Sit Back, Relax,
and Enjoy Your Work

ประสิทธิภาพของงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนโต๊ะ หรือในห้องสี่เหลี่ยม Stu/D/O Architects ออกแบบออฟฟิศที่ทุกคนสามารถยกคอมพิวเตอร์ หยิบแฟ้มเอกสาร แล้วลุกออกไปนั่งทำงานในสวนได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ชั้นใดในอาคาร

ในยุคที่เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้คนสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา มุมมองเกี่ยวกับสถานที่ทำงานก็เปลี่ยนแปลงไป บางคนชอบอิสรภาพของการทำงานที่บ้าน บ้างก็หลงใหลกลิ่นอายหอมกรุ่นของการทำงานในร้านกาแฟ ในขณะที่บางคนก็นิยมบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ใน
Co-Working Space เมื่อต้องออกแบบสำนักงานภายใต้โจทย์ที่ต้องการให้ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ Stu/D/O Architects จึงออกแบบอาคารที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเลือกทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตนเองชอบได้ ไม่ว่าจะนั่งทำงานที่โต๊ะ ในร้านกาแฟ หรือแม้แต่ในสวนลอยฟ้ากลางแจ้ง

อาคารแห่งนี้คือสำนักงานของ Macro Care บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Pro AV (Professional Audio/Visual) และ Data Communication ด้วยความต้องการด้านการใช้งานที่หลากหลาย ประกอบกับข้อจำกัดเรื่องขนาดของที่ดินและตำแหน่งของที่ตั้งซึ่งถูกบังคับให้ต้องเว้นระยะอาคารจากถนน ทำให้พื้นที่ส่วนต่างๆ ถูกนำมาวางซ้อนกันเป็นอาคารสูง 5 ชั้น โดยชั้นล่างซึ่งมีความสูงของฝ้าเพดานมากกว่าชั้นอื่นๆ เป็น Showroom และมีโกดังเก็บของอยู่ด้านหลังเพื่อความสะดวกในการเติมสินค้า ห้องรับรองลูกค้าตั้งอยู่ที่ชั้นสอง สำนักงานและพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ กระจายตัวอยู่ในส่วนต่างๆ ของอาคาร แต่ไม่ว่าอยู่ที่ชั้นใด พนักงานและผู้ที่เข้ามาใช้งานอาคารก็สามารถออกไปสัมผัสความอบอุ่นของแสงธรรมชาติท่ามกลางพื้นที่สวนได้โดยไม่ต้องลงบันไดแม้แต่ขั้นเดียว "ไอเดียของเราก็คืออยากจะสร้างพื้นที่สีเขียวให้คนที่ทำงานสามารถออกมาใช้ได้จากทุกชั้น เราเอาธรรมชาติเข้ามาเพื่อให้ใกล้กับคนที่ทำงาน พนักงานไม่ต้องลงลิฟต์ไปที่ชั้นหนึ่งเพื่อที่จะเดินออกมาที่สวน คือเขาสามารถเดินออกไปนั่งทำงานในสวนได้ในทุกๆ ชั้นที่เขาทำงาน" ชนาสิต ชลศึกษ์ สถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้ง Stu/D/O Architects กล่าว "เราอยากสร้างพื้นที่ซึ่งเขาสามารถออกไปผ่อนคลาย ออกไปเปลี่ยนสถานที่ทำงานโดยที่ก็ยังอยู่ในพื้นที่ออฟฟิศนี่แหละ ให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขามีอิสระที่จะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการ ออกไปนั่งทำงานในสวน”

พื้นที่สวนกลางอาคารได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นคอร์ทที่ลดหลั่นไล่กันไปหลายระดับ ทุกชั้นจึงมีพื้นที่สีเขียวเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ห้องรับรองแขก ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องประชุม ก็สามารถออกมาใช้พื้นที่สวนได้อย่างสะดวกสบาย ในขณะที่สวนในแต่ละชั้นมีความสงบและเป็นส่วนตัวมากพอสำหรับการออกมาทำงานภายนอก การจัดเรียงระเบียงสวนในแต่ละชั้นก็มีความเป็นเอกภาพและมีความต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่โถงกลางอาคารแห่งนี้มีความลักษณะคล้ายสวนในแนวตั้งขนาดใหญ่ที่ไต่ระดับขึ้นไปตามความสูงของตึก

เพราะเชื่อว่าการทำงานอย่างมีความสุขสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของผลงานได้ ทีมสถาปนิกศึกษาความต้องการของผู้ใช้งานอาคารเพื่อที่จะออกแบบพื้นที่ซึ่งเป็นมากกว่าสถานที่ทำงานหรือโชว์รูมสินค้า "เจ้าของโครงการเขามี Attitude ที่ดี เขาอยากทำออฟฟิศให้พนักงานทำงานแล้วแฮ้ปปี้ เราก็ไปศึกษาว่าพนักงานเขาต้องการอะไรบ้าง เพื่อ Integrate ฟังก์ชันพวกนั้นเข้าไปในดีไซน์ของเรา" ชนาสิตกล่าว "นอกจากโปรแกรมที่เป็นฟังก์ชันหลักในการทำงาน เราก็พยายามเสนอฟังก์ชันอื่นๆ เข้าไปด้วย เราเสนอให้มี Customer Lounge ซึ่งนอกจากรับแขกแล้วก็ยังเป็นที่ซึ่งคนออกไปนั่งกินกาแฟ ไปนั่งคุยกัน แล้วก็เอา Laptop ไปนั่งทำงานได้ มีพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย มีพื้นที่ชั้นบนเป็นพื้นที่ทานอาหาร มี Pantry ให้เขาอุ่นข้าวกลางวัน เพราะตรงแถวนั้นมันไม่ได้มีร้านอะไรใกล้ๆ ให้เดินไปได้ มี Library ที่กินข้าวเสร็จก็ออกมานั่ง Relax แม้จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ตอบสนองความต้องการของพนักงานได้ครบ”

นอกจากการศึกษาความต้องการของผู้ใช้งานอาคารแล้ว ทีมสถาปนิกยังได้ศึกษาปัญหาที่มักเกิดขึ้นในที่ทำงานเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสงธรรมชาติ หรือการถ่ายเทของอากาศภายในห้องซึ่งเปิดแอร์ตลอดเวลา "จุดเริ่มต้นเลยก็คืออยากแก้ปัญหาเรื่อง Office Syndrome ด้วยการออกแบบ Space ที่เหมาะสมกับการทำงาน" ชนาสิตกล่าว

การออกแบบรูปทรงและองค์ประกอบต่างๆ ภายในอาคารมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับที่ตั้ง โดยเฉพาะในเรื่องทิศทางลมและแสงแดด "ถ้าดูด้านหน้าของอาคาร มันจะเหมือนเป็นตึกที่เป็นรูปตัว C ที่ Lock กันอยู่ คือ Mass อันนี้มันเกิดมาจากการที่ด้านหน้าตึกหันเข้าหาทิศตะวันตก” ชนาสิตกล่าว "เป็นดีไซน์ที่แก้ปัญหาจาก Condition ของไซต์ ตั้งแต่เรื่อง Set Back (ระยะร่นของอาคาร) ทำให้ Mass อาคารต้องเป็นแบบนี้ และเพื่อที่จะกันความร้อนจากทิศตะวันตก ก็เลยต้องทำด้านหน้าทึบ มีการเอียงผนังเข้ามาแล้วเปิดเป็นกระจกใสเพื่อช่วยให้มี Shading ในตัวเอง แล้วเราอยากให้ Mass มันดูเท่ๆ คมๆ ให้มันเหมาะกับอาคารของบริษัทเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยี"

ผนังด้านหน้าของอาคารซึ่งหันไปทางทิศตะวันตกได้รับการออกแบบให้เป็นผนังทึบและใช้ Perforated Sheet ซึ่งมีลักษณะเป็นแผงโลหะเจาะรูติดตั้งในบางตำแหน่งเพื่อกันความร้อนจากแสงแดด และในขณะเดียวกันก็ยังเปิดรับแสงธรรมชาติและสามารถมองเห็นภายนอกได้ “เราทำให้ด้านหน้ามี Perforated Sheet ที่เจาะรูไว้ระบายอากาศได้ ข้างหลังมีกระจก คือเขาสามารถเปิดปิดหน้าต่างบานเลื่อนแล้วระบายอากาศผ่าน Perforated Sheet ได้” ชนาสิตกล่าว “แล้ว Perforated Sheet ตัวนี้ก็เปิดขึ้นมาได้เป็นบานกระทุ้ง บางทีที่เราไม่ได้อยากมองผ่านรูพวกนี้ ถ้าเราอยากมองออกไปข้างหน้าแบบโล่งๆ ก็สามารถเปิดขึ้นมา กันแดดแล้วก็มองทะลุออกมาได้”

ในขณะที่ความร้อนจากแสงแดดยามบ่ายได้รับการปกป้องจากผนังด้านหน้า การออกแบบสวนไว้กลางอาคารทำให้พื้นที่ภายในของอาคารไม่ทึบตัน ทุกส่วนของอาคารสามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง “เราใช้วิธีคว้าน Space ออกมาเพื่อทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึง คือจริงๆ แล้ว Passive Zone การถ่ายเทของอากาศจะดีหรือแสงธรรมชาติจะดีอยู่ที่ Depth ประมาณ 6 เมตร” ชนาสิตอธิบาย “เพราะงั้นพอคว้านไปปุ๊บ จากที่เป็น Mass ลึกๆ มันกลายเป็นรูปทรงที่ทำให้ได้แสงธรรมชาติจากทิศเหนือ และทิศใต้”

จากตึกสู่สวน องค์ประกอบตกแต่งในอาคารได้รับการถ่ายทอดออกมาสู่การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมด้านหน้า ลวดลายของพื้นผิวบนผนังอาคารซึ่งมีการเว้นจังหวะของส่วนที่ทึบตันกับช่องเปิดได้รับการส่งต่อมายังรูปทรงของหลังคาทางเข้าหลักและลวดลายของผิวน้ำในสวน “จะเห็นว่า Pattern ของตึกซึ่งมีบางส่วนที่เรียบๆ แล้วก็มีบางส่วนที่เป็น Perforated Sheetจะพับลงมาเป็น Pattern ของ Canopy ด้วย ซึ่งก็จะใช้ Perforated Sheet ที่ทึบไม่ทึบ แล้วมันก็จะต่อมาที่ Pattern ของ Landscape ที่อยู่ตรงทางเข้า” ชนาสิตกล่าว "ไอเดียของเราคืิอเราอยากได้ Effect ของน้ำสองแบบอยู่ด้วยกัน คือเป็นน้ำตกกับน้ำเรียบๆ ที่เป็นฟิล์มอยู่ด้วยกัน แล้วมันก็เกิด Pattern ที่ล้อไปกับตัวตึก"

เพราะความสุขคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ที่สำนักงานแห่งนี้ Stu/D/O Architects ออกแบบอาคารที่มีรูปทรงภายนอกโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงความทันสมัยของธุรกิจด้านเทคโนโลยีของบริษัท Macro Care แล้วจัดวางพื้นที่ของอาคารให้โอบล้อมสวนแนวตั้งอันร่มรื่นไว้ภายใน แจกจ่ายแสงธรรมชาติและบรรยากาศผ่อนคลายให้กับทุกส่วนของอาคาร เพื่อให้ทุกคนสามารถสนุกและมีความสุขกับทุกช่วงเวลาในการทำงานที่อาคารแห่งนี้