ธนชาติ สุขสวาสดิ์ และ กานต์ คำแหง (Pommballstudio)
ผู้อยู่เบื้องหลังงานดีไซน์คาเฟ่สุดฮอตในเชียงใหม่


   เมื่อบรรยากาศแห่งความเป็น Coffee Scene ในจังหวัดเชียงใหม่ยิ่งเข้มข้นขึ้นทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ตั้งแต่ต้นทางผู้ปลูกกาแฟ ผู้คั่วกาแฟ บาริสต้า ผู้บริโภค จนถึงร้านกาแฟที่เติบโตขึ้นเรื่ยยๆ มากกว่าพันแห่ง ความเฟื่องฟูนี้ยังเตะตาไปถึงภาครัฐที่เล็งแผนปั้นเชียงใหม่ให้เป็น Coffee Hub หรือศูนย์กลางเมืองกาแฟของโลก การผสานวิถีกาแฟกับการธุรกิจท่องเที่ยวในเชียงใหม่ที่กำลังบูมนี้ นอกจากจุดขายเรื่องกาแฟแล้ว ไม่อาจปฏิเสธว่าดีไซน์ร้านที่มีเอกลักษณ์จะช่วยเสริมแรงดึงดูดให้ร้านไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นี่จึงทำให้ pommballstudio บริษัทสถาปนิกของสองผู้ก่อตั้งคุณธนชาติ สุขสวาสดิ์ และคุณกานต์ คำแหง ได้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบคาเฟ่สุดฮอตหลายแห่งในเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น TRANSIT NUMBER 8 ,ONCE IN A BREW MOON และ MIDDLE 13 เป็นต้น

   “ช่วงปีนี้กระแสร้านกาแฟในเชียงใหม่บูมขึ้นอีกมาก แทบจะพูดได้ว่ามีร้านกาแฟเกิดขึ้นใหม่เกือบจะทุกอาทิตย์ก็ว่าได้ครับ สำหรับ pommballstudio นอกจากจะมีร้านกาแฟที่เราออกแบบหน้าร้านให้และใกล้จะเปิดเร็วๆ นี้อย่างร้าน Grey Coffee แล้ว ก็ยังมีที่กำลังออกแบบอยู่อีก 3-4 ร้านอีกด้วยครับ” ทาง pommballstudio ชี้ให้เห็นถึงกระแสความแรงของคาเฟ่ในเชียงใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้สัดส่วนโปรเจกท์งานออกแบบร้านกาแฟคิดเป็น 50% ของโปรเจกท์งานทั้งหมดที่มีอยู่ของ pommballstudio เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ “ช่วงหลังนี้มีงานออกแบบร้านกาแฟเข้ามาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องเลยครับ โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาก็มาจากการบอกต่อ ไม่ก็เห็นผลงานตามโซเชียลมีเดีย หรือไม่ก็เคยไปร้านกาแฟที่เราออกแบบแล้วชอบ อย่าง TRANSIT NUMBER 8 แล้วถามหาว่าใครออกแบบ”

ความมินิมอลที่ไม่เหมาะสำหรับทุกคน
   TRANSIT NUMBER 8 เป็นหนึ่งในคาเฟ่ชื่อดังของเชียงใหม่ในย่านกองบิน 41 ที่ดีไซน์ดึงดูดให้เหล่า Cafe Hopper หรือคอกาแฟต้องมาแวะพัก เช็คอินถ่ายรูป กับอาคารรูปทรงกล่องสไตล์โมเดิร์นเรียบๆ มินิมอลที่โดดเด่นแตกต่างจากอาคารบ้านพักอาศัยในย่านนั้น พร้อมองค์ประกอบเส้นสายดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของสนามบินและเครื่องบิน “หลายครั้งที่ลูกค้ามาหาเราพร้อม Reference ว่าชอบคาเฟ่สไตล์นี้ อารมณ์แบบนี้ บางทีก็ยกตัวอย่างงานที่เราเคยออกแบบมาเลย แต่เราก็จะถามกลับไปยังลูกค้าทุกคนว่า สิ่งที่เขาต้องการจะขายคืออะไร วิถีชีวิตหรือตัวตนเขาเป็นอย่างไร มันสอดคล้องกับงานดีไซน์ที่วาดภาพไว้หรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วเราอยากให้มันผสานกลมกลืนไปด้วยกันมากกว่า ยกตัวอย่างลูกค้าชอบสไตล์มินิมอล อยากอยู่ในสเปซที่มินิมอล แต่วิถีชีวิตของเขาไม่มินิมอล มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ และก็จะไม่ใช่ตัวตนของเขา ดังนั้นเราก็จะรู้สึกได้ว่าร้านมันดูไม่จริง เหมือนกับเจ้าของร้านแสร้งอยู่พื้นที่ที่ไม่ใช่ตัวตนของเขา

   กระบวนการสำคัญจึงเป็นการพูดคุยให้ทางสถาปนิกได้เข้าใจถึงตัวตนของลูกค้า และสิ่งที่ลูกค้าต้องการ จุดร่วมตัวตนระหว่างนักออกแบบและเจ้าของร้านนั้น อาจจะมีหรือไม่มีเลยก็ได้ “เราไม่สามารถนำตัวตนของเราไปใส่ให้กับงานของลูกค้าได้ทุกโปรเจกต์เพราะสิ่งสำคัญของการออกแบบ คือตัวตนของลูกค้า ที่เขาจะต้องอยู่กับร้านไปตลอด ดังนั้นเขาต้องอินกับดีไซน์และสิ่งที่จะทำ และไม่ใช่แค่ว่ามีดีไซน์โดดเด่นอย่างเดียวแล้วจะทำให้ร้านขายดี จุดแข็งของร้านที่ต้องการนำเสนอต้องสอดคล้องไปด้วยกันกับองค์ประกอบทั้งหมดด้วย ถ้าไม่ไปด้วยกัน ผมว่าลูกค้าที่มาก็อาจจะมองเห็นได้เหมือนกันว่ามันขัดแย้งกันครับ”

เรียบ ดิบ คลาสสิค และอีกมากมาย
   จริงอยู่ว่าเราอาจได้เห็นความโมเดิร์น ความมินิมอลอยู่ในบางผลงานที่พวกเขาออกแบบ แต่นี่ไม่สามารถใช้เป็นนิยามจำกัดความตัวตนทั้งหมดของ pommballstudio ได้ “ในแต่ละงานที่เราออกแบบ มันอาจจะมีเซนส์บางอย่างที่คนคิดว่าเป็นคาแรคเตอร์ของเรา อย่างช่วงหนึ่งเราอาจจะทำงานที่มินิมอลมากๆ หรือความเป็น Geometry แต่รูปทรงเรขาคณิตนั้น ก็สามารถเห็นได้ในงานออกแบบสถาปัตยกรรมของทุกนักออกแบบอยู่แล้ว ดังนั้นในอนาคตเราสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด โดยไม่ยึดติดและไม่จำกัดเลยครับ เพราะเราชอบที่จะลองอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น สเปซใหม่ๆ หรือวัสดุใหม่ๆ ดังนั้นประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การแชร์กันระหว่างเจ้าของร้านและนักออกแบบมากกว่าครับ”

   “เราอาจมีความชอบในเรียบ ความสะอาดตา ความเป็นโมเดิร์น และวัสดุที่สวยงาม แต่บางครั้งเราก็มองว่าความเรียบร้อย เส้นสายที่ต่อเนื่อง และความลงตัวพอดีนั้นอาจทำให้งานดูจริงจังเกินไป จึงกลายเป็นความสนุกของเราที่จะออกแบบให้มันมีความไม่พอดีกันบ้าง อย่าง ฟาซาดด้านหน้าของ TRANSIT NUMBER 8 แห่งแรกนั้น ที่เราตั้งใจออกแบบกริดเหลื่อมกันหน่อยครับ แต่ละโปรเจกต์ก็ต่างกัน เพราะบางครั้งเราก็สนุกกับการที่ร้านไม่ต้องเน้นมีคอนเซ็ปต์มากเหมือนอย่าง Analog หรือร้านที่ไม่ต้องเน้นให้เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปอย่าง MIDDLE 13 ที่มีความนิ่งสงบไม่วุ่นวายเหมาะสำหรับมานั่งจิบเครื่องดื่มหรือนั่งทำงานเป็น Everyday Coffee ได้เป็นต้น”

ผมชอบที่จะได้เห็นร้านกาแฟแต่ละร้านสามารถดึงคนให้เข้าไปใช้งานในพื้นที่ แล้วทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุข

มากกว่าการถ่ายรูปเช็คอิน คือความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ
   “การมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้ลูกค้าถ่ายรูปได้ เป็นโจทย์ที่เจ้าของร้านกาแฟในยุคนี้ส่วนใหญ่ต้องการทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่จะทำอย่างไรให้ร้านของเขาขายได้เรื่อยๆ แม้หมดช่วงโปรฯ ที่คนเห่อมาถ่ายรูปเช็คอิน หรือเพจไม่มารีวิวแล้ว แต่ร้านยังคงดำเนินกิจการต่ออยู่ได้ เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่สถาปนิกอย่างเราต้องรู้ว่าลูกค้าจะขายอะไร ผู้ใช้ (User) คือใคร เพื่อที่เราจะได้ออกแบบในสิ่งที่เหมาะสม และควรจะเป็น เพราะเราก็ไม่อยากเห็นร้านที่เราออกแบบปิดไปต่อหน้าต่อตาเหมือนกัน นอกจากเรื่องดีไซน์ องค์ประกอบอื่นๆ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน”

   ท่ามกลางยุคเฟื่องฟูของธุรกิจร้านกาแฟทั้งในเชีียงใหม่ และ Coffee Culture ที่เริ่มเติบโตขึ้นในบ้านเรา ที่หากมองในแง่ธุรกิจอาจมองได้ว่าเริ่มเกิดการแข่งขันที่สูงมากขึ้น แต่สำหรับ pommballstudio มองว่าการที่มีคาเฟ่สวยงามหลากสไตล์เกิดขึ้นมากมายในเชียงใหม่นั้น มันคือสีสัน และทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันระหว่างสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเมือง และสถาปัตยกรรมแนวคิดใหม่ที่เกิดขึ้นด้วย “เรารู้สึกชื่นชมกับทุกดีไซน์ไม่ว่าจะสไตล์ไหน เพราะเป็นการสร้างบรรยากาศของเมือง ผมชอบที่จะได้เห็นร้านกาแฟแต่ละร้านสามารถดึงคนให้เข้าไปใช้งานในพื้นที่ แล้วทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุข ในขณะเดียวกันเจ้าของร้านก็สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วย”

สี่ร้านแนะนำโดย Pommballstudio

TRANSIT NUMBER 8 หลังจากออกแบบ Transit No.8 ให้กลายเป็นหนึ่งในคาเฟ่ยอดฮิตของเชียงใหม่ ด้วยดีไซน์ทรงกล่องสไตล์โมเดิร์นเรียบในโทนขาวสะอาดตา กับเส้นสายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสนามบินและเครื่องบิน ครั้งนี้ Pommballstudio ก็ได้รับหน้าที่ออกแบบ Transit No.8 โซนใหม่ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแห่งแรก โดยใช้วิธีการรีโนเวทจากบ้านเก่า (ที่หน้ากว้างใหญ่กว่าร้านเดิมถึง 4 เท่า) และเปิดเปลือยรั้วหลังบ้านให้กลายเป็นหน้าร้าน ที่เชื่อมถึงกับ Transit No.8 โซนแรก ในขณะที่โซนแรกงานดีไซน์เส้นสายจะร้อยเรียงกลมกลืนในคอนเซ็ปต์เดียวกันที่ได้แรงสนามบินและเครื่องบิน แต่โซนสองนี้ถูกออกแบบขึ้นตามรูปแบบการใช้งานที่ต้องการสร้างบรรยากาศให้เป็นชุมชนเมืองที่มีความหลากหลายมากขึ้น กับรูปลักษณ์ดีไซน์ที่แตกต่างกันสามสไตล์ในพื้นที่เดียวกัน ประกอบด้วย ส่วนของคาเฟ่แนว Slow Bar สไตล์ดิบๆ จากงานหล่อผนังคอนกรีต ที่ตัดส่วนของบูทเสิร์ฟ Soft Serve เป็น Kiosk เล็กๆ น่ารักๆ กับดีไซน์ผนังขาวที่ตกแต่งด้วยเสาไม้จริงเพิ่มอารมณ์อบอุ่น และยังมีส่วนของอาคารดีไซน์เรียบที่ในอนาคตวางแผนให้เป็นที่พักด้วย

   “ไอเดียของโซนใหม่คืออยากให้เหมือนเวลาเราไปเดินเที่ยวต่างประเทศ ที่เราสามารถถ่ายรูปกับบ้านเมืองในชุมชน กับทางม้าลาย กับหน้าร้านต่างๆ ได้ มีความเป็นสตรีทคัลเจอร์ จากเรื่องฟังก์ชั่นจึงต่อยอดสู่การดีไซน์รูปลักษณ์ที่ดึงความเป็น Cityscape และความเป็นสตรีทคัลเจอร์มาสร้างบรรยากาศพื้นที่หน้าร้าน ให้มีความเป็นพื้นที่สาธารณะหนึ่งของชุมชน ด้วยดีไซน์ฟุตบาท ป้ายบอกทางบนถนน ม้านั่งสาธารณะ และทางม้าลาย ที่เบลอเขตแดนระหว่างพื้นที่ร้านและพื้นที่สาธารณะ และเชื่อมต่อสองฝากถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของ Transit No.8 ทั้งสองโซนเข้าด้วยกัน ซึ่งในอนาคตก็หวังว่าทำให้ย่านชุมชนเล็กๆ นี้คึกคักขึ้นด้วยครับ”

ONCE IN A BREW MOON งานรีโนเวทอาคารเก่าสู่คาเฟ่และที่พักสไตล์ล็อฟต์ ที่ในความเป็นล็อฟต์ถูกปรับดีไซน์ และการจัดวางองค์ประกอบใหม่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เกิดจากการนำความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้านที่มีสไตล์กับวัสดุในใจที่ต้องการใช้สำหรับงานดีไซน์ มาเรียบเรียงใหม่ให้ลงตัวกับการใช้งานในตัวอาคารได้มากที่สุด โดยเน้นพื้นที่ใช้งานของคาเฟ่ให้อยู่ในส่วนหน้ามากที่สุด เพื่อสอดรับกับเรื่องของแสงที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากด้านหน้าอาคารได้เท่านั้น พร้อมกับเปิดโถงให้โปร่งโลงขึ้น

   “เราไม่อยากทำล็อฟต์แบบแข็งๆ ที่ให้ความรู้สึกเกร็งๆ จึงไม่ได้ดึงองค์ประกอบทุกอย่างของความเป็นล็อฟต์มาใช้ และให้มีอิสระในการตกแต่ง มีอิสระในการเลือกใช้พื้นที่ให้ได้มากที่สุด และสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสบายที่สุดในความเป็นล็อฟต์” ทำให้ร้านเกิดการผสานระหว่างงานเหล็ก งานปูน และงานไม้ ร่วมกับการออกแบบจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการไม่กำหนดมุมโต๊ะหรือที่นั่งตายตัว เพื่อให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ อย่างสเต็ปแท่นคอนกรีตนั้นก็สามารถประยุกต์ฟังก์ชั่นเป็นที่นั่ง หรือที่วางของได้ แต่ที่ขาดไม่ได้คือมุมเอกสำหรับถ่ายรูปอย่างส่วนผนังคอนกรีตแบบ Faux Concrete Wall Panels ที่เจ้าของร้านนำม้านั่งไม้จัดวางไว้ให้นั่งถ่ายรูปได้เหมาะเจาะสวยงามพอดี

MIDDLE 13 คาเฟ่ใจกลางย่านนิมมานเหมินท์ ที่ทาง Pommballstudio ออกแบบร่วมกับเจ้าของร้านที่เป็นบาริสต้า ที่เคยเปิดคาเฟ่แนว Specialty Blend มาก่อน แต่สำหรับ Middle 13 ตั้งใจนำเสนอความเป็นร้านกาแฟที่เรียบง่ายขึ้น ไม่หวือหวา และมีเมนูไม่มาก แต่เน้นไปที่คุณภาพของกาแฟเป็นสำคัญ พร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเดิมที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ใหม่ ทำให้ทาง Pommballstusio นึกถึงคาเฟ่ในยุโรปที่มีความเรียบง่ายและคลาสสิค จึงนำมาสู่งานตกแต่งผนังด้านหน้าอาคารใหม่ให้ดูแปลกตาออกมาจากบริบทโดยรอบ แต่ยังต้องคงความเรียบง่ายและไม่โดดเด่นออกมาจากรอบข้างมากนัก การออกแบบเน้นใช้สีเทาเข้มล้วนร่วมกับองค์ประกอบของอาคารที่สะท้อนความเป็นคาเฟ่ริมถนนสไตล์ยุโรป โดยออกแบบช่องเปิดด้านหน้าให้เป็นกระจกบานใหญ่บานเดียวที่มองเห็นภายใน และสร้างกรอบรอบด้วยผนังสีเทาที่ใช้เทคนิคการเข้ามุมและลบมุมแบบตะวันตก โดยองค์ประกอบดีไซน์ยังนำไปใช้ตกแต่งในส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น ประตู เสาด้านหน้า จนถึงบอร์ดเมนู เป็นต้น โปรเจกท์นี้นอกจากงานรีโนเวทอาคารแล้ว ทาง Pommballstudio ยังรับหน้าที่ออกแบบโลโก้และงานกราฟิกต่างๆ ที่ดูย้อนยุคแบบคลาสสิค และสอดประสานกับงานออกแบบหน้าร้านได้ดี

Analog เปลี่ยนสเปซส่วนหนึ่งภายในร้านล้างฟิล์มเก่าแก่ที่สืบทอดกิจการจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ให้กลายเป็นคาเฟ่และแกเลอรี่ ที่มีกลิ่นอายของการเดินทาง ภาพถ่าย และบรรยากาศวินเทจ กับเครื่องดื่มแบบ Slow Bar ให้ลูกค้านั่งจิบกาแฟ ลิ้มรสเบเกอรี่โฮมเมดอย่างใจเย็นระหว่างรอล้างฟิล์ม หรือชิลกับบรรยากาศสบายๆ แบบ Slow Life เหมือนย้อนสู่ยุคอนาล็อกอีกครั้ง โดยร้าน Analog นี้ ทาง pommballstudio รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเรียบเรียงความต้องการของเจ้าของร้านให้ลงตัวขึ้น โดยเจ้าของร้านเป็นช่างภาพผู้รักการเดินทาง จึงทำให้เราได้เห็นงานอินทีเรียร้านร้อยเรียงด้วยภาพถ่าย เครื่องมืออุปกรณ์เกี่ยวกับฟิล์ม การเดินทาง งานศิลปะ และสามารถมองเห็นห้องมืดผ่านช่องเจาะกระจกใสได้ด้วย