
ทำความรู้จักตัวตนและแวดล้อมอยู่ใน Space ดีๆ กับ co-incidence
“เรามีทีมดีไซเนอร์หลายคนที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่นเป็นตัวเอง เรามีทั้ง Fashion designers มี Product designers มี Interior designers เรามีหลากหลายสายที่มารวมกันเพื่อ Design space เราเน้นทำพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้มัน Complete แล้วเราก็ร่วมกันทำเรื่อง Branding ของ co-incidence ซึ่งการนำเสนอความเป็นไทยผ่านตัวโพรดักท์ในแบบของพวกเขา ก็จะเป็นมุมมองใหม่ๆ ไม่เป็น Thai culture เกินไป มันเป็นไทยในแง่ของการใช้ชีวิตกับสิ่งของต่างๆ ซึ่งเราได้เรียนรู้ที่จะใช้มันในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ จึงเป็นที่มาของคำว่า co-incidence ที่มันคงเป็นความบังเอิญที่เราเกิดมาในประเทศหรือพื้นที่ที่มีเรื่องราวแห่งนี้”

EVERYTHING ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ co-incidence ที่หลายคนอาจจะรู้จักว่า co-incidence เป็นร้านกาแฟฟีลดี บรรยากาศสุดชิลล์ในซอยสุขุมวิท 49 ซึ่ง “คุณเปิ้ล-ถนอมขวัญ ชุติธนวงศ์” ได้มาเล่าที่มาที่ไปของพื้นที่แห่งนี้ให้เราฟังอย่างเป็นกันเอง ทั้งเรื่องของการทำแบรนด์และเรื่องของอาหารการกิน ที่ทำให้เราได้แง่คิดว่า การเป็นเรื่องดีๆ ของสังคมนั้นไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ และถ้าคุณกำลังสนใจเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบหรืออาร์ตที่ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ คุณคงจะรู้สึกอินกับ co-incidence เหมือนๆ กับเรา

THE THAI BRAND DESTINATION
“จริงๆ เราทำแบรนด์ co-incidence ก่อนจะทำร้านกาแฟค่ะ เราเป็นทีมดีไซเนอร์ทีมหนึ่งที่พัฒนาแบรนด์โดยตั้งใจให้มันเป็นไทยแบรนด์ที่เน้นผลิต Lifestyle products แต่จุดประสงค์หลักของเราก็คือ การทำให้เมืองไทยมี Brand destination เหมือนเวลาเราไปเกาหลีเราก็ต้องไปหาซื้อสินค้าจากแบรนด์นี้ ไปสแกนฯ ต้องไปซื้อที่แบรนด์นี้ เช่นเดียวกันกับเวลาที่ต่างชาติมาที่ไทย เราก็อยากให้เขาได้แวะมาที่แบรนด์เราซื้อกลับไปเหมือนของฝาก นั่นคือภาพใหญ่ของเรา”
Target ของ co-incidence ก็คือ ชาวต่างชาติกับเด็ก ราคาที่ตั้งไว้ก็เป็นราคาที่สมเหตุสมผลต่อการซื้อไปใช้ โดยราคาสูงสุดของสินค้าจะอยู่ที่พันกว่าบาทซึ่งจะไม่สูงมาก เพื่อเอื้อต่อกำลังซื้อของเด็ก และเบากระเป๋าสำหรับชาวต่างชาติที่ตั้งใจจะมาซื้อเป็นของฝากกลับบัาน

“ถ้าสังเกตทุกอย่างในร้านแห่งนี้ก็จะเห็นถึงความเป็น OTOP เป็นของดีของแต่ละภูมิภาค อย่างหินอ่อนก็ทำมาจากจังหวัดสระบุรีที่เรามองว่าเป็นแหล่งคุณภาพสำหรับวัตถุดิบนี้ ทางเราออกแบบไปให้คุณลุงผลิตแล้วเขาก็ส่งรถตู้มาให้เรา หลายๆ อย่างเราเอามาพัฒนารูปแบบจากความบังเอิญในการใช้ชีวิตของเรา จริงๆ co-incidence มีอยู่ในห้างด้วย SIAM Center, ICON SIAM มีใน Another story แต่ในทุกๆ ครั้งที่เราจะไปอยู่ตรงไหน เราจะขอห้างว่า เราขออยู่ในมุมของเรา เราขอที่จะไม่ Blend in ขนาดนั้น เพราะจริงๆ เราไม่ได้จะขายของจริงจัง แต่เราต้องการจะทำแบรนด์ให้แข็งแรง”
ดังนั้น Space หรือสิ่งที่เราทำมันก็จะออกมาดีเอง”

“สุขุมวิท 49 ก่อนหน้านี้มันเป็นออฟฟิศเก่าๆ ร้างๆ เรามองว่ามันตอบอะไรบางอย่างที่ตรงกับสิ่งที่เราอยากได้ ทั้ง Space ขนาด หรือแม้กระทั่งความลึกลับความเป็น Hidden place ต้องค้นหา ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งมันกลายเป็นเสน่ห์ของแบรนด์เรานะคือ มันมีความ ‘ต้องเข้าใจ’ เพราะทีมดีไซเนอร์เราเป็นทีมที่เงียบมาก(ฮา) ดังนั้นคนที่เข้าใจเรา คือคนที่กล้าเข้ามาทำความรู้จักกับเรา ประมาณนั้น ถ้ามาสังเกต เราคัดสรรแต่ของดีๆ สินค้าบางประเภทก็ออร์แกนิค บางประเภทก็ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่เราไม่ได้โฆษณาหรือระบุเจาะจงเท่าไหร่ คือเราไม่ได้อยากบอกว่าเราเป็นคนรักษ์โลกอะไรขนาดนั้นนะ แต่เราเป็นคนที่เริ่มจากการรักตัวเองก่อน และตั้งใจที่จะเป็นคนที่คิดดีและทำดีต่อคนอื่น ดังนั้น Space หรือสิ่งที่เราทำมันก็จะออกมาดีเอง”

ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่คอนเซ็ปต์ดี แต่กลิ่นกาแฟและรสชาติที่หอมกรุ่นด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาแล้วก็ทำให้เราต้องถามถึงการพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มภายในสเปซแห่งนี้
“ในส่วนของกาแฟ เราก็ใช้เมล็ดกาแฟจากไทย ราคาจะไม่ได้แพงมาก แต่ยังเป็นวัตถุดิบดีๆ ให้ได้ลองเทสกันได้อยู่ ก็เป็นฟีลเดียวกันกับหัวใจของแบรนด์ co-incidence แหละ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมนูของเรา เราคุยกับหลายๆ คนแล้วมันก็สรุปเป็นไอเดียได้ว่า ‘เข้าใจง่ายแต่สเปเชียล’ เมล็ดที่เราใช้จะมีรสชาติค่อนข้างเปรี้ยว แต่ยังเป็นรสชาติที่ให้คนที่ไม่เคยจิบกาแฟสายนี้ได้เข้าใจมัน และรับได้ในรสชาติแบบนี้ อย่างลาเต้ก็จะเปรี้ยวนิดๆ แต่ถ้าเพียวแบบอเมริกาโน่ก็จะมีระดับความเปรี้ยวที่มากหน่อย แล้วเราก็เล็งเห็นความเป็นฟรุตตี้ของกาแฟ เราก็เริ่มพัฒนาจากรสชาตินี้ไปสู่วัตถุดิบอื่นด้วยเช่น ลองเอามะพร้าวมาผสมบ้าง มีตัวใหม่ๆ ให้ลองบ้าง แต่ก็จะมีเมนูที่เป็นเมนูสแตนดาร์ด และเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์เฉพาะของร้านเรา”


เมนูยอดนิยมและเมนูแนะนำ มีดังนี้

Hot Dog with Chips

Warm Rum Chocolate Brownie with Cream Shot

Curry Rice

Homemade Rare Cheesecake

“ด้วยตัวตนของเรา ตัวตนของแบรนด์ ตัวตนของบริษัท มันวนเวียนอยู่บนพื้นฐานความเรียบง่าย เราเรียบง่ายมาก แต่เราก็เน้นคุณภาพด้วย จะเห็นว่ามันจะมีความเป็น Design Graphic, Illustrate, Typography หรือแม้กระทั่งสีภายในร้าน ก็เป็นบริบทในแบบที่เป็นเราจริงๆ ลองสังเกตฟอร์มต่างๆ ในที่แห่งนี้ดูสิ จะเห็นความเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ดูไปดูมาก็โคตรมินิมอลเลย เพราะเราชอบแบบนั้น แต่เราก็ไม่ได้ขาวจัดหรือดำจัดนะ เราก็เทาๆ นั่นแหละ เราเอาตัวตนของทีมดีไซเนอร์ใส่เข้าไปรวมกันเป็นแบรนด์ มันเป็นความตั้งใจของเราที่บางคนที่ชื่นชอบรสชาติกาแฟของเราพอเข้ามาที่นี่ก็จะเจอโพรดักท์เหล่านี้ ส่วนบางคนที่ชอบโพรดักท์เราอยู่แล้วพอมาที่นี่ก็จะได้มาทำความรู้จักกาแฟในรสชาติที่เราดีไซน์ไว้ ทำ Space แห่งนี้ให้มันเป็น Cycle ในแบบของเรา”
ติดตามไปทำความรู้จักพวกเขาได้ที่
#coincidencehouse
#coincidencebangkok
#coincidenceprocesscoffee









