
BAND:
เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ
ก้อง (กีต้าร์,ร้องนำ)
ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์
หม่อม (เบส)
อารการ จันทร์ทอน
ปิง (กีต้าร์)
ฐากร อัญภานนท์
แม็ก (กลอง)
WRITER:
NOINAE SRITAWAN
PHOTOGRAPHER:
TANIT PHRAMTHED
SPECIAL THANKS:
COINCIDENCE
ถ้าเปรียบ H 3 F กับอาหาร จะออกมาเป็นเมนูอะไร? มาหาคำตอบกัน
ก้อง: ผัดกระเพรา เพราะผมชอบผัดกระเพรา
แม็ก: ไม่จริงอะ ไอ้ก้อง ไม่เหมือนเลย กูว่าทองหยิบ ทองหยอดปะ?
ปิง: ใช่หรอ หวานๆ งี้เหรอ กูว่าต้องมีหลายรสปะ แบบปลาสามรส
หม่อม: พิซซ่าก็มีหลายหน้านะ

เมื่อเพื่อนซี้นักดนตรีสี่คนมารวมตัว จึงกลายเป็นวงดนตรี Good Vibe ที่ทำเพลงฟังสบาย ติดหู ด้วยม็อตโตของการทำเพลงกวนๆ ที่ออกแนวประชดประชัดนิดๆ ที่ว่า Cheesy lyrics, Sloppy groove. “เนื้อเพลงเลี่ยนๆ กรู๊ฟง้องแง้งๆ” แต่ Output ในแต่ละเพลงจาก ก้อง(กีต้าร์,ร้องนำ), แม็ก(ตีกลอง), หม่อม(เบส), ปิง(กีต้าร์) ยิ่งดึงดูดให้เราอยากเสพย์ผลงานเพลงจากพวกเขาให้มากขึ้นอีก ไปทำความรู้จักกับเจ้าของผลงานเพลง Time’s Not A Friend, A Place to Cry และอีกหลากหลายผลงานหวานๆ จาก H 3 F


Q: ไหนเล่าจุดเริ่มต้นของวงหน่อย
ก้อง: วงของเราตอนแรกเร่ิมมาที่สามชิ้น เป็น ก้อง แม็ก หม่อม ทำวงเล่นร้านกัน ตอนนั้นเราใช้ชื่อว่า Happy Three Friends เอาไว้เล่นที่ร้านแล้วตอนนั้นไม่ได้จริงจังอะไรมาก ตอนนั้นก็มีแต่งเพลงขำๆ ที่ค่อนข้างออกมาเป็นสไตล์แบบ H 3 F ตอนนี้ สักประมาณสิ้นปี 2018 วงก็ทำ EP แรกที่มี 4 เพลง ใช้ชื่อ EP ว่า Cheesy lyrics, Sloppy groove. แล้วก็พอมาถึงปี 2019 วงเราก็มีสี่คน ก็คือมี ปิง เป็นสมาชิกวงเพิ่มเข้ามาซึ่งเป็นเพื่อนๆ กันอยู่แล้วแต่แรก แล้วเราก็เริ่มทำอัลบั้มแรกขึ้นมาชื่อว่า Family Product แล้วก็ยิงยาวมาเลยครับ


Q: ทำไมต้อง H 3 F ล่ะ?
หม่อม: ตอนแรกมันเป็นสามคนไง ก็เลยกวนตีนเป็น Happy Three Friends
ก้อง: มันเปลี่ยนไม่ทันแล้วน่ะ ตอนแรกเราก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก ชื่อมันเลยดูเด๋อแดกมาก
แม็ก: พอเปลี่ยนไม่ทัน เราก็เลยย่อแม่งเลยเป็น H 3 F
ปิง: เสิร์ชยากด้วยนะ เสิร์ชแล้วเจอการ์ตูน
แม็ก: เวลาเสิร์ชมันต้องเว้นวรรคเป็น H 3 F
ก้อง: แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้เราก็มีสี่คนแล้ว
แม็ก: เป็น F4
ก้อง: ก็อยากให้เรียก H 3 F มากกว่าครับ
Q: แนวเพลงของวง
แม็ก: หวานๆ นุ่มๆ ป๊อปๆ นะ
ปิง: ทุกอย่างมาจากไอ้ก้องหมดเลย ความหวานที่ออกมามันอยู่ที่เนื้อเพลงด้วย อยู่ที่คอร์ดด้วยที่ก้องคิดมา
แม็ก: ใช่ แล้วเราก็มา Arrange โดยที่บางครั้งก็ไม่รู้มันแปลว่าอะไร
ปิง: ใช่ ก็คิดว่ามันจะกลมกล่อมเป็นประมาณนี้แหละ
ก้อง: ผมจะแต่งเพลงมาขายเพื่อน ให้เพื่อนเคาะให้ คือผมมีภาพในหัวแหละ ไม่รู้เป็นไปได้มั้ย แล้วก็ให้คนในวงโปรดิวซ์กันเองครับ
แม็ก: ก็เรียกได้ว่าเป็นแบ็คอัพละกัน (ฮา) ล้อเล่นๆๆ (ก้อง: (มองหน้า))
ก้อง: คือถ้าพูดถึงแนวเพลง มันเป็นเรื่องของสไตล์ และเป็นการจำกัดความมาก เหมือนกับว่าเป็นกำหนดคุณเล่นเพลงแนวนี้ ท่อนนี้คุณก็ต้องเล่นแบบนี้นะ คือผมขึ้นเพลงมาแนวนี้ก็จริงแต่เพื่อนแต่ละคนจะหยิบกรู๊ฟมาเล่นไม่เหมือนกัน วิธีการรับมือในท่อนนั้นๆ มันก็จะไม่เหมือนกิมมิคของสไตล์นั้น ผมก็จะประชดประชันเล็กๆ โดยใช้คำว่า Sloppy Groove แบบกรู๊ฟง้องแง้งๆ (แม็ก: เหมือนล้อกูอะ!) ไม่ได้ล้อ! คือเราใช้คำว่า Cheesy lyrics, Sloppy groove คือหมายถึง เนื้อเพลงเลี่ยนๆ กรู๊ฟง้องแง้งๆ เหมือนเป็นเด็กหัดทำ แต่จริงๆ แล้ว เราตั้งใจทำกันมากครับ

Q: งั้นถ้าเปรียบ H 3 F กับอาหาร จะออกมาเป็นเมนูอะไร?
ก้อง: ผัดกระเพรา เพราะผมชอบผัดกระเพรา (Q: จริงปะ?)
แม็ก: ไม่จริงอะ ไอ้ก้อง ไม่เหมือนเลย ไอ้xxx กูว่าทองหยิบ ทองหยอดปะ?
ปิง: ใช่หรอ หวานๆ งี้เหรอ กูว่าต้องมีหลายรสปะ แบบปลาสามรส
แม็ก: แต่มันไม่ไทยอะ ยากอะพี่ (Q: ฮ่าๆ)
ก้อง: ก็พวกพิซซ่า สปาเก็ตตี้ปะ
หม่อม: พิซซ่าก็มีหลายหน้านะ
ก้อง: อะๆ เอาเป็น สปาเก็ตตี้ผัดเบค่อนพริกแห้ง
แม็ก, หม่อม, ปิง: เออ!
ก้อง: เพราะว่าเรามีความหนักบ้าง แต่ว่ายังคงความ Spaghetti ไว้นิดนึง
แม็ก: เส้นกินง่าย ดูดด๊วบๆ เข้าไป แต่กินมากก็จะเลี่ยนนิดนึง เน้นอิ่ม

Q: ถ้าไม่ได้ทำดนตรี แล้วตอนนี้จะทำอะไรกันอยู่?
ปิง: คงนั่งเล่นเกมอยู่บ้าน
แม็ก: ไอ้ปิงมันขายของในเกมแต่เด็กครับ
หม่อม: ผมน่าจะขายเสื้อผ้ามั้ง
ก้อง: ไม่เดินแบบเหรอ?
หม่อม: ไม่เดินแบบ
แม็ก: นี่ก็คงขายเสื้อผ้า ขออนุญาตฝากร้าน Radbkk ด้วยครับ
ก้อง: ผมนี่ไม่รู้จะทำอะไรเลย คงห่อเหี่ยวสุดๆ


Q: เป้าหมายของวงล่ะ?
หม่อม: ไปทัวร์ต่างประเทศ
ก้อง: อยากดัง
แม็ก: ก็คืออยากดังก่อน แล้วเราจะไปทัวร์ทั่วโลก
ก้อง: นั่นก็คือเป้าหมายและความใฝ่ฝันครับ แต่ว่าเราก็ไม่ได้อยากดังซะจนต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เรายังอยู่ในลู่ทางในสไตล์และสิ่งที่เรารักอยู่ คือเราก็มีความคาดหวัง แต่อยู่ในพื้นฐานของสิ่งที่เราเป็น
หม่อม: อยากดัง แต่ยังแคร์คน
ก้อง: เหตุผลทำเพลงสากลก็คือ 1. ผมร้องเพลงภาษาไทยได้แย่มาก 2. อยากทำเพลงที่คนสามารถฟังเพลงของเราได้ทุกที่บนโลก เลยใช้ภาษาสากลคือภาษาอังกฤษ ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนของโลก มันก็เป็นภาษาหลัก แล้วด้วยภาษาที่เราใช้ เสียงเพลงที่เราทำ มันก็ดูเข้ากันอยู่แล้ว เราก็แฮปปี้ที่จะทำแบบนี้