
“KHAEK PAI KRAI MA”
BY NAVIN RAWANCHAIKUL
Writer :
Tunyaporn Hongtong
Photos:
Mc Suppha-riksh Phattrasitthichoke
ปี 2020 ที่กำลังจะถึงนี้จะเป็นปีที่ Navin Production สตูดิโอศิลปะของ นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล มีอายุครบ 25 ปี ซึ่งถ้าตอนครบรอบ 20 ปี นาวินได้ฉลองด้วยนิทรรศการใหญ่ “เรื่องเล่าบ้านบ้าน” (A Tale of Two Homes, 2015) และ “เรื่องราวนาวิน” (Tales of Navin, 2015) ที่จัดแสดงทั้งที่ร้านโอเค (ร้านผ้าและบ้านหลังเก่าของครอบครัวลาวัลย์ชัยกุลในตลาดวโรรส) และ StudiOK (สตูดิโอ/แกลเลอรี่และบ้านหลังใหม่ของนาวินที่สันผีเสื้อ เชียงใหม่) มาครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะได้ฉลองล่วงหน้า (โดยอาจไม่รู้ตัว) ด้วยนิทรรศการระดับมหากาพย์ “แขกไปใครมา” (Khaek Pai Krai Ma, 2019) ที่เปิดงานไปเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา

Photo : KHAEK PAI KRAI MA TEAM


ตลอด 20 กว่าปีที่ทำงานศิลปะ นาวินสร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานของตัวเองอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้อหาความคิดที่มักเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของตัวเขาเอง ทั้งในการเป็นคนชื่อ “นาวิน” เป็นชาวไทยเชื้อสายอินเดีย เป็นคนที่ถูกคนอื่นๆ เรียกว่า “แขก” เป็นชาวชุมชนกาดหลวง เชียงใหม่ และเป็นลูกหลานของตระกูล “ลาเวิล” เขาใช้วิธีสืบเสาะค้นหาเรื่องราวความเป็นมาและประวัติในแง่มุมต่างๆ ก่อนถ่ายทอดออกมาในสื่อหลากหลายรูปแบบที่ก็ได้กลายเป็นตราประทับของเขาเองแล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดขนาดใหญ่ที่รวบรวมผู้คนจากยุคสมัยต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ภาพวาดสไตล์โปสเตอร์ภาพยนตร์โบราณ สิ่งพิมพ์ หนังสือการ์ตูน ภาพยนต์สารคดี มิวสิควิดีโอ รวมไปถึงการจัดสัมมนาทางวิชาการ และที่ปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลังก็คือ จดหมายที่นาวินเขียนถึงบุคคลต่างๆ ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และจากไปแล้ว

ใน “แขกไปใครมา” ครั้งนี้ สื่อที่นาวินใช้เป็นประจำทั้งหมดยังคงอยู่ครบ แต่ที่พิเศษกว่าก็ตรงที่ภาพวาดขนาดใหญ่ที่รวมเอาเรื่องราวของผู้คนจำนวนมากเข้าไว้ด้วยกันคราวนี้ ประกอบขึ้นจากภาพบนผืนผ้าใบในขนาดต่างๆ กว่า 300 ชิ้น และเมื่อนำเอามาต่อเรียงกันก็กลายเป็นภาพพาโนรามาที่ยาวถึง 30 เมตร จัดวางอยู่บนขาตั้งโค้งเหมือนกับการจัดแสดงภาพถ่ายกลุ่มบุคคลในสมัยก่อน สาเหตุที่ภาพต้องอลังการขนาดนี้ (และน่าจะเป็นภาพที่มีพื้นที่มากที่สุดเท่าที่นาวินเคยทำมา) ก็เพราะคราวนี้นาวินไม่ได้แค่บันทึกเรื่องราวของคนในครอบครัวหรือว่าเล่าเรื่องของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง เหมือนอย่างใน “เรื่องเล่าบ้านบ้าน” (2015) หรือว่า “มหากาด” (2010) แต่สเกลของ “แขกไปใครมา” ขยับขยายไปจนถึงการเก็บจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยของครอบครัวชาวไทยเชื้อสายอินเดียและชาวอินเดียที่เข้ามาอาศัยอยู่เกือบทั่วประเทศไทยมาเรียงร้อยเข้าไว้ด้วยกัน

นาวินบอกว่าเขาไม่เคยนับว่าจำนวนคนในภาพนั้นมีทั้งหมดเท่าไร แต่คาดว่าน่าจะถึงพันคน เขายังเล่าอีกว่าก่อนหน้านี้เขาเคยถูกเชิญไปทำงานศิลปะเกี่ยวกับชุมชนใน Little India ของสิงคโปร์ สำหรับนิทรรศการ Once Upon a Time in Little India ที่ Indian Heritage Centre Singapore นั่นเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่อยากจะทำงานเกี่ยวกับชาวอินเดียในประเทศไทยบ้าง นาวินกับทีมงานใช้เวลา 3 ปี ออกตระเวนเสาะหาและทำความรู้จักชาวอินเดียพลัดถิ่นในจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย บางครั้งพวกเขาเดินทางโดยรถไฟ หรืออีกบางครั้งที่ผู้เขียนบทความชิ้นนี้บังเอิญไปเจอเขาอยู่แถบฝั่งอันดามัน นาวินกับทีมงานอีกสองสามคนก็ใช้วิธีเหมารถแท็กซี่คันนึงเดินทางตามหา “แขก” ตั้งแต่ระนอง พังงา ภูเก็ต ไปจนถึงกระบี่ ผลลัพธ์ที่ได้จากการพบปะพูดคุยกับชาวอินเดียพลัดถิ่นในหลายจังหวัดของประเทศไทยคือ ภาพถ่ายจำนวนมากของครอบครัวชาวไทยเชื้อสายอินเดียและชาวอินเดียในประเทศไทย ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตแล้ว และวิดีโอสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเดินทางมาตั้งรกรากในประเทศไทยของพวกเขาและบรรพบุรุษ รวมทั้งอาชีพและการใช้ชีวิตในประเทศไทย วิดีโอทั้งหมดมีความยาวรวมกันแล้วกว่า 500 ชั่วโมง


แม้นาวินจะพูดอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เริ่มวางแผนเกี่ยวกับนิทรรศการครั้งนี้ว่า มันไม่เชิงว่าเป็นนิทรรศการศิลปะเสียทีเดียว แต่ออกไปทางด้านการศึกษามากกว่า ประมาณว่าเชิงประวัติศาสตร์หรือว่ามานุษวิทยาอะไรทำนองนั้น แต่สุดท้ายแล้วเขาก็นำข้อมูลและภาพถ่ายจำนวนมากที่ได้จากการรีเสิร์ชมาย่อยเป็นผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบในแบบที่เขาถนัดอยู่ดี ตั้งแต่ “Kaek Pai Krai Ma” (2019) ภาพวาด group portrait พาโนรามาขนาด 354 x 3,003 ซม. ที่รวบรวมเรื่องราวของ “แขก” ที่นาวินเดินทางไปเจอตามจังหวัดต่างๆ รวมทั้งรูปบรรพบุรุษในอดีตของพวกเขา, “Khaek Pai Krai Ma (Khaek Are All Around)” (2019) ภาพวาดชิ้นใหญ่สไตล์โปสเตอร์ภาพยนตร์โบราณ, หนังสือการ์ตูน “แขกไป ใครมา” ที่เล่าถึงการอพยพเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทยของชาวอินเดีย รวมทั้งที่มาของคำว่า “แขก”, มิวสิควิดีโอสไตล์บอลลีวูด และผลงานอีกชิ้นหนึ่งคือ จดหมายที่นาวินเขียนถึงทวดของเขาที่เป็นผู้ก่อตั้งร้านโอเค โดยนาวินเขียนเล่าทั้งความรู้สึกต่อเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต รวมทั้งที่มาที่ไปและการทำงานในนิทรรศการครั้งนี้
แล้ววันเปิดงานก็มาถึง มันเป็นอีกวันที่เราได้เห็นภาพคุ้นเคยที่เห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในงานนิทรรศการศิลปะของนาวิน แม้ว่าผู้ชมส่วนมากที่เดินทางมาดูภาพวาดและเรื่องราวของตัวเองจะเปลี่ยนจากชาวบ้านร้านตลาดไปเป็นนักธุรกิจผู้มีอันจะกิน แต่เมื่อได้เห็นรูปภาพของตัวเอง ครอบครัว และบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ปรากฏอยู่ในผืนผ้าใบเดียวกันพร้อมเรื่องราวในอดีตที่ถูกบันทึกไว้ในภาพภาพนั้น รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของพวกเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากรอยยิ้มของผู้ชมในนิทรรศการครั้งก่อนๆ เช่นเดียวกับเรื่องเล่าอีกมากมายของครอบครัวที่ถูกรำลึกออกมาอีกครั้งหนึ่งราวกับถูกภาพเหล่านั้นกระตุ้นเตือนความทรงจำ

ใน “แขกไปใครมา” เรายังได้เห็น “A Tale of Two Homes (OK Store)” (2015) กลับมาจัดแสดงอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ “OK Store” งาน installation ที่นาวินจำลองสภาพภายในร้านโอเคเอาไว้ในกล่องขนาดใหญ่ ดูจะไม่ได้มีความหมายต่อตระกูลลาวัลย์ชัยกุลเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนความทรงจำของชาวอินเดียและชาวไทยเชื้อสายอินเดียอีกจำนวนมากที่มีต่อร้านผ้าและร้านตัดเย็บของพวกเขาที่นับวันยิ่งค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้นแล้ว การปรากฏกายของ OK Store ครั้งนี้ ยังน่าจะทำหน้าที่เชื่อมเรื่องราวของ “แขก” คนต่างๆ ที่นาวินเดินทางไปพบเจอเกือบทั่วประเทศเข้ามาหาตัวเขา เป็นการเรียนรู้ค้นหาตัวตนผ่านคนอื่นๆ ที่ต่างเป็น “แขก” เหมือนกับเขา ซึ่งนั่นอาจเป็นการเรียนรู้อีกขั้นที่สำคัญ และทำให้อะไรบางอย่างในตัวเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



นิทรรศการ “แขกไปใครมา” จะจัดแสดงจนถึงวันที่ 19 มกราคม 2563 (เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 13.00-19.00 น.) ที่ Warehouse 30 เจริญกรุง (ย่านที่ชาวอินเดียมุสลิมอพยพเข้ามาตั้งรกรากเมื่อราว 150 ปีก่อน) นอกจากนั้นยังมีกิจกรรม “แขกไปใครมาออนทัวร์” ที่ TCDC และกิจกรรมฉายหนังที่ Lido Connect ดูรายละเอียดได้ที่ facebook.com/NavinProduction






