
Pomme Chan และ พลอย จินดาโชติ

จากความไม่มั่นคงของสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นจากปัจจัยหลากหลาย ทำให้หลายธุรกิจต่างทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนอาจจะทำให้ผู้คนเริ่มไม่กล้าลงมือลงทุนพัฒนาหรือก่อสร้างสิ่งใหม่ๆ กันในช่วงนี้ แต่ดูเหมือนว่าความกลัวนี้จะไม่มีผลกับสองสาวเพื่อนสนิทอย่าง ปอม - ธัชมาพรรณ จันทร์จํารัสแสง และ พลอย จินดาโชติ เลยแม้แต่น้อย เพราะความฝันและความตั้งใจที่ทั้งสองยึดถือเหมือนกันมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตมากกว่า จึงเป็นแรงผลักดันที่ให้ที่ทำให้พวกเธอตัดสินใจนำเอาสองธุรกิจและความสนใจในเรื่องของตกแต่งบ้านมาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นไลน์สินค้าใหม่ พร้อมกับเปิดตัว J. Timber + Swoon Showroom รีเทลสเปซแห่งแรกของพวกเธอในย่านสุขุมวิท ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสไตล์ยูนีคเอาไว้มากมาย
การทำงานร่วมกันครั้งนี้ของพวกเธอจะมีที่มาอย่างไร และภายในโชว์รูมแห่งนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างทั้งปอมและพลอยก็พร้อมตอบคำถามของ IMEVERYTHING แล้ว
จุดเริ่มต้นจากความสนใจที่คล้ายกันของสองเพื่อนสนิท
ปอม : ปอมเปิด Swoon มาได้ประมาณหนึ่งปี และพลอยเองก็ทำ J. Timber มาได้สักพักหนึ่ง เราสองคนก็จะแชร์เรื่องธุรกิจของกันและกันมาโดยตลอด ว่าแต่ละคนกำลังทำอยู่ บางครั้งเราก็คุยกันถึงเรื่องแรงบันดาลใจ และความสนใจเรื่องของแต่งบ้าน จนเรามาพบโอกาสระหว่างสองธุรกิจของพวกเรา ว่าวัสดุไม้ของพลอย กับวอลเปเปอร์หรือ Textile ของปอมมันสามารถรวมกันได้ เราเองรู้สึกว่ามันเวิร์คนะ ก็เลยจะทำพื้นที่ดิสเพลย์ผลงานร่วมกัน และมันก็มาคิดต่อว่า พอทำดิสเพลย์แล้วมันก็จะต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งร้านด้วยนะ เราก็เลย เอ๊ะ! วัสดุที่เรามีอย่างโครงไม้หรือผ้าบุมันก็ทำได้นี่ งั้นเรามาออกแบบเฟอร์นิเจอร์กัน แทนที่จะไปซื้อของข้างนอกเข้ามาแต่งร้าน เราก็ทำของเราขายเองเลย
พลอย : พวกเราเองยังตั้งใจที่จะเปิดในช่วงเวลานี้เพื่อที่จะรอรับกับสถานการณ์เมื่อทุกอย่างมันเป็นปกติด้วยค่ะ เรามีร้านที่สวยงาม มีโปรดักซ์ทุกอย่างพร้อมแล้วทุกอย่างในร้าน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นเราก็พร้อมลงมือได้ก่อนเลย

โจทย์ในการมองหาสเปซที่ลงตัว
พลอย : คือพลอยอยากได้พื้นที่ในเมือง ในโซนที่คนเดินหาซื้อของแต่งบ้านกัน ซึ่งพลอยเองก็เป็นคนที่ชอบหาซื้อของแต่งบ้านอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ตามโซนเอกมัยหรือซอยที่ทะลุไปสุขุมวิท และพลอยก็มองภาพไว้ว่า มันจะต้องเป็นร้านที่อยู่ติดถนน รถจะต้องขับผ่าน มีกระจกสูงใหญ่ พอมองมาจากข้างนอกจะต้องเห็นของที่อยู่ข้างใน เห็นพื้นเห็นข้างนอก ก็เลยมาเลือกบริเวณทองหล่อสุขุมวิทนี่แหละค่ะ
ปอม : ส่วนปอมก็รู้สึกว่าต้องใกล้บ้านค่ะ คือปอมชอบใช้ชีวิตใกล้บ้าน อย่างสตูดิโอก็อยู่สุขุมวิท 53 มันก็เลยเดินทางสะดวกแค่นั้นเองค่ะ พอได้มาดูสถานที่จริงก็ชอบเพราะมันโปร่งมากเลย ชั้นหนึ่งสูงประมาณสี่เมตร ช่วงโถงบันไดก็สูงมากๆ แล้วมันเป็นตึกใหม่สามชั้นติดถนน เราก็เลยตัดสินใจเลือกที่นี่เลย

โชว์รูมที่ถูกแบ่งพื้นที่เสมือนบ้านหนึ่งหลัง
ปอม : พื้นที่ทั้งสามชั้น เราตั้งใจทำให้มันมีความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านที่อบอุ่น เพราะเรามีวัสดุไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เริ่มไล่เรียงมาตั้งแต่ชั้นล่าง เราทำเป็น Living Room ให้บรรยากาศที่โล่งกว้างจากเพดานที่สูงสี่เมตร มี Powder Room และ Lobster Bath Room พร้อมการจัด Total Full Wallpaper Experience





เมื่อเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองก็จะพบกับ Wonderwall ภาพแต่งบ้านถูกแขวนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด พอถึงชั้นสองจะมี Lemon room ที่จัดแสดงเครื่องเซรามิกของ One of a kind, พื้นที่ Tropical Bar ไปจนถึง Working Area แล้วจะมีโซนที่จัดแสดงวัสดุต่างๆ อย่างพื้นไม้ วอลเปเปอร์ หรือพรม ที่ J.Timber และ Swoon วางจำหน่ายในซีซันนั้นๆ เป็นโชว์เคสให้ลูกค้าได้ดู





เดินต่อขึ้นไปจะเจอ Freeform canvas มี Rock Climbing wall, Wall Painting ตรงบริเวณโถงบันได พอเข้าสู่ชั้นสามก็จะเป็น Kid Space เต็มไปด้วยข้าวของสำหรับเด็ก มีที่ปีนป่าย เตียงที่ถูกออกแบบมาเป็นสไลเดอร์ คือที่เราเตรียมโซนนี้เพราะพลอยมีลูกสองคน เขาก็จะเข้าใจทั้งเด็กและแม่ว่า เวลาเด็กมากับพ่อแม่ เขาก็จะไปเอ็นจอยที่ชั้นสามได้ ระหว่างที่แม่กำลังช็อปปิ้ง เราเลยจัดสเปซตรงนี้ให้เขา

สองตัวตนที่แทรกซึมอยู่ในการตกแต่งและการจัดวาง
ปอม : งานนี้เราได้คุณกี้ จาก Sari Smit มาเป็นคนออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างให้ภายในสามเดือน เพราะเราทั้งสองคนบ้าในสิ่งที่ทำมาก ก็เลยต้องหาความพอดีตรงกลาง แล้วคุณกี้ก็เป็นคนที่ทำพวกเรากลมกล่อมมากขึ้น
พลอย : คุณกี้เป็นอินทีเรียที่ทำบ้านให้พลอยอยู่แล้ว ซึ่งเขาเป็นคนที่ตีโจทย์การตกแต่งจากคาแรคเตอร์ของเจ้าของได้ดีมาก ทั้งบ้านพลอยที่นำเสนอตัวจนพลอย หรือห้องลูกที่นำเสนอตัวตนของลูกพลอย โดยที่ยังสไตล์และเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง พลอยก็เลยบอกปอมว่า เลือกคุณกี้นี่แหละ
ปอม : ซึ่งมันก็ค่อนข้างเป็นตัวของพวกเราร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานาน แล้วมีอะไรก็จะพูดตรงกันมากๆ มั้งค่ะ คือเวลาคุยกัน เราก็จะคุยกันเวลาว่าตรงไหนฉันอยากให้โปรดักซ์ของแกเด่นกว่า หรือห้องนี้ฉันขอนะ เราคุยกันแบบนี้เลย
พลอย : หรือแบบ “พรมแกใหญ่ไปนะ เดี๋ยวมันบังไม้ฉัน”
ปอม : ใช่ๆ คือพลอยพูดแบบนี้เลย มันก็เลยออกมาเป็นตัวเราทั้งคู่ เพราะปอมก็เข้าใจธุรกิจของเพื่อนว่าเขาทำพื้นไม้ แล้วเราทำพรม มันเป็น Flooring เหมือนกัน ทำอย่างไรให้กลมกล่อมมากกว่าแย่งซีน เราพยายามทำกันแบบนั้น เหมือนเวลาเรารักเพื่อน เราก็จะให้เพื่อนฉายแสง คือเราก็แค่นึกถึงกันและกัน เราอยากทำให้ของๆ อีกฝ่ายได้โชว์เท่ากันกับเราด้วย

เฟอร์นิเจอร์ที่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัว
พลอย : มันก็คือเฟอร์นิเจอร์ที่ทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเลยจริงๆ แต่อันที่เห็นชัดเจนว่าเป็นการผสมระหว่าง Creative Design ของปอม และไม้ของพลอยเอง มันจะเป็น เคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ บริเวณ Tropical Bar คือพลอยชอบภาพวาดสัตว์ของปอม พลอยเลยบอกให้ปอมออกแบบลวดลายให้หน่อย แล้วพลอยก็เอาลวดลายมาแกะสลักลงบนไม้ด้วยกระบวนการ CNC on Wood ให้มันมาอยู่ในเคาน์เตอร์ แล้วจับคู่กับหินออนิกส์ลวดลายพิเศษ ที่เป็น Limited Edition ชิ้นนี้มันสามารถเป็น Center Pierce และก็ยังเป็น Signature ชิ้นหนึ่งของบ้านได้เลย”
ปอม : ตอนพลอยส่งวิดิโอ Working Process มาให้ดู คือตื่นเต้นมาก เพราะปอมเป็นคนทำงานสองมิติ แต่พลอยทำงานเป็นสามมิติ คือมันเปลี่ยนมิติของงานภาพประกอบอย่างชัดเจน ไม่เหมือนงานปอมในสื่ออื่นๆ ที่ผ่านมาเลยนะ แล้วพอเราทำงานแบบ Learning by doing ลองทำดูว่าเวิร์คไหม มันทำให้เราพัฒนาตลอด หลายๆ กระบวนการก็สร้างความเซอร์ไพรท์ให้กับเรา อย่างตู้ Architectural Cabinet ที่เราลองทำลวดลายตึกแบบแมนๆ พอเปิดร้านวางขายปุ๊บ มันขายได้ กลายมาเป็นตัวที่คนทักเรื่อยๆ เลย คือบางทีพอลองจับไตล์ของทั้งสองคนมารวมกันแล้วมันเวิร์คอะ ปอมก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน

ความสำคัญในการแต่งบ้าน
พลอย : สำหรับพลอย พลอยต้องการให้เฟอร์นิเจอร์อย่างน้อยสักหนึ่งชิ้นที่เจ้าของเลือกไว้ในบ้าน นำเสนอคาแรคเตอร์ของเจ้าของบ้าน ชิ้นที่เขารู้สึกผูกพันกับมัน เป็นการบ่งบอกถึงตัวเขา เวลาแขก หรือแม้กระทั่งเจ้าของบ้านเอง เกิดความรู้สึกบวก ความประทับใจ ดังนั้น พลอยจะคุยกับลูกค้านานมากค่ะ เพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเจ้าของก่อนแล้วพลอยถึงจะแนะนำไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ เพราะพลอยจะไม่อยากนำเสนอสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนเขา
ปอม : ปอมคิดว่าเวลาเราอยู่บ้าน เราควรจะเป็นตัวของตัวเองที่สุด เพราะฉะนั้นปอมรู้สึกว่า ปอมทำร้านมาเพื่อให้มันถูกจริตกับเขา คือปอมเชื่อว่าในลายที่ปอมวาดกันกับทีมมันจะต้องมีสักลาย ที่มันเป็นตัวเขาแล้วเขาเข้าถึงมัน มันจะต้องรีเลทกับเขาหรือทำให้เขารู้สึกรีเลทกับตัวเองได้
ก้าวแรกที่มั่นคง เพื่อก้าวต่อไปในอนาคต
ปอม : จริงๆ พวกเรามีไอเดียกับโชว์รูมอีกเพียบเลย จนพลอยต้องเบรกก่อน เพราะเราก็ยังได้เฟอร์นิเจอร์มาไม่ครบเลย เรายังขาดเก้าอี้ ขาด Trunk ที่เปิดมาเป็นตู้เสื้อผ้า การเปิดร้านภายในสามครึ่งเดือน มันก็ Magic Happen มากอยู่แล้ว เราบอกตัวเองว่าตอนนี้ร้านเพิ่งเปิด เราต้องปล่อยให้มันรันไป แล้วค่อยกลับมาวิเคราะห์จากสิ่งที่มันเกิดขึ้น ตรวจคุณภาพของให้แน่ใจว่าทุกคนจะได้ของตามออเดอร์ ไม่มีผิดพลาด มาดูงาน Operation ให้มันแข็งแรงก่อน และเราก็ไม่ควร Jump In เร็วเกินไป เราต้องทำที่นี่ให้ดีที่สุดก่อน


J .Timber + Swoon Showroom เปิดให้บริการแล้ว ตั้งแต่วันอังคาร จนถึงวันเสาร์ เวลา 10.00 – 18.00 น. และด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ทางโชว์รูมเปิดรับลูกค้าผ่านการนัดหมายล่วงหน้าเพียงวันละ 2 คิว เท่านั้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : @j.timberthailand และ @Swoon.space





