
เย็นวันจันทร์ที่ผมวิ่งฝ่าฝนมาหยุดอยู่หน้าป้ายรูปดวงจันทร์ที่ยังไม่มีชื่อ กับประตูสีเขียวด้านหน้าที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ก็พอจะเดาได้ว่ารสนิยมและความชอบของเจ้าของร้านเป็นแบบไหน ผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับเสียงทักทายกลับมาอย่างเป็นกันเองจาก ตุ้ม อรรณพ จันทร์นวล กับเจน คุณประภากร สองเพื่อนสนิทของผมที่เป็นทั้งคู่รัก คู่คิด และ Founder ของร้าน รวมถึงพี่เป้ สุรสิทธิ์ บุญเหลือ บาร์เทนเดอร์ที่รู้มือรู้ปากกันมานานตั้งแต่ร้านย่านทองหล่อ ย้ายมาเอกมัย จนมาถึงวันนี้ที่ร้าน Clouds Across the Moon


จากความฝันที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลงมือทำซักที ความอิ่มตัวในออฟฟิศออกแบบอีเว้นท์ ประกอบกับการเจอโลเคชั่นที่ถูกใจ ทำให้ทั้งคู่ตกลงปลงใจในทันทีว่าจะเริ่มทำร้านกันที่นี่ "ผมชอบย่านปรีดีย์ จริงๆ อยู่มานานแล้วใกล้กับบ้านเจนด้วย มันเหมือนเราได้ขยับออกจากทองหล่อเอกมัยออกมาดูเป็นบ้านนอกเลย คือข้างๆ มีร้านขายแบตเตอรี่อยู่กับโฮสเทลชิคๆ ถัดออกไปเป็นร้านท่อประปาซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ Max Value และ Makro ที่เพิ่งเปิดใหม่ แล้วที่ชอบอีกอย่างคือฟังก์ชั่นของตึกที่มีหลายชั้น สามารถทำอะไรได้หลากหลาย มีโครงสร้างกระจกสวยๆ พอเจอที่นี่ก็ตัดสินใจทำร้านทันทีเพราะถูกใจมาก"
โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของ Clouds Across the Moon ร้านที่มีชื่อมาจากเพลงของวง Rah Band ในปี 1985 จะเน้นไปที่คนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการตกแต่งร้านที่มีดีไซน์จัดจ้าน บรรยากาศความเป็นกันเอง ไปจนถึงเพลงที่พวกเค้าชอบฟัง "ของตกแต่งส่วนใหญ่มาจากของสะสม ของที่เราใช้กับลูกค้าแล้วเหลือ หรือซื้อมาแต่งบ้านแล้วมันวางที่บ้านไม่ได้ เพราะบ้านแคบ (หัวเราะ...) อย่างโต๊ะจาก Hey เก้าอี้ที่เพื่อนๆ ให้มาวันเกิด ส่วนบรรยากาศในร้านจะค่อนข้างเป็นกันเองมากๆ สามารถมานั่งคุยมานั่งปรึกษาหารือกัน หรือจะลุกไปเปิดเพลงก็ได้ ซึ่งช่วงคืนวันศุกร์กับวันเสาร์ เราจะมีดีเจมาเปิดเพลงหลากหลายแนวในยุค 80-90's และบางช่วงก็จะมีอีเว้นท์ที่เป็นงานศิลปะของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของเรามาโชว์ในร้านด้วย"





และในขณะที่ผมนั่งคุยอยู่กับตุ้ม เจน อย่างออกรส ระหว่างนั้นก็มีหญิงสาวร่างโปร่งสวมเสื้อสีดำแขนยาวคู่กับกระโปรงสั้นสีอ่อนเดินเข้ามา ซึ่งถ้าให้เดาจากชุดผมว่าเธอต้องเป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไปแน่ๆ แต่…เดี๋ยวนะกระเป๋า Freitag ใบนั้นที่เธอหิ้วมาด้วย ชวนให้คิดถึงการทำงานในสายครีเอทีฟอยู่เหมือนกัน เธอเข้ามาซักพักแล้วและยังคงนั่งดื่มอยู่คนเดียวจนกระทั่งกลับไป ก่อนกลับเธอได้ไหว้วานให้ช่างภาพของผมช่วยถ่ายรูปให้เธอ แน่นอนว่าต้องเป็นมุมประจำของร้านที่เบื้องหน้าเป็นป้ายไฟรูปดวงจันทร์ขนาดใหญ่ ซึ่งคนที่มาจะต้องถ่ายรูปเอาไว้เพื่ออัพโหลดในโซเชี่ยลกันทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผม

นอกจากเพลง บรรยากาศ กับของตกแต่งร้านที่ทำให้ผมเพลิดเพลินอยู่ใน Clouds Across the Moon จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว เครื่องดื่มที่มีครบรสของที่นี่ก็ยังทำให้การพูดคุยกันเป็นไปอย่างลื่นไหลและสนุกยิ่งขึ้นไปอีก "เรามีเหล้าหลายอย่างเพราะอยากให้คนมากินอะไรก็ได้ อยากกินเบียร์ก็มีเบียร์สดพร้อมแก้วแช่ อยากเปิดเหล้าก็มี ค็อกเทลก็มี ซิกเนเจอร์ดริ้งตอนนี้มี 2-3 อย่าง มี Half Moon เป็นสาเกช็อตที่มีเลมอนกับบ๊วย อีกอย่างคือ Honeymoon เบสเป็น Tegilla น้ำผึ้งกับโหระพา ซึ่งเราเทสกันเองกับบาร์เทนเดอร์ ที่นี่เป็นโรแมนติกบาร์คอนเซ็ปท์เพราะเราวนเวียนอยู่กับเรื่องของพระจันทร์ " ตุ้มกับเจนบอกผมไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขและความสนุกที่เขาได้ใช้เวลาทำงานที่สามารถเยียวยาจิตใจได้แบบอัตโนมัติ และสำหรับอาหารจะเป็นเมนูทานง่าย แต่ไม่สามารถหาทานได้จากที่อื่น อย่างเช่นยำแมงกระพรุน ที่ผมว่ามันเด็ดจัดเลยทีเดียว ก่อนที่จะลากลับบ้านเราหยิบเค้กออกมาและมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้พี่เป้ เพราะเผอิญเป็นวันเกิดของแกพอดี แล้วอยู่ๆ ก็มีกลุ่มคนที่ผมคุ้นหน้าจากทางฝั่งลาดพร้าวเข้ามาที่ร้าน จากนั้นทุกอย่างที่ผมเล่ามาก็เริ่มต้นขึ้นใหม่ภายใน Clouds Across the Moon อีกครั้ง





ต้นซอยปรีดีย์พนมยงค์ 14
เปิดจันทร์ถึงเสาร์ 17.00 น. - 24.00 น.