เริ่มจากสเก็ตช์ลายเส้นด้วยปากกาในสมุด ส่งต่อความคิดด้วยการพิมพ์ลงบนกระดาษขนาดใหญ่ เพื่อนำมาระดมสมองร่วมกับทีม พัฒนาต่อบนโปรแกรม 3D และสร้างโมเดลเพื่อต่อยอดการออกแบบนั้นให้สำเร็จ นั่นเป็นรูปแบบการทำงานของคุณบิว - มนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา สถาปนิก และดีไซน์ไดเร็กเตอร์ของ Hypothesis ที่แม้จะก้าวสู่ยุคดิจิทัลแล้ว แต่ยังคงชื่นชอบการร่างไอเดียด้วยมือแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับแนวคิดการออกแบบของเขาที่กลับสู่พื้นฐานเรียบง่ายอย่างการตั้งคำถาม และหาคำตอบที่นำไปสู่การสร้างสมมติฐานที่แตกต่างให้กับวงการออกแบบและสังคมโลกได้อย่างน่าทึ่ง
  “ถ้าคนอื่นมองหน้ามือ ผมจะมองหลังมือ ถ้าคนอื่นมองด้านหน้าและเดินไปข้างหน้า ผมจะเดินถอยหลัง เพื่อจะมองด้านหลังคนอื่นว่าเขาคิดอย่างไร แล้วผมอาจเลือกถอยหลังมากกว่าเดินไปข้างหน้าก็ได้ การตั้งคำถามย้อนแย้งมันจะเกิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมและโลกได้” ความคิดที่ท้าทายอยู่ตลอดเช่นนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ตัวเขาสนุกกับการทำงานแต่ยังสร้างผลงานที่โดดเด่นจนได้รับเลือกให้เป็น Designer of the Year Award ปี 2017 ในสาขา Interior Design อีกทั้งผลงานออกแบบของ Hypothesis หลายโครงการยังได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้วด้วย
  “เวลาพูดถึง Hypothesis เราไม่ได้มองตัวเราเป็นหลัก เรามองว่าลูกค้าต้องการอะไรมากกว่า แล้วพยายามตอบสมมติฐานนั้นๆ ในขณะเดียวกันก็สร้างสมมติฐานใหม่เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงประเด็นมากที่สุดด้วย” ซึ่งสมมติฐานนั้นจะตอบโจทย์หรือไม่ เขาชี้ว่าอยู่ที่กระบวนการทดลอง ตั้งแต่การทำงานบนโปรแกรม 3D และการจัดทำโมเดลในการทดลองหาค่าออกมา และการประเมินผลการทดลอง “ถ้าสิ่งที่เราสร้างหรือออกแบบไม่สามารถตอบโจทย์ได้จริง เราอาจต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ วิธีการคิดหรือมุมมองของสมมติฐานนั้นเพื่อให้มันตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น จนนำมาสู่การสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานจริง”

เครื่องมือที่รองรับในทุกกระบวนการทำงานของนักออกแบบ สู่งานสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์
  “สมัยก่อนเราจะสเก็ตช์บนสมุดหรือกระดาษ ตอนนี้เรามี Tools เยอะมากที่ทำให้ทำงานง่ายขึ้น
สามารถเสิร์ชข้อมูลจากมือถือแล้วพิมพ์ออกมาได้เลย หรือมีกระดานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสเก็ตช์แบบที่สามารถส่งไฟล์ผ่านเมล์ หรือสั่งพิมพ์ไปยังเครื่องพิมพ์ผ่าน Wi-fi ได้โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อสายแบบสมัยก่อน แต่ด้วยส่วนตัวผมเองยังมีความเป็นอนาล็อกอยู่ ก็จะชอบร่างสเก็ตช์ไว้ในสมุดก่อนนำไปสแกนแล้วพิมพ์ขยายใหญ่ออกมาเพื่อ Brainstorm กับในทีมว่าเราจะแก้ปัญหาหรือปรับปรุงอย่างไร หรือสำหรับ
โปรเจกท์ใหญ่ถ้าพิมพ์ออกมาบนกระดาษสเกลใหญ่เพื่อส่งให้ลูกค้าดู ก็จะทำให้ลูกค้าประทับใจขึ้น ล่าสุดโครงการฟิตเนสที่เป็นทั้งค่ายมวย อู่ซ่อมรถ และร้านล้างรถในพื้นที่เดียวกัน ที่เราทั้งคิดโปรแกรมออกแบบ อัตลักษณ์แบรนด์ จนถึงงานสถาปัตยกรรม ก็ได้เข้ารอบ World Architecture Festival สาขา Sport Category ซึ่งทำให้เราต้องเดินทางไปพรีเซนต์ที่อัมสเตอร์ดัมด้วย”

คุณค่าที่มากกว่าความสวยงาม และงานรางวัล
  “คุณค่าของงานออกแบบขึ้นอยู่กับว่ามันมี Value กับลูกค้าหรือผู้ใช้อย่างไร ซึ่งถ้าเราใส่ใจกับสิ่งนั้น มันจะก่อเกิดคุณค่าในตัวของมันเอง ส่วนรางวัลต่างๆ ที่ได้นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่เราคิด หรือสมมติฐานที่เราตั้ง มันตอบคำถามในระดับสากลได้หรือไม่ ทำให้จาก Hypothesis (สมมติฐาน) มันกลายเป็น Theory (ทฤษฎี) ได้ ที่เราสามารถนำแพลตฟอร์มหรือแพทเทิร์นของทฤษฎีนั้นๆ ไปพัฒนากับโปรแกรมอื่น หรือโครงการอื่นได้”

เครื่องมือทันสมัยช่วยให้การทำงานของสถาปนิกง่ายขึ้น สามารถสเก็ตช์ สแกน
แล้วพิมพ์บนกระดาษขนาดใหญ่ได้รวดเร็ว สะดวกสบาย
เพิ่มทางเลือกในการถ่ายทอดไอเดียสร้างสรรค์ผ่านงานพิมพ์บนกระดาษแคนวาส อย่างมืออาชีพ
รีเสิร์ชข้อมูลผ่านมือถือที่สามารถส่งไฟล์ผ่านอีเมล์ หรือสั่งพิมพ์ผ่าน Wi-fi ได้เลย สมกับเป็นยุคของเทคโนโลยีแบบไร้สายอย่างแท้จริง

“โลกแบนลงเหลือแค่กระดาษแผ่นเดียว”
  “สิ่งสำคัญของความเป็น Hypothesis คือเราสร้างสมมติฐานที่มันแตกต่างจากคนอื่น อย่างสมัยก่อนใครบอกว่าโลกกลมอาจจะดูเพ้อฝัน แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนรู้แล้ว แต่ถ้าผมบอกว่าทุกวันนี้โลกมันแบนลงเหลือแค่กระดาษแผ่นเดียว หรือว่าแค่ iPad เครื่องเดียว คนอาจกลับมามองทบทวนอีกทีหนึ่งว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมันเป็นความจริงหรือไม่จริง เพราะฉะนั้น Hypothesis สามารถเป็นอะไรก็ได้ อยู่ที่เราตั้งคำถามย้อนแย้ง หรือเราตั้งคำถามเพื่อที่จะตอบคำตอบนั้น หรือเราตั้งคำถามเพื่อสร้างคำถามใหม่ที่เปิดประเด็นอื่น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำงานทุกวันจึงไม่มีวันจบสิ้นครับ”
  สำหรับตัวเขาเองแม้อยู่ในฐานะนักออกแบบแต่การตั้งสมมติฐานไม่ได้ถูกใช้แค่สำหรับงาน Architecture งาน Interior Space หรืองาน Landscape แต่เขายังมองไปถึง Strategy ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เกิดการทดลองในทุกๆ จุดของชีวิต หรือทุกจุดของสังคม “จึงกลายเป็นความสนุกในการทำงานของผม เพราะไม่ได้จบแค่เรื่องของงานดีไซน์ แต่เป็นการออกแบบสมมติฐานเพื่อแก้ปัญหาได้กับทุกๆ สิ่งครับ”

Special Thanks:
Epson SureColor T-Series

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่
Call Center 02-685-9899
หรือ www.epson.co.th/technical-printing