แนวคิดคอลเลคชั่น
  คอลเลคชั่นนี้ต้องการบอกถึงเรื่องที่เกิดจากผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมของโลกที่กำลังถูกทำลายที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง ผลกระทบต่างๆ เช่น การทำลายป่า ปล่อยน้ำเสีย น้ำมันลงทะเล ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ สัตว์ทะเล สัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ไป เมื่อเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจได้หยุดการผลิตลงและได้หยุดทำลายธรรมชาติไปชั่วขณะ เราจะเห็นข่าวดีหลายๆอย่างเมื่อธรรมชาติเริ่มคืนสภาพดีขึ้น เช่น เต่ามาวางไข่และรอดชีวิตมากขึ้น ปลาวาฬและปลาหลากหลายพันธุ์มาใกล้ฝั่งและมาให้เราได้เห็นบ่อยขึ้น

  แบรนด์แฟชั่นที่ยั่งยืนอย่าง RENIM PROJECT จะบอกเล่าประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคมไทย เพื่อให้คนตระหนักถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นและจะช่วยกันป้องกันได้อย่างไร ผ่านเสื้อผ้ามาทุกคอลเลคชั่น ตั้งแต่ สายไฟในกรุงเทพฯ SS19 คนเก็บขยะรีไซเคิล FW 19 จนถึงคนงานก่อสร้าง SS20 ดังนั้น คอลเลคชั่น Fall/Winter2020 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง “คนเลี้ยงช้าง” โดยม.ล.ชาตรีเฉลิม ยุคล ปี 2533 นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี เป็นคนเลี้ยงช้างชื่อนายบุญส่ง และขี่ช้างป่าชื่อ แตงอ่อน ที่คอยลากไม้จากคนลักลอบตัดไม้ เรื่องราวในหนังเป็นการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับคนที่ลักลอบตัดไม้ โดยมีนายทุนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ท้ายที่สุดแล้ว แตงอ่อนคอยขับไล่พวกลักลอบตัดไม้ เพื่อปกป้องผืนป่าไว้ โดยเรื่องราวในหนังได้อุทิศให้แก่ สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติไทย

  ด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับช้าง และป่าไม้ จึงเป็นที่มาของชื่อคอลเลคชั่นว่า “Dark Forest” เพื่อให้คนได้ตระหนักถึงช้างป่าไทย ที่ลดลงเป็นจำนวนมาก จากการย้ายแหล่งหาอาหาร เพราะป่าไม้ไทยถูกทำลายเป็นจำนวนมาก การเผาไร่อ้อยที่เป็นต้นเหตุของ PM2.5 จะไม่หมดไปถ้ายังมีการไถป่าทำเกษตรกรรมที่มากเกินพอดี แหล่งอาหารธรรมชาติของช้างและสัตว์ต่างๆก็น้อยลง ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าบางชนิด และการไถหน้าดินในพื้นที่ป่าเขาอันกว้างใหญ่ จากการปลูกอ้อยเพื่อส่งเข้าโรงงานทำน้ำตาล หรือการปลูกข้าวโพด เพื่อส่งเข้าโรงงานทำอาหารสัตว์ ทำให้ป่าไม้ถูกทำลายไปอากาศก็ร้อนขึ้นเพราะไม่มีต้นไม้ไว้ดึงคาร์บอนไดอ๊อกไซด์จากอากาศ ผืนป่าในต่างจังหวัด บนเขา หรือพื้นที่ห่างไกลถูกไถหน้าดินหลายร้อยไล่เพื่ออุตสาหกรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้น สิ่งแวดล้อมไทยจะดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าหากยังมีอำนาจมืดที่ทำลายป่ายังคงอยู่

คอลเลคชั่นนี้รักษ์โลกอย่างไร
  กว่า 80% ของวัสดุที่ใช้ในทุกคอลเลคชั่นของแบรนด์ RENIM PROJECT เน้นไปที่การ Upcycle จากยีนส์และเสื้อผ้ามือสอง รวมถึงการทดลองใช้ Waste จากวัสดุอื่นๆของอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่สามารถมาแปลงเป็นสินค้าแฟชั่นได้ เช่น ถุงปูน ผ้าคลุมบลูชีทที่ใช้ในงานก่อสร้าง ส่วนอีก 20% จะใช้เศษผ้าที่เหลือจากการผลิต หรือเศษผ้าที่เหลือใช้ต่างๆจากโรงงานทั้งในและต่างประเทศ
  คอลเลคชั่น FW20 นี้ รีนิมโปรเจคได้ทดลองวัสดุใหม่ เพื่อพัฒนาสินค้า โดยการนำกระเป๋าหนังแท้มือสองมาทำ เพื่อต้องการให้คนลดการฆ่าสัตว์ และลดการทำลายป่า เพื่อให้มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์เพิ่ม โดยการลดการเลี้ยงสัตว์ก็เป็นการลดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ด้วยเช่นกัน เหมือนหนังเรื่อง conspiracy (Netflix)ที่เกิดเป็นวงจร Circular Economy เพื่อนำวัสดุมาใช้ให้หมดคุณค่าไป (Zero Waste)
  แบรนด์รีนิมโปรเจคต้องการพัฒนาเรื่องวัสดุต่างๆ เพื่อลดการผลิตใหม่ให้มากที่สุด แล้วจึงนำมาดีไซน์สินค้าใหม่ให้ออกมาเป็นสไตล์ Business Utility Tailoring เพื่อกลุ่มลูกค้าวัยทำงานในวงการสร้างสรรค์และวงการออกแบบแขนงต่างๆ ที่ชื่นชอบการใส่สูท เสื้อเชิ้ต และกางเกงยีนส์ในโทนสีดำ ที่มีฟังก์ชั่นพิเศษเหมือนเสื้อผ้าoutdoor แต่สามารถใส่ในวันทำงานได้ โดยกิจกรรมในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ชอบใช้ชีวิตแบบ outdoor สไตล์แบบต่างๆเพื่อจะรีเซตหัวสมองเข้าหาธรรมชาติ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ เดินป่า กางเต็นท์

ที่มาและเนื้อผ้าที่ใช้
  เสื้อเชิ้ตยีนส์มือสองจากอังกฤษ กางเกงยีนส์มือสองจากฝั่งอเมริกา แคนาดา เสื้อยืดจากฝั่งอเมริกา ส่วนกระเป๋าหนังจากญี่ปุ่นและเกาหลี ส่วนผ้าสต๊อกจากโรงงานในญี่ปุ่นและไทย

เทคนิคที่ใช้ในคอลเลคชั่น
   เทคนิคที่แบรนด์ใช้เป็นวิธีการทำงานประจำ คือ การเลาะเสื้อผ้าเก่า ยีนส์เก่า แล้วนำมา patchwork ใหม่เป็นผืนผ้า วางตัดแพทเทริน์เสื้อตัวใหม่ ส่วนเศษผ้าที่เหลือจากการตัดแพทเทิรน์ ก็จะนำมาทำ patchwork อีกรอบ เพื่อให้เกิดเป็นการลายสานเหมือนเสื้อแจ๊กเก๊ตยีนส์สานแขนหรือกางเกงยีนส์จาก SS20 ที่ผ่านมา

  ส่วนเทคนิคใหม่ในคอลเลคชั่น FW20 นี้ นอกจากการเอากระเป๋าหนังมือสองมาเลาะ แล้วนำมาทำเป็นเสื้อโค๊ท หมวก และรองเท้าแล้วนั้น ยังมีเทคนิคการสาน เป็นดีเทลบนกางเกงยีนส์ สูท เสื้อกั๊กและหมวก ที่ได้แรงบันดาลใจจากการสานพัดไม้ไผ่ของคนไทยอีกด้วย อีกทั้งเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ และการใช้กราฟฟิคลายช้าง และวงปีไม้ ทีสะท้อนให้เห็นถึงภาวะโลกร้อน อันเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า การไถหน้าดินเพื่อการเกษตรที่มากเกินความจำเป็น เช่น การปลูกอ้อยเพื่อส่งผลผลิตเข้าโรงงานทำน้ำตาล หรือการปลูกข้าวโพดเพื่อทำอาหารสัตว์ ที่ล้วนเป็นอีกสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน เป็นต้น

โดยคอลเลคชั่น Fall/Winter 2020 : “Dark Forest” ได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ที่เวียนนาแฟชั่นวีค ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา และจะเริ่มวางจำหน่ายบน RENIMPROJECT.COM กลางเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป