

บ่ายวันศุกร์ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นวันรวมพลของเหล่าคนแวดวงสร้างสรรค์ในหลากสาขาอาชีพที่มาร่วมงานครั้งสำคัญที่ จัดขึ้นโดย COTTO ในชื่อ “Integrity of Things Symposium by Naoto Fukasawa” ณ Nai Lert Park Heritage Home โดยทุกคนต่างมุ่งมั่นตั้งตารอพบกับ Speaker คนสำคัญบนเวที ที่เป็นหนึ่งในดีไซน์ไอคอนระดับโลกกับปรัชญาแนวคิดที่นำไปสู่ความเรียบง่าย อย่างนาโอโตะ ฟูกาซาว่า (Naoto Fukasawa) แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกในการเดินทางมาบรรยายที่ประเทศไทยของเขา แต่นับเป็นครั้งแรกที่นาโอโตะได้เจาะลึกถึงแก่นและกระบวนความคิดอันแยบยลที่อยู่เบื้องหลัง ผลงานออกแบบหลายชิ้นของเขา หากใครที่พลาดโอกาสไปร่วมงาน ครั้งนี้ควรไม่พลาดอีก กับบทความสรุปประเด็นสำคัญจากงานบรรยายที่เราได้รวบรวมไว้ให้


กล่าวถึงความมินิมัลที่เรามักพบเห็นอยู่เสมอจากบรรดาผลิตภัณฑ์หลากหลายในชีวิตประจำวัน หนึ่งลายเซ็นการออกแบบที่มีรูปแบบเฉพาะตัวอย่างโดดเด่นที่สุด ก็คือลายเซ็นของคุณ นาโอโตะ ฟูกาซาว่า นักออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลกผู้มีผลงานสร้างชื่อมาแล้วนับชิ้นไม่ถ้วนในทุกแขนงข้าวของเครื่องใช้ แนวคิดของเขาจึงเป็นเรื่องน่าสนใจยิ่งสำหรับเหล่านักออกแบบ และในงานนี้ คุณนาโอโตะก็ได้ถ่ายทอดวิธีการคิดในการออกแบบที่มี Integrity ซึ่งใจความหลักคือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
คุณนาโอโตะกล่าวว่า ในการออกแบบนั้น นักออกแบบที่ดีควรที่จะคำนึงถึงผู้คนที่จะเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ และการที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะการออกแบบนั้นมิได้เป็นที่ทางในการแสดงตัวตนของนักออกแบบ หากคือวิธีการคิดเกี่ยวกับวัตถุดังกล่าวและสิ่งแวดล้อม
คุณนาโอโตะกล่าวว่า ในการออกแบบนั้น นักออกแบบที่ดีควรที่จะคำนึงถึงผู้คนที่จะเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ และการที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะการออกแบบนั้นมิได้เป็นที่ทางในการแสดงตัวตนของนักออกแบบ หากคือวิธีการคิดเกี่ยวกับวัตถุดังกล่าวและสิ่งแวดล้อม

สำหรับ OVAL Series ที่คุณนาโอโตะได้ร่วมออกแบบให้กับทาง COTTO นั้น เขาเล่าว่ารูปทรง OVAL หรือทรงรีแบบไข่นั้นเป็นรูปทรงสำคัญที่เห็นกันดาษดื่นก็จริง แต่ยังไม่ค่อยถูกหยิบนำมาใช้ในการออกแบบ ทรง OVAL มีความแตกต่างจากทรง Ellipse ซึ่งเป็นทรงรีที่มีความเป็นเรขาคณิตมากกว่า และทรง OVAL นั้นยังให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล และสง่างาม และเป็นรูปฟอร์มที่พบเห็นได้ในธรรมชาติอีกด้วย จึงเป็นรูปฟอร์มที่เหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ในการออกแบบได้ตั้งแต่สุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ และทุกผลิตภัณฑ์ในซีรีส์นี้


คุณนาโอโตะกล่าวว่าเขามักจะสรรหารูปทรงที่สมบูรณ์แบบในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เฉกเช่นเดียวกับประติมากร “ผู้คนมักจะไม่ได้มองหารูปฟอร์มที่สมบูรณ์แบบในข้าวของเครื่องใช้หรอก แต่เมื่อเขาได้พบ แน่นอนว่าความสมบูรณ์แบบนั้นจะทำให้พวกเขารู้สึกดี” คุณนาโอโตะยังเล่าถึงความใฝ่ฝันครั้งวัยเยาว์ว่าเขาฝันที่จะเป็นประติมากรอยู่เสมอ และทุกวันนี้เขาก็ได้นำเอารูปทรงของประติมากรรมมาใช้ในการออกแบบ “Design is Sculpturing” การออกแบบก็เท่ากับประติมากรรม อาทิ เก้าอี้ Grande Papilio หนึ่งผลงานที่มีชื่อเสียงมากๆ ของเขาที่ทำร่วมกับ BB Italia เมื่อตอนออกแบบนั้นคุณนาโอโตะนึกถึงเหล่าประติมากรที่สร้างชิ้นงานจากหิน ไม้ หรือเหล็ก แต่เขาก็เห็นภาพว่าตัวเองก็สามารถสร้างประติมากรรมได้จากวัสดุโพลียูรีเทนขึ้นรูปเช่นกัน

“From Thing to Ambience” จากวัตถุ สู่บรรยากาศที่แวดล้อม คุณนาโอโตะกล่าวว่าถึงแม้ในการออกแบบนั้นเขาจะใช้วิธีคิดเหมือนกับการสร้างประติมากรรม แต่อยากให้เหล่านักออกแบบคำนึงว่าสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างนั้นคือบรรยากาศของมวลอารมณ์โดยรอบ ไม่ใช่เพียงแค่วัตถุชิ้นนั้นๆ เรากำลังสร้างสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยที่จำเป็นจะต้องมีคุณภาพและความเรียบง่าย ดังนั้นจะต้องโฟกัสทั้งที่ตัววัตถุและบรรยากาศรอบตัว นักออกแบบจะต้องสร้างรูปฟอร์มของบรรยากาศนั้นๆ ขึ้นมาไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ คุณนาโอโตะกล่าวว่าตัวเขาเองนั้นจะคาดการณ์ล่วงหน้าถึงรูปแบบสเปซที่เขาต้องการออกแบบ แล้วจึงสร้างสิ่งที่ปรากฏในสเปซนั้นขึ้นมา

แม้แต่สิ่งที่เรียบง่ายที่สุดก็สามารถส่งผลกับบรรยากาศได้ นักออกแบบจึงควรจะคิดถึง Outline เส้นสายโครงร่างของสิ่งแวดล้อม มากกว่าที่จะคิดถึง Outline ของวัตถุ และวาดภาพวัตถุขึ้นโดยการตัด Outline นั้นออกมาจากบรรยากาศ อาทิ อุปกรณ์รับประทานอาหารที่เขาออกแบบให้กับ Alessi คุณนาโอโตะกล่าวว่า Outline นั้นแสนจะธรรมดาและเรียบง่าย แต่ก็ไม่เคยมีปรากฎมาก่อน เขารู้ว่าเส้น Outline นั้นมีอยู่แล้วในความนึกคิด และเขาก็เพียงแค่ตัดเอาเส้นโครงร่างนั้นออกมาจากอากาศ หรือคอลเล็คชั่นเครื่องใช้ประจำวันที่เขาออกแบบให้กับ TAOBAO ซึ่งมีชื่อว่า “Element of life” นั้นก็ถูกออกแบบขึ้นโดยใช้เพียงรูปทรงสี่เหลี่ยมและวงกลม ซึ่งเป็นรูปฟอร์มหลักที่เรียบง่ายที่พบเห็นอยู่ในทุกๆ วัน เป็นเหมือนส่วนประกอบหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างแท้จริง แต่ก็สามารถนำมาประยุกต์เป็นข้าวของสิ่งใดก็ได้ ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้องคิดสร้างรูปฟอร์มอะไรที่มันยุ่งยาก เพราะความเรียบง่ายนั้นก็เพียงพอแล้วกับการดำรงชีวิต


รูปฟอร์มที่จะหลอมรวมกับพฤติกรรมของมนุษย์ ก็เป็นสิ่งซึ่งนักออกแบบควรให้ความสำคัญเช่นกัน คุณนาโอโตะได้ยกตัวอย่างโคมไฟซึ่งมีฐานเป็นถาดสำหรับใส่ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ว่าเป็นการออกแบบโดยคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้คน เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จะกดเปิดสวิตช์ไฟ แล้ววางกุญแจ ถอดนาฬิกา ออกวางในที่ใกล้ๆ กัน หรือการออกแบบตู้เย็นที่ไม่มีที่จับแต่มีร่องยาวตลอดฝาตู้ เพราะพฤติกรรมของคนทั่วไปมักจะไม่มองหาที่จับตู้เย็น แค่มองหาร่องเพื่อจะแงะเปิดฝาตู้เย็นออก ดังนั้นนักออกแบบก็สามารถลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกและทำให้การออกแบบนั้นเรียบง่ายขึ้น หรือหม้อหุงข้าวของ Muji ที่ถูกดีไซน์ให้มีที่สำหรับพาดทัพพีตักข้าว ก็ถูกออกแบบขึ้นมารองรับนิสัยของคนส่วนมากที่มักจะวางทัพพีพาดไว้บนฝาหม้อข้าว ซึ่งการไม่มองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือความพิเศษ และยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย

ใจความสำคัญอีกเรื่องในการออกแบบ คือ การสร้างความรู้สึก Deja-vu ให้กับสิ่งซึ่งคุณคิดว่าคุณรู้จักดีอยู่แล้ว มีรูปแบบมากมายของวัตถุต่างๆ ที่เราอาจคิดว่ามีสิ่งนั้นอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่มีใครเคยทำมันขึ้นมา อาจเป็นสิ่งที่อยู่ในจินตนาการ หรือในจิตใต้สำนึก หากนักออกแบบสามารถหยิบนำเอาความคิดเหล่านั้นออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้จริงๆ เมื่อผู้คนมาเห็นก็จะรู้สึกในทันทีว่า นี่แหละ สิ่งนี้คือสิ่งที่ฉันต้องการและฉันมองหามานานแต่ยังไม่เคยมีใครทำมันออกมาเสียที คุณนาโอโตะกล่าวว่าภาพที่ปรากฎในความคิดของเรานั้นสามารถที่จะกลายเป็นงานออกแบบชิ้นสำคัญได้ อาทิ เก้าอี้สตูล “Deja-vu” ที่เขาออกแบบขึ้นมาโดยที่ดูเหมือนเก้าอี้สตูลที่ธรรมดาสามัญหากตัดทอนให้เหลือเพียงความเรียบง่ายที่สุด
เมื่อการออกแบบเสร็จสิ้น ให้ลองมองหารายละเอียดที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ “ลดทอนความรู้สึกอันวุ่นวาย” แล้วให้ถอดเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีความหมายนั้นทิ้งไปให้หมด เหลือเพียง Function ที่จำเป็นเท่านั้น
เมื่อการออกแบบเสร็จสิ้น ให้ลองมองหารายละเอียดที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ “ลดทอนความรู้สึกอันวุ่นวาย” แล้วให้ถอดเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีความหมายนั้นทิ้งไปให้หมด เหลือเพียง Function ที่จำเป็นเท่านั้น
“การออกแบบก็เหมือนกับการปรุงซุป ซึ่งรสชาติจะถูกแต่งเติมโดยวัฒนธรรมและแบรนด์ไหนก็ได้” คุณนาโอโตะกล่าวว่าถ้าหากเรามีสารตั้งต้นคือซุปที่รสชาติอร่อย เราก็จะสามารถปรุงอาหารจานใดก็ได้และยังสามารถประยุกต์ให้เข้ากับรูปแบบวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่นที่ต่างกันออกไป โดยที่หากเป็นการออกแบบเพื่อแบรนด์หรือบริษัทใดๆ แบรนด์นั้นก็จะช่วยปรุงรสชาติให้ยิ่งมีความเฉพาะตัวและผสมกลมกลืนกับพื้นที่นั้นๆ


โดยสรุปแล้ว คุณนาโอโตะกล่าวว่า หากจะถามว่าการออกแบบคืออะไร คำตอบก็คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมนุษย์ วัตถุ พื้นที่ และสิ่งแวดล้อม การสร้างรูปทรงที่แข็งแรงและสวยงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมไปถึงการใช้งานก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องผสมผสานให้เข้ากับความงามรวมทั้งบรรยากาศโดยรอบ ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจว่าคนเรามีความชื่นชอบรูปทรงแบบไหน ที่คนเห็นแล้วจะรู้สึกได้ว่านี่คือสิ่งที่ใช่ คือความสัมพันธ์ที่ใช่ การออกแบบควรจะต้องสร้างสิ่งที่มีพลัง แต่ก็จะต้องไม่มากเกินไป เป็นพลังที่สมดุล สอดคล้องและผสมผสานกับสิ่งโดยรอบ
















