DESIGN:----

ARCHITECTURE / WORK IN PROGRESS

บ้านเหล็กที่นุ่มนวล และแนบชิดกับธรรมชาติ
โดย Vin Varavarn Architects

การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป พื้นไม้ ผนังคอนกรีต และโครงหลังคาค่อยๆ ประกอบกันจนเผยให้เห็นเค้าโครงของบ้านเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ จาก Vin Varavarn Architects (VVA) พา EVERYTHING Team เข้าไปสำรวจบ้าน Iron House ในช่วงเวลาที่งานออกแบบค่อยๆ เดินทางจากจินตนาการสู่การเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ขึ้นอย่างช้าๆ
  บนเส้นทางจาก ‘แบบ’ สู่ ‘บ้าน’ บางแนวคิดได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและให้ผลลัพธ์ตามที่คาดหมาย ในขณะที่บางแผนการก็ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนเมื่อพบทางเลือกที่ดีกว่า “เวลาเราทำดีไซน์ในกระดาษหรือโมเดล เราก็เห็นภาพประมาณหนึ่ง แต่เวลาก่อสร้างขึ้นมาจริงๆ เราจะเห็นแสงเห็น Space ที่มันเกิดขึ้น เห็นภาพที่มันอยู่ต่อหน้าเรา มันก็จะเป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง” ม.ล.วรุตม์ เล่า “ซึ่งผมรู้สึกว่าถ้าเราสามารถที่จะปรับ เพิ่มเติม หรือแก้ไขบางส่วนเพื่อให้มันพิเศษมากขึ้นได้ ผมก็จะพยายามเสนอกับเจ้าของบ้าน”

Architect:
Vin Varavarn Architects Ltd.


Writer:
Dorsakun Srichoo


Photographers:
Mc Suppha-riksh Phattrasitthichoke

Pattanaphoom Phetchgrajang

เมื่อได้รับการแต่งแต้มลวดลายที่ทำให้เกิดแสงและเงาบนพื้นผิว ผนังคอนกรีตที่เคยหนาหนักก็กลาย เป็นผิวสัมผัสที่ดูนุ่มนวลมากขึ้น

  ลวดลายเส้นนอนที่เว้าเข้าไปในเนื้อกำแพงคอนกรีตบริเวณหน้าบ้านคือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในการออกแบบมาตั้งแต่ต้น เดิมทีกำแพงนี้เป็นเพียงฉากกั้นเรียบๆ ซึ่งมีหน้าที่กันความวุ่นวายจากโรงงานรีไซเคิลเหล็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าไม่ให้เข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของพื้นที่พักอาศัยภายในบ้าน แต่หลังจากที่การก่อสร้างดำเนินไปจนถึงขั้นตอนการทำผนังสระว่ายน้ำซึ่งใช้การหล่อคอนกรีตแบบ Dry Process ที่มีท่อ PVC เป็นแม่พิมพ์ ผลลัพธ์ที่ออกมาดีเกินความคาดหมายทำให้ทีมสถาปนิกเลือกที่จะนำเทคนิคนี้มาใช้เพิ่มความน่าสนใจให้กับกำแพงหน้าบ้านด้วย “เราอยากได้สระว่ายน้ำที่เวลาน้ำล้นแล้วผิวน้ำไปสัมผัสกับคอนกรีตที่เป็นร่องแล้วเกิด Effect บางอย่าง แทนที่จะกรุกระเบื้องเราก็ทำเป็นคอนกรีตหล่อโดยใช้ท่อ PVC เป็นแบบ พอเราดู... เรารู้สึกชอบ ก็เลยคิดว่ามันน่าจะมี Detail ตัวนี้ในส่วนอื่นของบ้านด้วย” ม.ล.วรุตม์ เล่า “ก็เลยเปลี่ยน Material ตรงผนังด้านหน้า ซึ่งเดิมเป็นผนังทึบปูกระเบื้องที่ราคาค่อนข้างสูงพอเปลี่ยนเป็นคอนกรีตแบบนี้ Cost มันลง ได้มิติของแสงเกิดขึ้น และได้มีความต่อเนื่องระหว่างภายนอกกับภายในด้วย”

เศษเหล็กจากโรงงานรีไซเคิลของครอบครัวเจ้าของบ้านคือแรงบันดาลใจในการออกแบบบ้าน Iron House หลังนี้ เมื่อการก่อสร้างสมบูรณ์ เหล็กบางส่วนจะถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่งของบ้าน

  สิ่งที่อยู่ด้านหลังกำแพงคอนกรีตก็คือบ้านที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวเจ้าของโรงงาน ผู้ชื่นชอบความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายไม่มีพิธีรีตองมากมายในกิจกรรมแต่ละวัน “เจ้าของบ้านเขาออกตัวว่าเขาเป็นคนบ้านๆ นะเขาอยากอยู่ในพื้นที่สบายๆ บางครั้งก็ปูเสื่อทานอาหารกันง่ายๆ” ม.ล.วรุตม์ กล่าว “ผมเลยมองถึง Space ที่เป็นบ้านซึ่งเข้ามาแล้วมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมได้หลากหลาย มีพื้นที่ซึ่งสามารถ ทำทุกอย่างได้โดยมีความเป็นส่วนตัว”

  ทีมสถาปนิกตีความ ‘วิถีชีวิตบ้านๆ ที่เรียบง่าย’ ผ่านการใช้หลังคาจั่วสองผืนคลุมบ้านซึ่งมีผังอาคารเป็นลักษณะรูปตัว ‘U’ การวางผังอาคารรูปแบบนี้ทำให้ตัวบ้านโอบล้อมลานกลางแจ้ง เกิดเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวทั้งจากความวุ่นวายในโรงงานด้านหน้าและสายตาของเพื่อนบ้านข้างเคียง เมื่อประกอบกับหลังคาจั่วที่ยื่นชายคาออกมากันแดดบังฝน ทำให้เกิดชานบ้านซึ่งเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในครอบครัว “ผมมองว่าคำว่า ‘บ้านๆ’ มันสื่อถึงอะไรหลายๆ อย่าง เราก็เลยอยากให้บ้านหลังนี้มีความเป็นบ้านมากขึ้น ก็มองถึงเรื่องหลังคาที่จะ Protect แดด Protect พื้นที่ Public ต่างๆ ที่เขาสามารถใช้งานได้นอกเหนือจากการอยู่ในห้อง” ม.ล.วรุตม์ อธิบาย “เราก็เลย เอาหลังคาจั่วมาคิด ขยายคำว่าจั่วให้มันพิเศษมากขึ้น เพราะฉะนั้นหลังคาจั่วที่เราออกแบบนอกจากที่ปกป้องบ้านแล้วก็จะมาครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ภายในบริเวณบ้านให้เหมือนกับอยู่ในร่ม แต่ไม่ได้อยู่ในห้อง”

หลังคาจั่วที่มีชายคายื่นออกมากันแดดบังฝน เกิดพื้นที่กึ่งภายในกึ่งภายนอกที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ “บ้านๆ” ของผู้อยู่อาศัย

  จากการใช้เหล็กเป็นโครงสร้างทำให้ชายคาของจั่วสามารถทอดตัวยาวคลุมชานบ้านได้โดยไม่เกิดความรู้สึกที่หนาเทอะทะ นอกจากโครงสร้างหลังคาแล้ว เหล็กยังถูกใช้ในส่วนอื่นๆ ของบ้านหลังนี้ ตั้งแต่โครงสร้างบันไดไปจนถึงการตกแต่งผนังและเฟอร์นิเจอร์ “ชื่อ Iron House มาจากธุรกิจของครอบครัวเจ้าของบ้าน เขาทำธุรกิจรีไซเคิลเหล็กซึ่งที่มาของเขามีความน่าสนใจ เราเลยดึงเอาวัสดุที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขามาใช้” ม.ล.วรุตม์ กล่าว “การที่เราเอาเหล็กมาทำให้เป็นบ้านพักอาศัย เราไม่จำเป็นต้องออกแบบให้มันเป็น Industrial ก็ได้ มันอยู่ที่องค์ประกอบหลายๆ อย่าง ของวัสดุที่เราเลือกมาใช้ร่วมกัน อย่างต้นไม้หรือธรรมชาติต่างๆ ก็ทำให้โครงสร้างเหล็กดูนุ่มนวลและพิเศษได้เหมือนกัน”

เหล็ก ไม้ และปูน คือสามวัสดุหลักที่อยู่ร่วมกันในสัดส่วนที่ลงตัวเกิดเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและ มีเอกลักษณ์เฉพาะภายในบ้าน Iron House

  การใช้เหล็กในบ้าน Iron House ได้รับการออกแบบให้นุ่มนวลและน่าสนใจโดยสัมพันธ์ กับธรรมชาติและบริบทรอบด้าน โดยเฉพาะไทรต้นใหญ่ริมคลองซึ่งอยู่คู่กับที่ดินผืนนี้มาเนิ่นนาน ด้วยกิ่งก้านที่แผ่ขยายปกคลุมให้ความร่มรื่นและรูปทรงที่สวยงาม ไทรต้นนี้ได้กลายเป็นแกนหลักในการออกแบบบ้าน “พอเรามาดูไซต์ สิ่งแรกที่เราเห็นก็คือต้นไทรที่ขึ้นอยู่ตรงกลาง ซึ่งมีหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้ทุกอย่างมันพุ่งไปที่ต้นไม้ต้นนี้” ม.ล.วรุตม์ เล่า “เพราะฉะนั้น เวลาเข้ามาในบ้าน ทั้ง Court ทั้งสระว่ายน้ำ และองค์ประกอบต่างๆ จะพุ่งเข้ามาหาต้นไม้ต้นนี้”

ไทรต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านใบคล้ายกำลังโบกมือทักทายผู้อยู่อาศัยที่เข้ามาในบ้าน ไทรต้นนี้คือองค์ประกอบสำคัญที่สัมพันธ์กับส่วนต่างๆ ของบ้านอย่างลงตัว

  ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับธรรมชาติรอบๆ ตัวสะท้อนออกมาผ่านการวางตำแหน่งของช่องเปิดที่ไม่เพียงสอดคล้องกับทิศทางลม หน้าต่างแต่ละบานยังเปิดรับมุมมองที่เลือกเฟ้นมาโดยเฉพาะ จนคล้ายกับการเก็บภาพบรรยากาศภายนอกมาใส่กรอบอย่างสวยงามเพื่อสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ภายใน “เราพยายามทำให้บ้าน Relate กับต้นไม้หรือธรรมชาติที่อยู่รอบๆ บริเวณ” ม.ล.วรุตม์ กล่าว “อย่างห้องนอนบนชั้นสองนี่ หน้าต่างด้านหนึ่งก็จะมองไปที่ต้นไทรที่อยู่ด้านข้างพอดีเลย ส่วนห้องนั่งเล่นบนชั้นสอง เวลามองออกไปก็จะไม่มีตึกสูง ไม่มีอะไรมาบดบังสายตาเลย เวลามองก็จะเห็นโดยรอบว่ามีต้นไม้เยอะมากในบริเวณนี้”

ทีมสถาปนิกเว้นที่ว่างในอาคารไว้สำหรับพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับต้นไม้ในระยะประชิด เกิดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคน สถาปัตยกรรม และธรรมชาติที่แนบแน่นยิ่งขึ้น

  นอกจากธรรมชาติรอบๆ บ้านแล้ว ทีมสถาปนิกยังเตรียมที่ว่างสำหรับใส่พื้นที่สีเขียวเข้าไปเติมเต็มเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านอย่างใกล้ชิด ที่บริเวณโถงทางเข้ามีการเว้นช่องไว้สำหรับปลูกต้นไม้ใน ชั้นล่าง ในขณะเดียวกัน ห้องบนชั้นสองก็มีช่องที่เปิดโอกาสให้ ต้นไม้สามารถเติบโตขึ้นไป ทำให้สมาชิกในบ้านสามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้จากหลากระยะและหลายมุมมอง “ผมเป็นคนที่ชอบธรรมชาติ แต่ละงานของผมก็จะพยายามดึงธรรมชาติให้เข้าไปอยู่ใน Space ที่มันสามารถอยู่ได้” ม.ล.วรุตม์ อธิบาย
  จนกว่าที่การก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ การเดินทางของจินตนาการ ในงานออกแบบก็ยังไม่หยุดนิ่ง ที่บ้าน Iron House ทีมสถาปนิกจาก VVA ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์บ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบบ้านๆ ภายใต้โครงสร้างเหล็กที่อบอุ่นนุ่มนวล และใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่อยู่รอบๆ ตัว