
‘อาร์ท-อรรณพ มุสิกโปดก’ ในการพลิกบทบาททางดนตรี
จากมือกีตาร์วงอัลเทอร์เนทีฟร๊อคสู่การออกอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก
#PEOPLE #INTERVIEW
#MUSIC #GHQST

ถ้าให้นั่งนึกมองย้อนกลับไปเมื่อยุครุ่งเรืองของอัลเทอร์เนทีฟ/โพสต์ร๊อค วัยรุ่นคนไหนไม่รู้จักวง ‘Goose’ เจ้าของเสียงดนตรีที่ดุดันกับเนื้อร้องอันบาดลึก หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ ‘อาร์ท-อรรณพ มุสิกโปดก’ ในบทบาทของมือกีตาร์วงนี้ แต่ ณ ปัจจุบันเขากำลังฟูมฟักโปรเจกต์ใหม่ซึ่งเป็นโปรเจกต์เดี่ยวส่วนตัวของเขาโดยตรง ในนาม “GHQST” เขากล่าวถึงการเติบโตของชีวิตและความทรงจำ โดยได้พรรณาผ่านเสียงเพลงในอัลบั้ม “NOTHING YOU EVEN NEED TO KNOW” วันนี้ทาง #IAMEVERYTHING จึงได้ชวนเขามาร่วมพูดคุยกันในบรรยากาศสบาย ๆ ที่รายล้อมไปด้วยเครื่องดนตรีอันเป็นที่รัก เราจะมาทำความรู้จักกับตัวตนของเขาให้มากยิ่งขึ้นกันผ่านบทสนทนานี้
ชีวิตเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้
ชีวิตปกติเราก็ทำกราฟิกที่ Ductstore แล้วก็ทำค่ายเพลง lndie ‘Halfdry’ มีศิลปินประมาณ 20 กว่าได้ ทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองซึ่งก็ทำมานานละยังไม่เสร็จ เพิ่งจะเสร็จเนี่ยแหละ
ไม่ได้เจอกันนานมาก ที่ผ่านมาไปทำอะไรมาบ้าง?
ในช่วงโควิดเนี่ย ก่อนหน้านั้นก็ไปทำกราฟิกให้ Molino แบรนด์ที่ทำบ้องกัญชาของฝรั่ง แต่ระหว่างนั้นตอนที่อยู่เฉย ๆ เราก็ฝึก Mastering เพลงเอง เพลงที่ทำเสร็จแล้วส่วนใหญ่จะต้องจ้างคนมาทำ Mastering เพราะว่ามันต้องใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์อย่างอื่นและความรู้ประมาณนึง ตอนนั้นก็เลยรู้สึกว่าทำเองเลยแล้วกัน ไหน ๆ ก็ว่างแล้ว ตามช้อนซื้อพวกซอฟต์แวร์ถูก ๆ ที่ มันลดราคาเพราะว่ามันขายไม่ได้ช่วงโควิด แล้วสองสามปีนั้นเราก็เลยฝึกทำเองเลย ตอนนี้ก็จบงานเองตั้งแต่ต้น ตั้งแต่อัดยัน Mastering

ย้อนเวลาไป ‘จุดเริ่มต้น’ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว…
เมื่อ 20 ปีที่แล้วย้อนไปตอนนั้น เริ่มจากการชอบเล่นดนตรีแหละ แล้วก็รวมวงกัน พาร์ทแรกคือเราอยากจะมีเพลงสักอัลบั้มนึงไว้ให้ลูกหลานฟัง ไว้โม้กับลูกหลาน แต่มันจับพลัดจับผลูมาดัง มันก็เลยต่อยอดให้เราได้เข้าวงการ ให้เราได้ทำดนตรีต่อ แต่พอดังขึ้นมาก็ได้มีโอกาสไปเล่นแจมกับหลาย ๆ วง ไปทำเพลงให้คนนั้นคนนี้ มีเล่นกับ Knock The Knock ,จีน กษิดิศ แล้วก็ได้อัดกีตาร์ให้เพลง ‘ฉันมีเพียง’ ในซีรี่ย์ Homones ที่พีท พชร ร้อง เราเป็นคนคิดกีตาร์ให้ ได้โปรดิวส์ให้บางวง ได้ร่วมเล่นกีตาร์กับหลาย ๆ วง ส่วนช่วงหลังก็ได้ทำอัลบั้มกับ Pry&May-T Project อันนี้ก็คือทำด้วยกันเลยกับพี่เมธี Modern dog และพี่พราย ปฐมพร
ระหว่างนั้นก็ทำปกให้ชาวบ้านไล่ไปหลาย ๆ คน ทุกค่ายอ่ะ เราทำปกให้เกือบทุกค่าย โก้ มิสเตอร์ แซกแมน, พี่ป้อม ออโต้บาห์น, The Parkinson, มารีญา หรือ Slur เราก็ทำหมด มันเยอะจนจำไม่ได้ แต่ของเราเองไม่ได้ทำนะ เพราะมีเพื่อนที่โตมาด้วยกัน เราเชื่อมือ ถ้าเราทำเองมุมมองมันจำซ้ำซากเกินไป สุดท้ายแล้วก็ต้องเลือกเพื่อนที่ทำ เพราะเพื่อนคนนี้เหมือนเป็นแบคอัพเรามาตลอด คอยทำ คอยสอนกัน มันรู้จักเราพอ ก็ให้มันเลยโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย สุดท้ายแล้วพองานส่งกลับมาเราก็ชอบมาก มันเดาออกหมดเลยว่าเราต้องการอะไร
ทำไมอัลบั้มนี้เราใช้ชื่อตัวเองว่า “GHQST”
หลัก ๆ เลยคือเพื่อน ๆ พี่น้องที่โตมาด้วยกันในวงการชอบเรียกเราว่า “น้าผี” แล้วมันเริ่มจากเรารู้ว่า Goose เนี่ย น่าจะไม่ได้ทำกันต่อแล้วเพราะต่างคนต่างแยกย้าย เราก็มองว่าเราชอบดนตรีมาก ๆ ถึงดนตรีจะไม่หาเงินให้เรา เราก็ต้องไปทำงานประจำเพื่อหาเงินมาเสียให้กับดนตรีแทน ที่นี้เรารู้สึกว่าเราต้องวางแผนในการจะวางพาร์ทชีวิตเราเพื่อให้ได้ทำดนตรีต่อไป ก็เลยคิดว่าทำอัลบั้มตัวเองเลยสิ น้าผีเลยกลายเป็น “GHQST”

“NOTHING YOU EVEN NEED TO KNOW”
เราเริ่มทำอัลบั้มของตัวเองตอนปี 2012 จนถึง 2022 ใช้เวลา 10 กว่าปี เนี่ยพึ่งเสร็จ เพราะเหมือนพอเราตั้งใจทำจริง ๆ พอเราได้โตขึ้นระหว่างทำเราก็จะไม่ฉาบฉวยแล้ว ความฉาบฉวยตอนเด็ก ๆ ความหลงตัวเองตอนที่ได้รับจาก Goose ในตอนดัง ๆ ทำให้เราเจอทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ มันก็เลยสอนมายเซ็ทเราใหม่ว่าเราต้องไม่ฉาบฉวยในตัวเอง ฉะนั้นเพลงที่เราแต่งมาเกือบ 100 เพลงในอัลบั้มนี้เราตัดออกเหลือ 11 เพลง อันไหนไม่ใช่คือไม่ใช่ ถึงมันจะดีแค่ไหนเราก็ทิ้ง เราต้องบอกตัวเองว่าอันนี้มันใช่มั้ย มันใช่คอนเซ็ปต์เรามั้ย ถ้ามันไม่ใช่เราทิ้ง แต่งใหม่ มันก็เลยใช้เวลานานมาก ๆ เพราะว่าอัลบั้มนี้คอนเซ็ปต์มันคือบ่งบอกชีวิตเราเลย ตั้งแต่เกิดจนปัจจุบันว่าเราเป็นคนยังไง ต้นตระกูลเรามาจากไหน มันจะไล่ตามเพลงไปเลย
อย่างเพลงแรกชื่อเพลงว่า Home ถ้าฟังแล้วมันจะมีความดอย ๆ หนาว ๆ มีเสียงเหมือนพิณเหนือ เพราะบ้านเรามาจากฝั่งภาคเหนือ เราเกิดมาเราก็กินแบบอาหารเหนือ ๆ โดยที่บางทีเราก็คิดว่ามันเป็นอาหารกรุงเทพด้วยซ้ำ แต่จริง ๆ มันคืออาหารเหนือ แกงกระด้าง แกงทานยาก ๆ แกงโฮะ ที่เป็นโฮะจริง ๆ เหลือแล้วรวม ก็เลยเล่าก่อนว่าเราเกิดมายังไง พอเริ่มทำไปเรื่อย ๆ เราค่อย ๆ พูดถึงชีวิตโดยแบ่งเป็นฤดู ปีนึงมันก็คือฤดู ปีนึงมันก็คือหนึ่งปีของอายุเรา ฤดูฝน ฤดูหนาว แล้วก็ฤดูร้อน แต่ว่าเราจะทำอะไรที่ประทับใจจำไม่ลืมตั้งแต่เด็ก เอาจุดนั้นมาแต่งเป็นเพลง แล้วก็จำว่า ณ ขณะนั้นมันคือฤดูอะไร จะไม่มีการมโนขึ้นว่าเราอยากจะอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เราจะจำช่วงเวลาที่แบบเจอทะเลครั้งแรกแล้วน้ำทะเลเข้าตา มันแสบชิบหายเลยว่ะ! เอาแบบเรียลที่สุดนั่นแหละ ก็เลยกลายมาเป็น 11 เพลงนี้ในอัลบั้ม “NOTHING YOU EVEN NEED TO KNOW”
ใจความสำคัญของอัลบั้มเรามันเป็นส่วนตัวมาก ๆ เราเลยไม่ขาย เราให้ฟรี มี QR Code เพื่อดาวน์โหลดอัลบั้มออนไลน์ พวกอาร์ตเวิร์ตทุกอย่างที่ทำมือก็อยู่ในนี้ แค่อินบ็อกมาเดี๋ยวเราส่งให้ ทุกงานเป็นงานอาร์ตจริง ๆ หมดทั้ง 11 เพลงก็จะมี 11 รูป เรารู้สึกว่าเขาอยากรู้ชีวิตเรา เขาไม่ต้องเสียเงิน


เล่าถึงคอนเซ็ปท์ของอัลบั้ม
คอนเซ็ปต์ของเราจริง ๆ คือเราจะไม่บอกเพื่อไม่เป็นการชี้นำ เพลงของเราจะไม่มีเนื้อร้อง เพราะเราไม่อยากบอกเรื่องราวให้มันเป็นคำ เพราะงั้นคุณไปตีความเองให้เป็นเหมือนภาพ Abstract เราเลยมองว่าอัลบั้มเราเป็นแลนด์สเคป ถ้าคุณฟังแล้วอินคุณจะไม่รู้ตัว แต่คุณจะอยู่ในพื้นที่ของผมแล้ว คุณจะตีความยังไงก็ได้ เหมือนการคบกันอ่ะ คุณรู้จักผมแล้วคุณก็ตีความผม เพลงเราก็เหมือนกัน ให้ไปตีความกันเอาเอง
ครั้งนี้จะเป็นแนวดนตรีเป็นแบบไหน
หลายคนฟังคงเรียกว่า Post Rock แต่เราไม่รู้สึกว่ามันใช่ขนาดนั้น สำหรับเรามันเป็น Ambient Pop แต่ว่าเราก็มีเสียงกีต้าร์ที่แตก ๆ ทำให้ทุกคนบอกว่านี่คือร๊อค แต่เราว่ามันไม่จำเป็น ดังนั้นเราเลยใส่เครื่องสายเยอะ เลยทำให้มันดูฟูลมาก ๆ เพราะว่าเป็นเครื่องสายส่วนใหญ่เป็นสตริง เป็นออร์เคสตรา
แนวเพลงนี้อาจจะฟังยาก เข้าถึงยากไปรึเปล่า?
เราตอบสนองตัวเราเองเลย ตอนแรกเราก็คิดว่ามีแค่ตัวเราเองคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ มันมีคนที่รอ แฟนเดนตายมันมีน้อยแต่พวกเขาก็คือรออยู่ เราเลยรู้ว่ามีคนที่รอแล้วกัดฟันทำต่อให้เสร็จ คือถ้าไม่มีตรงนี้เราก็ทำมันไปเรื่อย ๆ แก้มันไปเรื่อย ๆ อย่างเพลงแรกเราแก้อยู่ 3 ปี เป็นเพลงที่นานที่สุด ฟังแล้วก็แก้ แก้จนมันโตขึ้น จนรู้ว่าเราควรจะพอกับมันตรงไหน เรียนรู้กับตัวเองไปด้วย การทำอัลบั้มเลยสอนให้เราโตขึ้น แต่แล้วเพลงมันค่อนข้าง Niche มาก ๆ มันไม่เหมือนวงอื่น ๆ ทั่วไปที่เรารู้ว่าใครจะฟังบ้าง กลับกันอันนี้เราไม่รู้เลย แต่ถ้าชอบเราเมื่อไหร่อ่ะจะโงหัวไม่ขึ้น…มันพิเศษ

มีลูกเล่นอะไรมาเซอร์ไพรส์กัน
ไม่มีอะไรเลย เราแค่เริ่มจาก Post Rock แล้วหักจุดที่ทุกคนเข้าใจมัน เล่นฉีกให้คนฟังที่รู้ที่เขาเข้าใจความเป็น Post Rock ยิ่งฟังยิ่งอึดอัด


10 ปีผ่านไปมีอะไรในตัวเราเปลี่ยนไปบ้าง
เปลี่ยนเยอะมาก เราใจเย็นขึ้น เราค่อนข้างคิดก่อนพูดมากขึ้น เริ่มทำทุกอย่างโดยใช้ความคิดก่อนทั้งเรื่องชีวิตและดนตรี เพราะเราถูกปลูกฝังมาว่าคุณจะทำงานศิลปะคุณต้องมีคอนเซ็ปต์ก่อน ไม่ใช่ทำเสร็จแล้วค่อยคิดนั่นคือปลอม เราเลยฝึกคิดก่อนเพราะต้องไม่โกหกและต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง แบบนี้มันจะโม้ได้เต็มปากมากว่า
ที่บอกว่าเป็นอัลบั้มเดี่ยว…เดี่ยวแค่ไหน
ทุกอย่างทำเอง ต้องทำเองหมด เพราะมันพูดถึงชีวิตเราแล้วอ่ะ ตอนแรกเราให้คนอื่นมาช่วยเพราะเราคิดว่าดีมากเลยคนนั้นเก่ง คนนี้เก่ง แต่เรากลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันดีไป สิ่งที่เราต้องการมันคือความ lo-fi ความไม่เพอร์เฟคเท่านี้อ่ะ เราเลยทำเองตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้เป็นเรามากที่สุดแล้วเราถูกใจมากที่สุด แต่เราไม่ได้บอกว่าเพลงของเราดีที่สุด

อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังติดตาม “GHQST”
เราไม่รู้จะฝากอะไร แต่แค่บอกละกันว่าตอนนี้เสร็จแล้ว (หัวเราะ) ไม่รู้จะฝากอะไรเพราะคนมันจะฟังก็ฟังอ่ะ ลองไปฟังกันดูนะ คนไม่ฟังบอกให้ตายก็ไม่ฟัง ดังนั้นก็ฝากบอกว่า “เสร็จแล้ว”
ติดตามผลงานของ ‘อาร์ท-อรรณพ มุสิกโปดก’ ได้ที่เพจ Facebook: GHQST 1981