“ไกลบ้าน”
สารคดีที่ว่าด้วยความคิดคำนึงถึงบ้านอันห่างไกล



“ไกลบ้าน” หนังสารคดีของ ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์ ปล่อยให้ชมแบบออนไลน์ฟรีๆ หนึ่งสัปดาห์เต็ม เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แม้จะเป็นสารคดีที่มีความยาวไม่มากนัก และยังมีริ้วรอยของความไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้าง แต่พลังของเรื่องเล่าชีวิตอันระหกระเหินเร่ร่อนไกลจากภูมิลำเนาของ วัฒน์ วรรลยางกูร นั้นทรงพลังและเศร้าสะเทือนใจมากพอที่จะตรึงผู้ชมไว้ได้ตลอด 33 นาทีเต็ม

WRITER : จักรพันธุ์ ขวัญมงคล

วัฒน์ วรรลยางกูร อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นนักสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ถ้าเป็นคอวรรณกรรมหรือนักอ่านรุ่นกลางเก่ากลางใหม่จะรู้จักชื่อของเขาดีในฐานะนักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องทั้งนวนิยาย รวมเรื่องสั้น สารคดี และบทกวี มีผลงานเด่นๆ อาทิ “มนต์รักทรานซิสเตอร์” (นวนิยายที่เป็นเอก รัตนเรือง นำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์), “คือรักและหวัง”, “ปลายนาฟ้าเขียว”, “บนเส้นลวด” เป็นต้น วัฒน์ เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่หนีภัยกวาดล้างล้อมปราบจากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เข้าป่า และออกจากป่าคืนเมืองในภายหลัง เส้นทางชีวิตของ วัฒน์ วรรลยางกูร หลังจากนั้นเขายังเขียนหนังสืออย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับยืนหยัดแสดงจุดยืนทางการเมืองที่อยู่ตรงข้ามการรัฐประหารทุกครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

และชื่อของ วัฒน์ วรรลยางกูร ตกเป็นข่าวอีกครั้งหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คสช. ได้ออกคำสั่งเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่ง วัฒน์ เป็นหนึ่งในผู้ถูกเรียกให้ไปรายงานตัวเนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และมีคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 จากการจัดงาน “40 ปี 14 ตุลาคม” ในปี 2556 แต่เขาไม่ไปแสดงตัวตามคำสั่งของ คสช. และตัดสินใจลี้ภัยออกนอกประเทศ เดินทางออกจากบ้านและครอบครัว

สารคดี “ไกลบ้าน” ของ ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์ เริ่มต้นเล่าเรื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ในช่วงแรกหนังฉายภาพให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของ วัฒน์ ในฐานะผู้ลี้ภัย อยู่อาศัยในบ้านหลังเล็ก หรืออาจจะเรียกว่ากระต๊อบมุงสังกะสีก็อาจไม่ผิดนัก ความเป็นอยู่ของเขาแม้อาจดูติดขัดอยู่บ้าง แต่หนังก็พยายามนำเสนอภาพของความไม่อินังขังขอบใดๆ ต่อชะตากรรมตัวเองของ วัฒน์ วรรลยางกูร ผ่านการดื่มน้ำจากแก้วไวน์หลายต่อหลายครั้งและภาพจับที่จับแก้วนี้อย่าวมีนัยสำคัญ เสมือนยืนยันหนักแน่นว่า วัฒน์ วรรลยางกูร ยังใช้ชีวิดได้ตามปกติสุข แม้ไม่เหมือนเดิมหรือมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพจากรัฐบาลทหาร ยังคง คิด เขียน แสดงความเชื่อได้ตามที่เขาต้องการ

สะท้อนภาพความโยงใยกันและกันของคนในบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากพวกเขาได้อยู่อาศัยร่วมกันในบ้านเหมือนคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่ต้องไกลบ้าน การมองเห็นความสัมพันธ์ผ่านการอุปมาแบบนี้เป็นสิ่งที่สะเทือนใจและช่วยให้ “ไกลบ้าน” ของ ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์ กลายเป็นหนังสารคดีที่ทรงพลังโดยสมบูรณ์

ครึ่งหลังของหนังเป็นการเล่าเรื่องจากปากของลูกชายคนกลางที่คลุกคลีกับ วัฒน์ ในครึ่งเรื่องแรก ผ่านภาพบ้านของครอบครัว วรรลยางกูร อันรกร้างที่จังหวัดกาญจนบุรี แม้บ้านจะดูขาดการดูแลรักษาและเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเนื่องจากไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่หนังก็พยายามนำเสนอภาพโครงสร้างของบ้านและอาณาบริเวณที่มีร่องรอยของการเป็นบ้านที่น่าอยู่ ราวกับจะบอกว่าบ้านหลังนี้ ครั้งหนึ่งเคยมีครอบครัวอยู่กับครบหน้า แต่ชะตากรรมได้พัดพาให้สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวต้องอยู่ไกลบ้านและรอคอยการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง ณ บ้านหลังนี้

และยิ่งทรงพลังมากขึ้น (และแสนเศร้ามากขึ้นอีกเช่นกัน) เมื่อเขาเล่าว่า ลูกๆ ทั้งสามของ วัฒน์ มีกลุ่มไลน์ชื่อว่า “Home in the sky” ไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเป็นไปกันตามประสา พ่อลูก พี่น้อง การตั้งชื่อว่าบ้านที่ลอยอยู่ในอากาศนั้นสะท้อนความเจ็บปวดขมขื่นบางอย่างที่สมาชิกในบ้านต้องแบกรับไว้ได้ดี และหนังปิดท้ายด้วยความคิดของสามพี่น้องที่มีต่อบ้านว่า พี่ชายมองบ้านของพวกเขาเหมือนเกวียนที่วิ่งไปตามหนทางขรุขระ บนนั้นมีสมาชิกพร้อมหน้าและภาพของแม่ผู้ล่วงลับ ตัวเขาเอง มองพ่อในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมากขึ้น ไม่ใช่ฮีโร่ เป็นคนคนหนึ่งที่มีอารมณ์และความรู้สึกอันหลากหลาย และน้องสาวคนสุดท้องที่เปรียบพ่อเป็นพระอาทิตย์ แม่เป็นดวงจันทร์ ลูกๆ คือโลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ต่างทำให้โลกสมดุล สร้างแสงสว่างและทำให้เกิดน้ำขึ้นลง ทั้งหมดนั้นคือการมอบชีวิตแก่โลก ถ้าดาวดวงใดดับไป โลกก็จะเป็นโลกที่อยู่ลำบาก

ทั้งหมดนั้นสะท้อนภาพความโยงใยกันและกันของคนในบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากพวกเขาได้อยู่อาศัยร่วมกันในบ้านเหมือนคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่ต้องไกลบ้าน การมองเห็นความสัมพันธ์ผ่านการอุปมาแบบนี้เป็นสิ่งที่สะเทือนใจและช่วยให้ “ไกลบ้าน” ของ ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์ กลายเป็นหนังสารคดีที่ทรงพลังโดยสมบูรณ์ แม้จะตัดเรื่ององค์ประกอบ หรือคุณภาพการผลิตในฐานะหนังสารคดีที่ดีเรื่องหนึ่งก็ตาม