"Rukkit" หนึ่งในสตรีทอาร์ทติสท์คนไทยก็ได้ไปร่วมสร้างสรรค์ผลงานในโครงการนี้ด้วย
อาจไม่ได้อยู่ในสถานที่เช็คอินยอดนิยมของปูซาน ไม่ใช่แลนมาร์คที่อยากจัดลงในโปรแกรมท่องเที่ยว แต่ทว่า Kangkangee Arts Village กำลังจะกลายเป็นชุมชนศิลปะที่รวบรวมผลงานจากศิลปินทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึง Rukkit (กิฟ รักกิจ สถาพรวจนา) สตรีทอาร์ทติสท์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยก็เป็นหนึ่งในศิลปินไทยเพียงคนเดียว ที่มีโอกาสได้ไปร่วมสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ทลายกรอบความคิดอันจำกัดไปกับ Sea Bus Painting Art เรือข้ามฝาก ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมทางทะเลของชุมชน Kangkangee ได้อย่างแยบยล
อาจไม่ได้อยู่ในสถานที่เช็คอินยอดนิยมของปูซาน ไม่ใช่แลนมาร์คที่อยากจัดลงในโปรแกรมท่องเที่ยว แต่ทว่า Kangkangee Arts Village กำลังจะกลายเป็นชุมชนศิลปะที่รวบรวมผลงานจากศิลปินทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึง Rukkit (กิฟ รักกิจ สถาพรวจนา) สตรีทอาร์ทติสท์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยก็เป็นหนึ่งในศิลปินไทยเพียงคนเดียว ที่มีโอกาสได้ไปร่วมสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ทลายกรอบความคิดอันจำกัดไปกับ Sea Bus Painting Art เรือข้ามฝาก ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมทางทะเลของชุมชน Kangkangee ได้อย่างแยบยล
ด้วยความเป็นย่านเก่าแก่ในเมืองปูซานที่ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมต่อเรือ ร้านรับซ่อม แหล่งขายอะไหล่ และท่าจอดเรือ ซึ่งผู้คนยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในรูปแบบแบบเดิม จะเพิ่มเติมก็ตรงที่ชุมชนได้ถูกฟื้นฟูให้ความมีชีวิตชีวาขยายไปสู่บริบทรอบด้านผ่านทางศิลปะร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นบนกำแพง โกดัง รถยก ไปจนถึงเรือข้ามฝาก ที่ได้รับความร่วมมือจากเหล่าศิลปินทั่วโลกมาร่วมสร้างสีสัน เพื่อนำมาซึ่งคุณค่า ความน่าสนใจ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงให้ผู้คนอยากเดินทางมายังชุมชนแห่งนี้ เพราะที่นี่มีดีมากกว่าการเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมเรือ แต่กำลังจะถูกพัฒนาให้เป็นเมืองที่ขับเคลื่อนไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ โดยครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งที่สองแล้วของ Rukkit กับการร่วมงานในโครงการ Kangkangee Arts Village "จริงๆ ที่นี่ทำมาหลายปีแล้ว เค้าค่อยๆ ทยอยทำปีละ 2-3 กำแพง ตอนไปปีแรกได้ทำกำแพง เหมือนเค้าให้ความสำคัญกับสตรีทอาร์ท เค้ารู้ว่าถ้าเอาสตรีทอาร์ทเข้ามาในชุมชน มันจะก่อให้เกิดมูลค่าขึ้นมา เค้าอยากทำให้ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นการโปรโมทหนึ่งในหมู่บ้านของปูซาน"




โดยล่าสุด Rukkit ได้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของเค้าบนเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ด้วยแนวคิดที่เป็นตัวเองที่สุด "บางทีศิลปะไม่จำเป็นต้องมีคอนเซ็ปต์อะไรมาก เราไม่ต้องใส่เรื่องราวลงไปในงานเยอะ แค่ทำให้มันเป็นตัวเอง คนที่มาก็รับรู้ได้ถึงความเป็นตัวเรา งานนี้จะใช้สีสัน ใช้โครงสร้างที่เป็น Geometric เข้าไปให้มันเข้ากับโครงเรือ บางทีถ้าเราอยากสร้างให้มันเป็นรูปร่าง หรือใส่เรื่องราวอะไรมากโครงสร้างของเรือไม่ได้ตอบโจทย์ให้สร้างเรื่องได้เยอะขนาดนั้น เราต้องรู้ก่อนว่าอยากให้มันสวยในระยะที่เท่าไหร่ คนมองจากฝั่งแล้วรู้สึกว่าความสวยมองได้ในระยะกี่เมตร เวลาขึ้นไปอยู่บนเรือแล้วเค้าจะสัมผัสอะไรกับงานเราได้บ้าง เวลาคนมองภาพรวมจะมีความรู้สึกประมาณนี้ แต่พอขึ้นไปอยู่บนเรือจะเห็นดีเทลอีกแบบหนึ่ง มีทั้งมุมท็อป มุมซ้ายขวา พยายามทำให้มันเป็นมวลเดียวกันเป็นเรื่องราวเดียวกันครับ"
ถึงแม้ว่า Kangkangee Arts Village ในวันนี้อาจยังไม่ใช่ Tourist Spots ไม่ได้เป็นแลนด์มาร์คที่ถูกรีวิวว่าต้องไป แต่ในอนาคตอันใกล้หลังจากที่พื้นที่ในชุมชนได้รับการพัฒนาให้พลังงานทางศิลปะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด เมื่อนั้น Kangkangee Arts Village ก็คงจะมีสเตตัสไม่ต่างไปจากเกาะนาโอชิมะในประเทศญี่ปุ่นที่ผู้คนตั้งใจเดินทางข้ามทะเลไปเพื่อเสพแรงบันดาลใจของงานอาร์ทให้เต็มปอดอย่างแน่นอน!










