Powered by Marshall
สำหรับคนรักมอเตอร์ไซค์คงได้ยินชื่อของ 8080 Cafe กันอยู่บ้างแล้ว ซึ่งนับเป็นอีก Community ที่รวมเอาคนที่มี Passion คล้ายๆ กันมาอยู่รวมกัน และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางร้านได้จัดงาน 8080 ANALOG DAY โดยคุณเจี๊ยบ ชัยวัฒน์ สิงหะและคุณหนาน ชเนศร์ ธนพัชรศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งเล่าว่า

เราอยากมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง อยากให้การจัดงานวันนี้มันไม่เหมือนภาพเดิมๆ
ที่เป็นมาก่อน เราเปิดร้านมา 8 ปี Direction ของเราในภาพที่คนอื่นรู้จักมันก็จะเป็นเรื่องของมอเตอไซค์
ทีนี้ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เราอยากจะมาพูดว่าจริงๆ แล้วคนที่ชอบมอเตอร์ไซค์
ไม่ได้สนใจแค่อะไรที่เกี่ยวกับมอเตอไซค์อย่างเดียว มันจะมีเรื่องของของแฟชั่น เรื่องของเก่า ของสะสม
คือเราจับ Lifestyle ของพวกเรากันเองนำเสนอออกมา นอกเหนือจากมอเตอร์ไซค์ เราชอบอะไรบ้าง
สนใจอะไรบ้าง เราก็ดึงกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาเพื่อจะนำเสนอออกไปให้เค้าเห็นถึงตัวตนของเราจริงๆ
ทั้งหมด คือทำให้ความเป็นตัวเราออกมาเป็นรูปธรรม





ใน Direction ของการดีไซน์เมื่อก่อนเราอาจจะมีลุคที่เป็นไบค์เกอร์เป็นอะไรที่มันเป็นมอเตอร์ไซค์หน่อย การดีไซน์มันก็จะเปลี่ยนไปในลักษณะที่มันง่ายและเข้าถึงคนทั่วไปที่ไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์บ้าง เมื่อก่อนเค้าจะมีความรู้สึกว่าที่นี่เป็นสังคมแบบคนขี่มอเตอร์ไซค์จ๋าเลย พอไม่มีมอเตอร์ไซค์เนี่ย เค้าก็จะไม่อยากเข้ามา ส่วนหนึ่งเราก็อยากจะเพิ่มไลน์คอนเทนต์เพราะเราเป็น Lifestyle Shop มีความหลากหลายของโปรดักท์มากขึ้น เพราะฉะนั้น ดีไซน์มันก็จะอ้างอิงในเรื่องของแฟชั่นด้วย เรียกได้ว่ามันเป็น Streetwear ก็ว่าได้ เพราะว่ามันสามารถใส่ได้ทุกวันทุกเทศกาล และไม่ใช่เฉพาะไบค์เกอร์ที่ใส่เสื้อผ้าเราได้ เราอยากให้คนอื่นที่ไม่ได้เป็นไบค์เกอร์มาชอบแบรนด์เราด้วย ถ้าเค้าชอบดีไซน์เค้าก็สามารถซื้อใส่ได้ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีมอเตอไซค์




โดยงาน E8TY lov.an.a.log นี้ได้ผู้สนับสนุนเครื่องเสียง Marshall ซึ่งมาในรุ่นใหม่ Marshall Stockwell II ด้วยดีไซน์ตัวลำโพงที่เข้ามาเติมความเป็น Analog เข้ากับธีมงาน lov.an.a.log ได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมาจัดวางก็ออกมากลมกลืนและมีเสน่ห์


ซึ่งการจัดงานวันนี้มีจุดประสงค์ที่ว่า เราอยากให้คนที่ชอบอะไรแบบที่พวกเราชอบมารวมตัวกัน อย่างเช่นการ Live DJ เนี่ยมันเป็นเรื่องของสมัยคนที่โตมาในยุคก่อนหน้านี้จะรู้จักคุณวิโรจน์ ควันธรรมใช่ไหมครับ เราจึงดึงจุดนี้มาใช้เป็น Main หลักของงาน เนื่องจากเราโตในยุค Analog ณ ตอนนี้ Digital มันเข้ามาครอบงำเกือบทั้งหมด แต่ในความง่ายของดิจิตอล เราก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้น ในความที่มันเป็น Analog มันมีความยากอยู่ในตัว มันมีเสน่ห์ และมีการนำเสนอที่เป็นศิลปะมากกว่าคำว่า Digital จริงๆ แล้วเมื่อก่อนใครจะทำอะไรต้องมีสกิล เดี๋ยวนี้ใครจะถ่ายรูปก็สามารถทำได้ง่ายมากขึ้น ฉะนั้นมันมีความต่างนะ มันมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน


แล้วเราก็ยังหลงใหลใน Analog คนอื่นจะใช้คำว่า Retro, Vintage, Oldschool แต่เราเลือกใช้คำนี้เพราะว่ามันเป็นแกนมากกว่า แล้ว Meaning ของคำว่า Analog มันกว้างมาก มันเป็นอะไรได้หลายอย่าง มันก็เหมือนเราพยายามจะจับว่า เราไม่ได้จะหยุดอยู่ที่เดิมอย่างเดียว เราจะโตขึ้น เราจะขยายความเป็นพวกเรา ให้มันกว้างมากขึ้น เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ซึ่งมันก็จะ Based on Passion ของพวกเรา และมันสามารถทำได้จริง และเราก็เชื่อว่าคนยุคเราเข้าใจในเรื่องราวเกี่ยวกับ Analog พอถึงจุดจุดนึงคนจะเริ่มย้อนกลับมาเริ่มสนใจ Analog กันมากขึ้น สังเกตง่ายๆ คืองานดีไซน์บางอันเนี่ย เค้ายังดีไซน์เป็นแบบเดิมอยู่ เพียงแต่ว่า Mechanic ของมันออกมาเป็น Modern มากขึ้น






