Writer : Nada Inthaphunt
Photographer: Pachara Wongboonsin,
Window Photo Studio
Writer : Nada Inthaphunt
Photographer: Pachara Wongboonsin,
Window Photo Studio

NA TANAO BY POAR
ก้อนหมู่เรือนไทยที่ลอยตัวอยู่ระหว่างพื้นที่ไร้ค่าและมูลค่ามหาศาล

“ณ ตะนาว” ด้วยชื่อแล้ว สามารถบอกถึงตำแหน่งของโครงการซึ่งอยู่ริมถนนตะนาว ซึ่งตั้งทำมุมตรงกับซุ้มประตูแพร่งสรรพศาสตร์พอดิบพอดี ย่านการค้าที่เคยเฟื่องฟูแห่งหนึ่งของรัตนโกสินทร์ชั้นในได้เปลี่ยนไปตามการพัฒนาผังเมือง ทำให้การลงทุนและประกอบธุรกิจบริเวณนี้อาจมีนัยยะที่ลึกซึ้งมากกว่าการสร้างอาคารบนข้อจำกัดเพื่อพิสูจน์ความสำเร็จเชิงรูปธรรมอย่างแน่นอน

   “นี่เป็นงานยากที่สุดเท่าที่ POAR เคยทำมาตลอด 10 ปีนี้” คุณโจ้ - พัชระ วงศ์บุญสิน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง POAR ( Patchara+Ornnicha Architects ) สถาปนิกผู้ออกแบบโครงการ “ณ ตะนาว” เกริ่นก่อนเริ่มเล่าเรื่องอาคาร Guest House จำนวน 5 ห้อง ขนาด 3.5 เมตร ยาว 21 เมตร สูง 16 เมตร ขนาบด้วยอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยซึ่งมีความสูงแตกต่างกันตลอดผืนที่ดิน “ไม่มีองค์ประกอบส่วนไหนของโครงการที่ไม่มีปัญหาเลยครับ ข้อดีอย่างเดียวคือเจ้าของรัก ผูกพัน และอยากทำอะไรดี ๆ ให้กับพื้นที่ผืนนี้มาก”

   ก่อนจะกลายเป็นย่านการค้าในยุคหนึ่ง ที่ดินผืนนี้เคยเป็นทางเข้า-ออกวังสรรพสาตรศุภกิจ แปลงสุดท้ายซึ่งสืบทอดมาอย่างถูกกฎหมาย ขนาดกว้าง 5 เมตร ลึก 25 เมตร โดยมีความพยายามพัฒนาให้เกิดประโยชน์มาเป็นมาเวลานาน แต่ด้วยข้อจำกัดจึงทำให้ต้องหยุดไป จนถูกมองว่าเป็นที่ดินที่ไม่มีมูลค่าและไม่มีศักยภาพ และกลายเป็นภาพของช่องว่างแห่งความเข้าใจผิดมาตลอด โดยที่ดินถูกใช้เสมือนเป็นทางสัญจรเข้า-ออกของอาคารเก่า 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินตาบอดด้านใน รวมถึงสภาพการใช้งานลานรกร้างที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นที่เก็บของของพ่อค้าในชุมชน และสภาพการต่อเติมเป็นช่องระบายอากาศของอาคารเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นไปอย่างไม่ถูกต้องตามกฏหมายเนื่องจากหลายอาคารเกิดขึ้นก่อนมีข้อกำหนดควบคุมอาคารในปัจจุบัน

ช่องว่างที่เติมเต็มด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย
   “การสร้างอาคารชิดกับอาคารได้ เกิดจากเพื่อนบ้านทุกคนเซ็นยินยอมให้สร้างชิดกับเขาได้ครับ เราเลยสามารถสร้างอาคารหน้ากว้างขนาดนี้บนพื้นที่แคบได้ ในขณะเดียวกันเราก็ออกแบบให้อาคารตั้งอยู่อย่างมีทางออกให้ทุกคน ทุกคนซึ่งหมายถึงเพื่อนบ้านที่เขาอยู่มาก่อนจะเกิดอาคารขึ้น”
   เพราะการเกิดสิ่งใหม่มีผลต่อพื้นที่โดยรอบทั้งลักษณะของเมือง ชุมชน และทัศนคติของคน ผู้ออกแบบจึงเริ่มต้นการทำงานด้วยแนวคิดที่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ร่วมกันกับเพื่อนบ้านได้
   การออกแบบอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบ วิธีการทำรูปตัดของอาคารทุกระยะ 2 เมตร ทั้งในแกนตั้งและแกนนอน ทำให้สามารถเช็คมุมมอง ทิศทางลม และช่องเปิดเพื่อนบ้านโดยไม่บดบัง ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของกันและกัน
   “เราอยากสร้างบรรยากาศที่เป็นบรรยากาศภายในของแต่ละห้อง แต่ละโซนแต่ละชั้น ให้มองเห็นความพิเศษของการอยู่ร่วมกันกับบริบทเก่าครับ การใช้วิธีนี้ทำให้เห็นมุม เห็นรายละเอียดต่าง ๆ แทบจะทุกจุดที่เราต้องการให้เห็นครับ” คุณพัชระอธิบายเสริม

ช่องว่างของ “อากาศ” ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกัน
   การสร้าง “อากาศ” ไหลเวียนในพื้นที่แคบเป็นการแก้โจทย์ยาก ซึ่ง POAR พิสูจน์ว่าสามารถเกิดขึ้นได้ และเนื่องจากก่อนมีการพัฒนาที่ดิน เพื่อนบ้านได้ใช้บริเวณพื้นที่โล่งนี้เป็น “ลาน” ระบายอากาศ “การที่เราสร้างอาคารเข้าไปอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น มันเหมือนเราไปแชร์กับเขาเพิ่ม เพราะฉะนั้นเราไม่อยากให้อาคารไปเปลี่ยนลักษณะของอากาศตรงนั้น เราจึงมองว่าแทนที่จะทำอาคารเป็นตึก เราแปลงอาคารออกมาให้มันเป็นก้อนที่เล็กที่สุดครับ”
   การลดขนาดพื้นที่การใช้งานภายใน และซอยโปรแกรมแยกเป็นก้อน พื้นที่ส่วนกลาง หรือ “ชาน” กลายเป็นพื้นที่ภายนอกแทรกซึมแต่ละยูนิต ระหว่างตึก เป็นทั้งทางสัญจร และช่องอากาศไหลเวียน แบบระบบเรือนไทยหมู่ภาคกลางที่เรียงตัวกันบนแนวตั้ง

   อาคาร ณ ตะนาว ใช้โครงสร้างเหล็กสร้างถอด แยกชิ้นส่วนนำมาประกอบในที่ (Prefabrication)ห่อหุ้มด้วยไม้และกระเบื้องเป็นวัสดุหลัก 2 ชนิด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอดีตตามความเหมาะสมของพื้นถิ่น สภาพอากาศ และการบำรุงรักษา ได้ถูกเลือกกลับมาใช้เป็นตัวเอกอีกครั้งในปัจจุบัน ผู้ออกแบบใช้ไม้ตะเคียนไม่เคลือบสีเพื่อเผยอายุตามธรรมชาติ และกระเบื้องดินเผาจากลำปาง เพื่อใช้สัดส่วนและสีของวัสดุเชื่อมโยงเส้นสายของบริบทเพื่อนบ้านทางอ้อม

เมื่อการเกิดสิ่งใหม่มีผลต่อพื้นที่โดยรอบทั้งลักษณะของเมือง ชุมชน และทัศนคติของคน ผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการต่างมีมุมมองหวงแหนสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยไม่ได้ปิดกั้นธรรมชาติของบริบทเดิมที่แม้เต็มไปด้วยข้อจำกัด การทำงานจึงเริ่มต้นด้วยแนวคิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ร่วมกับเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้สถาปัตยกรรมมีคุณค่าเพียงการเป็นอนุสรณ์สถานทางจิตใจของการกลับมาใช้ที่ดินมรดกไร้ศักยภาพอีกครั้ง แต่เพื่อรักษามูลค่ามหาศาลที่จับต้องไม่ได้จากทุกการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง ให้ส่ง
ผลกระทบที่ดีสู่องค์ประกอบของเมืองในอีกหลายหน่วยด้วยเช่นกัน


POAR (Patchara + Ornnicha Architects)
Facebook : @poar.company
www.poar.co
[email protected]

Project: Na Tanao
Architect, Interior Architect: POAR
Structural Engineer: Basic Design co.,ltd.
Lighting Design: Light Is co.,ltd.
Lead Architect: Ornnicha Duriyaprapan
Design Team: Patchara Wongboonsin, Phuvadej Intaragumhaeng, Pattra Khoirangub, Chanthep Saelee
Contractor: Taya Construction co., ltd.
Prefab Steel Structure: SYS
Project Location: Bangkok, Thailand
Project Complete Year: 2022
Photographer: Pachara Wongboonsin, Window Photo Studio