล่า “หน้าโรงแรมหันไปทางทิศตะวันตก ม่านเชือกก็จะเป็นตัวกรองแสงที่เข้ามาตรงล้อบบี้ แล้วยังทำให้เกิดลวดลาย ตอนกลางคืนก็ทำให้เกิด Ambient ของภาพแสงและเงา ทำให้อาคารดู Soft ขึ้น”

นอกจากวัสดุในพื้นที่แล้วเทคนิคของช่างในท้องถิ่นก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างส่วนต่างๆ ในโรงแรมแห่งนี้ ทั้งคอนกรีตปูพื้น ผนัง ฝ้า ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ ล้วนได้รับการประดิษฐ์ขึ้นในรูปแบบใหม่เฉพาะตัวโดยอาศัยการทดลองกับภูมิปัญญาของบรรดาช่างแขนงต่างๆ ในท้องที่ “เราคุยกับช่างที่นครฯ เพื่อดูว่าช่างเขาทำอะไรได้บ้าง ก็ทำไป Workshop ไป” จูนกล่าว “องค์ประกอบของพื้นผนังฝ้ามันไม่ได้มีแบบสำเร็จรูป เราลองหน้างานเลย เราทำออกมาแล้วเอามาลอง”

ภายใต้รูปทรงโมเดิร์น ทุกองค์ประกอบที่อยู่ใน นาวากีเทล ดีไซน์ โฮเทล เกิดจากการนำความเป็นท้องถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งทักษะในการก่อสร้างของช่างในพื้นที่ และวัสดุที่เป็นพื้นฐานของงานก่อสร้าง ที่ประกอบไปด้วยเหล็ก ไม้ ปูน และเชือก มาทดลองและดัดแปลงเพื่อค้นหาแนวทางในการออกแบบและใช้งานในรูปแบบใหม่ จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเรื่องราวและความน่าสนใจในตัวเอง