แม้จะผ่านพ้นไปแล้วกับงาน GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together งานยิ่งใหญ่ที่มีผู้นำ ผู้บุกเบิก นวัตกร และผู้ขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จากหลากหลายวงการทั่วโลก ให้มาร่วมแชร์แนวคิด และแนวทาง เพื่อนำไปสู่ทิศทางเดียวกันในการสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าให้กับโลกไปด้วยกัน แต่หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่ทำให้เราได้มุมมองความคิดดีๆ เพื่อนำไปต่อยอดสู่เชิงปฏิบัติ เป็น Circular in action ของเราเอง คือ Session ช่วงบ่ายที่มี Speaker ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมาแชร์มุมมองหลากหลาย ในหัวข้อต่างๆ อย่างเข้มข้น แบ่งออกเป็น 3 ห้อง คือ ห้อง 1 ว่าด้วยเรื่องของ “BETTER LIVING THROUGH INNOVATIONS” ห้อง 2 เรื่องของ CIRCULAR IN ACTION THROUGH LIFESTYLES และ ห้อง 3 UPCYCLING SHOWCASE: THE BETTER SOLUTIONS ซึ่งแต่ละห้องนั้นเต็มไปด้วยประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งใครที่พลาดร่วมงาน หรืออยากทบทวนกันอีกครั้ง ในวันนี้เราได้สรุปเนื้อหาการบรรยายจากเหล่าวิทยากรมาให้อ่านกัน



ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ECOCO-Fun Lead Change จำกัดประเทศไต้หวัน
แม้จะเริ่มต้นมาเพียงไม่กี่ปี แต่บริษัท ECOCO ของ แอนดรูว์ ลี ก็สามารถสร้างโมเดลใหม่สำหรับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทำให้กิจกรรมด้านรีไซเคิลกลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับผู้บริโภคและสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยการใช้ Application ที่ทันสมัย ประกอบกับเครื่อง ECOCO ที่ใช้งานง่ายและดูน่าสนใจ ผู้บริโภคสามารถนำขยะ ไม่ว่าจะเป็น ขวดพลาสติก กระป๋อง หรือแก้วเครื่องดื่ม มาแลกเป็นคะแนนเพื่อสะสมแล้วรับของรางวัลจากพาร์ทเนอร์ของ ECOCO

นากจากพัฒนาเทคโนโลยีและโมเดลด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ECOCO ยังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจในการให้ความรู้ด้านการรีไซเคิลกับเยาวชนและประชาชนทั่วไปผ่านการจัดกิจกรรมตามโรงเรียนและในงานเทศกาลต่างๆ "เราอยากจะเพิ่มการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน เครื่อง ECOCO ของเราจึงต้องดูน่าสนใจสำหรับผู้คน นั่นคือโมเดลของ ECOCO” แอนดรูว์ กล่าว "เครื่อง ECOCO ของเรามีประสิทธิภาพและใช้งานง่าย ผู้บริโภคได้แต้มและประหยัด พาร์ทเนอร์ก็ได้ลูกค้า ส่วนเราก็ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน"

รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
การระบาดของเชื้อโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบทำให้วิถีชีวิตของทุกคนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อพูดถึงหัวข้อ Biomedical Innovation in the Pandemic ในงาน Circular Living Symposium ศ.ดร.นพ. ประเสริฐ เอื้อวรากุล ได้แสดงความคิดเห็นว่า วิกฤติการณ์ครั้งนี้ อาจจะส่งผลให้เกิดการ Disruption ทาง Technology ในวงการแทพย์ด้วยเช่นกัน
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะหน้าในช่วงการระบาด ทั้งต่อความต้องการของคนไข้ และของแพทย์ในการรองรับการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ที่ผิดปกติ โรงพยาบาลศิริราชมีการพัฒนา Application เพื่อทำ Telemedicine ในขณะเดียวกัน ก็มีการตอบสนองต่อความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการระบาด การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการผลิตและคิดค้นชุดตรวจและวัคซีนก็เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปด้วย "ชุดตรวจที่สามารถรู้ผลอย่างรวดเร็วสำคัญมาก ศิริราชร่วมมือกับ VISTEC ใช้เทคโนโลยีใหม่เลย เป็นเทคโนโลยีเดียวกับการตัดต่อจีโนม เป็นชุดตรวจที่ใช้เวลาแป๊บเดียวแต่ได้ผลดี" ศ.ดร.นพ. ประเสริฐ กล่าว "วัคซีนที่ประเทศไทยและต่างประเทศกำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นวัคซีนชนิด DNA หรือ Viral Vector ไม่ต้องเลี้ยงไวรัสซึ่งปกติต้องใช้เวลาเป็นปี แต่สังเคราะห์ยีนส์นั้นจากข้อมูล แล้วสร้างเป็น DNA เอามาฉีด ซึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน วัคซีนต้นแบบก็สามารถผลิตได้ทันที"

อธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ในขณะที่หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 อีกทั้งเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในงานสาธารณสุขล้วนมีส่วนประกอบของพลาสติก ประเทศไทยกลับต้องพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศแบบ 100% ทำให้แม้จะมีองค์ความรู้ แต่เราก็ยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านการผลิต "ผมคิดว่า Innovation ต้องอาศัย Collaboration มาร่วมกัน" ศ.นพ. อนันต์ กล่าว "โควิดครั้งนี้มีการร่วมมือกันทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน GC ก็เข้ามาช่วย ตอนนั้น ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน เราจะหาซื้ออุปกรณ์หรือเวชภัณฑ์ต่างๆ ได้ยากมาก แต่พอเราขอไปที่ GC ก็สามารถจัดหาอุปกรณ์ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรส่ง มาให้พวกเราได้"

ผู้อำนวยการ ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง

ผู้อำนวยการ เครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (TRBN)
การลุกขึ้นมาลงมือทำของเครือข่ายของภาคธุรกิจที่มุ่งส่งเสริมการสร้างความยั่งยืน โดยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ จากก่อนหน้านี้ TRBN จับมือกับภาคธุรกิจบริเวณถนนวิภาวดีฯ (ซึ่งรวมถึง GC ด้วย) เพื่อร่วมกันทำเรื่องของ Waste Management ผ่านโครงการ “วิภาวดีฯ ไม่มีขยะ” นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการเชื่อมต่อห่วงโซ่เพื่อปิด Loop ให้พลาสติกจากผู้บริโภกถูกลำเลียงเข้าสู่ระบบการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือให้ขยะถูกสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจใหม่ จึงได้จัดทำโครงการ “ส่งพลาสติกกลับบ้าน” ด้วย โดยทำจุด drop point บริเวณสุขุมวิท หรือจุดรับพลาสติก 2 ประเภท คือ พลาสติกยืด (ถุงพลาสติก ฟิล์มหุ้มแพ็คขวดน้ำ ฟิล์มห่อสินค้า เป็นต้น) และพลาสติกแข็ง (ขวดน้ำ แก้วพลาสติก กล่องพลาสติกใส่อาหาร เป็นต้น) ที่ล้างให้สะอาด และทำให้แห้ง ก่อนนำมาทิ้ง โดยระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง ได้ขยะมา 2.2 ตัน โดย 90% เป็นพลาสติกสะอาดและแห้ง “จริงๆ บริโภคพร้อม ถ้าโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ดังนั้นเราได้บทเรียนอะไรมากมาย ที่สามารถนำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้เพื่อที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” โดยต่อไป ทาง TRBN กำลังจะขยายผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงในวงกว้าง ผ่านแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า “หมุนเวียน เปลี่ยนโลก” โดยมี GC เป็นพันธมิตรที่สำคัญ “อยากให้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็น New Normal ของคนไทย คิดว่าเราทำได้ และอยากให้คำว่า ‘หมุนเวียน เปลี่ยนโลก’ อยู่ในใจทุกคน เพราะเราสามารถนำขยะมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ได้ ถ้าเราร่วมมือกันจริงๆ”

เจ้าอาวาส วัดจากแดง
บอกเล่าเกี่ยวกับโครงการแปรรูปขวดพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นจีวรรีไซเคิล เพื่อลดขยะพลาสติก ช่วยโลกร้อน และสอนให้ทุกคนเขาถึงแก่นธรรมะผ่านขยะพลาสติก โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน และเกิดการเชื่อมโยงทำงานกันตั้งแต่ต้นน้ำ คือ วัดที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมขยะพลาสติกรีไซเคิลที่ได้จากคนนำมาบริจาค นำมาทำความสะอาด และอัดเป็นก้อนเพื่อลดขนาดลง ก่อนส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นขั้นตอนกลางน้ำในการนำพลาสติกเข้าสู่กระบวนการอัพไซเคิลผลิตเป็นเส้นใยผ้าที่มีส่วนผสมของพลาสติก ฝ้าย และซิงค์นาโน สุดท้ายขั้นตอนปลายน้ำคือ ชาวบ้านในชุมชนที่จะนำม้วนผ้าที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลนั้น มาตัดเย็บเป็นจีวร ซึ่งช่วยสร้างรายได้และการจ้างงานในชุมชนได้ โดยขวดพลาสติก 15 ใบ สามารถผลิตจีวรรีไซเคิลได้ 1 ผืน ที่มีคุณสมบัติสวมใส่สบาย ไม่อับไม่ชื้น โดยส่วนของฝาขวดพลาสติก ก็สามารถอัพไซเคิล เป็นโต๊ะ และเก้าอี้ได้

สิ่งที่จะได้จากโครงการนี้จึงได้ประโยชน์กับทั้งสิ่งแวดล้อม พร้อมกับสร้างศรัทธา ปัญญา และสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย “เห็นทุกข์ จึงเห็น ‘ทำ’ ทุกข์คือ ขยะล้นโลก สิ่งแวดล้อมเสียหาย โรคระบาด เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม โลกร้อนขึ้น ฝนแล้ง ปัญหาเหล่านี้เราเจอ เมื่อเจอแล้วแล้วหาทางออก จึงเห็นทำ” โดยพระมหาประนอม ยังกล่าวอีกว่านอกจากการเก็บขยะบนบก หรือในน้ำแล้ว เพื่อให้เกิด Circular Economy ท่านยังตั้งเป้าหมายต่อไปที่จะ “เก็บขยะในใจคน” ให้หมดด้วย

ผู้จัดการแบรนด์ Ecotopia บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด
Ecotopia ศูนย์รวมสินค้ารักษ์โลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตั้งอยู่ชั้น 3 ของสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่ทำให้คนสามารถใช้ชีวิต Eco ได้ตั้งแต่ก่อนนอน ตื่นเช้า มาทำงาน ยันกลับบ้าน จนถึงเสาร์-อาทิตย์ โดยการขยายพื้นที่จาก 600 ตร.ม. เป็น 2,000 ตร.ม. เพื่อเป็นส่วนร่วมสร้างโลกที่ดีกว่าไปด้วยกัน โดย Ecotopia จะเป็นแพลตฟอร์มให้กับผู้ประกอบการได้มีพื้นที่สำหรับจัดแสดงสินค้า Eco ของตัวเอง ซึ่งแนวคิดของ Ecotopia ได้แก่ การสร้างประสบการณ์ใหม่ของคำว่า Eco ให้ง่ายและสนุกขึ้น การเป็นแหล่งร่วมสินค้ารักษ์โลกสำหรับการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อโลก จนถึงเป็นคอมมูนิตี้ของคนสายกรีน พร้อมเป้าหมายที่จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่ หรือ Togehter, we co-create a better world “อยากให้ทุกคนทำสิ่งดีๆ ให้กับตัวเองก่อน เพราะถ้าคุณไม่เริ่มจากตัวคุณเอง คุณจะไม่สามารถแชร์ให้กับคนอื่นได้เลยว่ามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น อย่างน้อยเราแค่แชร์ให้กับคนอื่นได้รู้ว่ามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เราก็ช่วย Co-create the better world แล้ว”



ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท อิคาโน่รีเทล เอเชีย (อิเกียภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้), IKEA
ผ่าแนวทางของ Circular Economy ของ IKEA กับสร้างชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในเชิงปฏิบัติ “คำว่า Circular เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก แต่เราก็ต้องแปลงมันเป็นแอคชั่นที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ท้ายที่สุดการกระทำก็จะเปลี่ยนทั้งธุรกิจของเราไปในทุกมิติ” โดย IKEA ได้มุ่งนำเสนอคุณค่าของผลิตภัณฑ์ พร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนติของลูกค้าให้เกิดความตระหนักรู้ต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเวลาซื้อสินค้าแต่ละชิ้น โดย Circilar Economy สำหรับ IKEA ทำได้ในหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการจัดหาวัตถุดิบ ด้านการสรรหาทรัพยากรมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ของ IKEA ที่ต้องคำนึงถึงอนาคต ร่วมกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถอัพเกรด ซ่อมแซม หรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ให้ทุกๆ ชิ้นสามารถดัดแปลง หรือประกอบเป็นรูปแบบอื่นได้ สามารถรีไซเคิลได้ และใช้งานได้ยาวนานขึ้น ไปจนถึงด้านการขนส่ง จนถึงการสร้างสถานประกอบการที่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
ดังนั้นด้วยรูปแบบธุรกิจของ IKEA จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพให้ดีขึ้นและยั่งยืนขึ้นได้ โดย IKEA ได้วางเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2030 คือการสร้าง “Climate Positive” และจะเป็นผู้สร้างทรัพยากรคืนกลับให้ธรรมชาติด้วย เพื่อให้เกิด Circular Economy ขึ้นจริง โดยการเปลี่ยนวิธีการในการทำงานของ IKEA การปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ จนถึงการมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อให้มีส่วนร่วมใน Circular Economy ด้วย

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ (ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์) บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
Circular In action by design ผ่านโปรเจกท์ที่ทาง Modernform ร่วมกับ GC โดยการเปลี่ยนจากถุงน้ำเกลือมาเป็นที่นั่ง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Modernform ที่ใช้กระบวนการอัพไซเคิลจากพลาสติก 100% ที่มุ่งขยายผลสู่สาธารณะชนในแง่ของผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริง เปลี่ยนจากเก้าอี้ธรรมดาให้กลายเป็น Symbol Status ของแต่ละคน เพื่อที่จะให้ตอบสนองผู้ใช้ในแต่ละมิติ “เมื่อเราพูดถึงคำว่า Circular Living ที่ดูใหญ่มาก แต่ถ้าเราเข้าใจเนื้อหา และเป้าหมายของมันจริงๆ แล้ว Reduce จะเป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสังคม Circular Living นี้ และเราเชื่อว่าการจะเกิด Circiular Living ได้ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ มันมีประโยชน์ และสามารถสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ Every little thing counts. Small act can make a biggest impact.”
“Tomorrow Together จะเกิดขึ้นได้ มันต้องทำ ถ้าเราพูดถึง Circular Living เราอาจพูดถึง 5R หรือ 7R แต่ผมว่า R เดียวที่สำคัญที่สุด Remind ให้เรา Remind ตัวเองว่าเราเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่อาศัยอยู่บนโลกแค่ช่วงเวลาหนึ่ง เราไม่ได้เป็นเจ้าของ สิ่งที่เราทำ จะมีผลต่อคนที่อยู่บนโลกหลังจากนี้ไปอีกยาวนาน

ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ บริษัท เจิดดีไซน์แกลเลอรี่ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง Project Hat
บนเวทีสัมมนาในงาน Circular Living Symposium ดร. ศุภพงศ์ สอนสังข์ ได้เล่าถึงการร่วมมือกับ GC ในโครงการ Upcycling Upstyling ที่ใช้แนวคิดเชิง Innovation แปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ถูกใจผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยนำไม้จากบ้านเก่ามาผสมพลาสติกเหลือใช้กลายเป็นวัสดุชนิดใหม่ที่สามารถใช้แทนไม้จริง และออกแบบเป็นเฟอร์นิเจอร์ชุด 'Nakashima' เฟอร์นิเจอร์จาก Wood Plastic Composite วัสดุไม้เทียมที่สามารถทำลวดลายลงไปในเนื้อวัสดุได้ สามารถใช้กระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบช่างไม้ ทั้งการแกะหรือขัดลึกลงไป สามารถใช้ทักษะและเครื่องมืองานไม้ได้
นอกจากการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบแล้ว แนวคิดของ ดร. ศุภพงศ์ ยังคำนึงถึงกระบวนการผลิตโดยมีการนำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ภายใต้หลักการใช้วัสดุให้หมดจด มีเศษเหลือทิ้งจากการผลิตน้อยที่สุด "นักออกแบบจะต้องแก้ปัญหา สิ่งหนึ่งคือการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า สำหรับลูกค้า ต่อให้สวยยังไงแต่ถ้ามันเปลืองเขาก็ไม่ทำ นี่จึงเป็น Pain Point ที่ทำให้เราหมกมุ่นกับเรื่องนี้ ผมจึงมองว่า Green Design คือทางออกของเรา"


ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง แบรนด์ Qualy
การออกแบบเพื่อความสุขที่ยั่งยืนโดยการใช้หลัก Circular Design ของ ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ช่วยให้คนที่อยากจะใช้ชีวิตอีโค่สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายๆ ไม่ต้องลำบาก ไม่เพียงนำขยะพลาสติกหรือขยะจากอุตสาหกรรมอื่นๆ มาใช้ หากเมื่อใช้เสร็จแล้ว ผลงานออกแบบที่สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นยังเอื้ออำนวยต่อการนำกลับมาใช้ในรูปแบบใหม่ๆ ได้อีก เช่นหลอดกระดาษพับได้ง่ายต่อการขนส่ง อีกทั้งมีลวดลายไม้บรรทัดให้สามารถนำกลับมาใช้งานอีก และพร้อมจะย่อยสลายไปโดยง่ายเมื่อหมดอายุการใช้งาน
ธีรชัยสอดแทรกแนวคิดด้านการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไปในแต่ละผลงาน เมื่องานออกแบบของเขาถูกนำไปใช้ มันก็จะช่วยเผยแพร่ข้อมูลต่อไปเป็นทอดๆ "ผมรู้สึกว่างานออกแบบมันเริ่มไม่มีอะไรใหม่ อะไรคือความหมายของการมีขึ้นมาใหม่ของผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้น ยังไงมันก็จะต้องโดนก๊อป" ธีรชัย กล่าว "ผมจึงคิดว่าทำยังไงให้มันโดนก๊อปแล้วสิ่งที่โดนก๊อปเกิดประโยชน์และมีความหมาย ก็เลยมาถึงเรื่องการใช้ Circular Design”

ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง แบรนด์ THINK Studio
สำหรับเดชา อรรจนานันท์ เส้นทางในการออกแบบภายใต้แนวคิด Circular Design ของเขาเป็นการทดลองแบบมวยวัด โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างหลายฝ่าย ในฐานะนักออกแบบ เขาได้เข้าไปใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อทำความเข้าใจเรื่องพฤติกรรม ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเลือกวัตถุดิบมาเพื่อพัฒนากับนักวิจัยและนักลงทุน และสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกฝ่ายได้ครบถ้วนโดยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การทดลองของเดชานำมาซึ่งผลงานการออกแบบที่น่าสนใจมากมายซึ่งนำวัสดุเหลือใช้กลับมาทำให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ทั้งการนำเศษวัสดุจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมมาทำให้เกิดประโยชน์รูปแบบใหม่ภายใต้โครงการ DEWA การทำถุงพลาสติกรักษ์โลกร่วมกับ GC โดยใช้เครื่องจักรที่มีอยู่แล้วในโรงงานมาดัดแปลงและเพิ่มความน่าสนใจผ่านแนวคิดในการออกแบบ ไปจนถึงการปรับแบบหล่อถังหมักเพื่อนำเศษชิ้นส่วนเหลือใช้มาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง "นักออกแบบสามารถเป็นได้ทั้งผู้ร้ายและเป็นได้ทั้งพระเอก สำหรับตัวผมเอง การทำงานเป็นตัวปัญหาคนหนึ่งเลย" เดชา กล่าว "ผมเป็นสถาปนิกและอินทีเรีย ดีไซเนอร์ ผมใช้สอยวัสดุมากมาย ก็เลยเห็นว่าในการผลิตและการก่อสร้างมีสิ่งเหลือใช้ตลอด เราใช้สอยทรัพยากรตลอด ก็เลยอยากดึงเอาวัสดุเหลือมาใช้เป็นทรัพยากร"
#GCCircularLiving #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก #ร่วมมือกันเพื่อวันพรุ่งนี้