DESIGN:----
ARCHITECTURE

Concrete Canvas: a House

บ้านที่ทุกมุมมองได้รับการคัดสรร จัดวางองค์ประกอบ และใส่กรอบรวมกันไว้อย่างสวยงามภายใต้ระนาบของผนังคอนกรีตเปลือยลายไม้สน

Casa de Alisa คือบ้านสองชั้นที่มีรูปทรงเรียบง่ายตรงไปตรงมา สำนักงานสถาปนิก Stu/D/O ออกแบบบ้านหลังนี้โดยใช้คอนกรีตเปลือยหล่อกับที่เป็นโครงสร้างหลักทำให้ ทั้งบ้านไม่จำเป็นต้องมีเสา พื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในบ้านถูกห้อมล้อมและสร้างสรรค์ขึ้นจากกรอบของกำแพงคอนกรีตที่ไม่เพียงทำหน้าที่รับน้ำหนักของอาคาร หากยังอวดลายไม้สนบนผิวคอนกรีตเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่งอาคารไปด้วย บ้านหลังนี้มีผนังและกำแพงคอนกรีตเป็นตัวกำหนดรูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่พำนักพักอาศัย โดยเลือกที่จะเว้นช่องว่างไว้สำหรับการเชื่อมความสัมพันธ์กับบริบทภายนอกเช่น ท้องฟ้า แสงสว่าง และสายลม ในขณะที่แยกตัวออกจากสิ่งแวดล้อมอันไม่พึงประสงค์บาง ประการ ทั้งเสียงจากท้องถนน และมุมมองของบ้านข้างเคียง

จากโจทย์ที่เจ้าของบ้านผู้เป็นชาวนอร์เวย์ต้องการสร้างบ้านโดยใช้วัสดุหลักเป็นคอนกรีตเปลือยที่จะสะท้อนและทำให้ระลึกถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมในประเทศบ้านเกิดของเขา ทีมสถาปนิกจึงเลือกใช้ไม้สนมาเป็นวัสดุในการทำไม้แบบสำหรับหล่อคอนกรีต (Formwork) สำหรับบ้านหลังนี้ เนื่องจากเอกลักษณ์ของโครงสร้างคอนกรีตเปลือยคือลวดลายวัสดุที่ใช้ในการทำแบบหล่อคอนกรีต ทำให้โครงสร้างคอนกรีตเปลือยมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ “เจ้าของบ้านมีโจทย์ว่าอยากได้บ้านที่เรียบและก่อสร้างด้วยคอนกรีตเปลือยลายไม้เป็นหลัก เนื่องจากมันเป็นสถาปัตยกรรมที่เห็นได้เยอะในประเทศเขา แต่ไม่ค่อยเห็นมากนักที่ประเทศไทย” อภิชาติ ศรีโรจนภิญโญ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานสถาปนิก Stu/D/O อธิบาย “เราใช้ไม้สนมาทำเป็นไม้แบบคอนกรีตเปลือยผิวซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของบ้านหลังนี้ เป็นการเปิดเผยสัจจะโครงสร้างโดยใช้ผนังคอนกรีตเปลือยเหล่านี้เป็น Element หลักของบ้านเลย และเปลือยผิวให้เห็นเนื้อของวัสดุที่เป็นตัวหล่อแบบขึ้นมา ก็คือ Texture (พื้นผิว) ของลายไม้ เป็นการทิ้งร่องรอยของวิธีการก่อสร้างเอาไว้อย่างถาวรบนผิวอาคารเลย”

ลวดลายไม้สนบนผิวคอนกรีตได้รับการขับเน้นให้มีมิติน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงธรรมชาติที่ตกมากระทบ ทีมสถาปนิกนำแสงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ด้วยการออกแบบ Court เล็กๆ แทรกไว้ในส่วนต่างๆ ของบ้านเพื่อให้ผนังคอนกรีตเปลือยได้อวดลวดลายอย่างชัดเจนและกลายเป็นองค์ประกอบทางการตกแต่งให้บ้านไปในตัว นอกจากนั้น Court เล็กๆ เหล่านี้ยังทำหน้าที่กระจายแสงธรรมชาติให้กับพื้นที่ภายในบ้านได้อีกด้วย โดยแสงที่เข้ามาในตัวบ้านผ่านช่องเปิดเหล่านี้จะเป็น Indirect Light ทำให้ห้องได้รับความสว่างจากแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง ทั้งในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ห้องนั่งเล่นชั้นบน และห้องนอน “ที่ชั้นหนึ่ง แสงจะลงมาจากที่ว่างซึ่งเป็น Setback (ระยะเว้นจากเขตที่ดิน) ระหว่างรั้วกับผนังกระจก” อภิชาติอธิบาย “ส่วนด้านหลังของ Family Room ชั้นสอง ก็จะเป็นผนังคอนกรีตซึ่งทำหน้าที่บล็อกเสียงจากถนนด้านหลัง ในขณะเดียวกันก็มี Court แสงยาวตลอดแนวผนัง ทำให้ได้แสง Indirect light ส่องไล้ผนังคอนกรีตลงมาให้ความสว่างกับพื้นที่ด้านใน”

การออกแบบ Court หรือลานเล็กๆ ไว้ในบ้านไม่เพียงเป็นการนำแสงธรรมชาติเข้ามาภายใน หากยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศในทุกๆ ห้องอีกด้วย “ห้องทุกห้องจะมีช่องเปิดบนผนังอย่างน้อยสองด้านเพื่อให้เกิด Cross Ventilation (การถ่ายเทอากาศ)” อภิชาติอธิบาย “เกือบทุกห้องในบ้านที่ Stu/D/O ออกแบบจะพยายามให้มีช่องเปิดอย่างน้อยสองด้านเสมอ ด้านหนึ่งก็คือด้านที่เห็นวิว ส่วนอีกด้านถ้าติดกับห้องน้ำหรือด้านที่ติดกับผนังทึบ เราก็จะสร้างเป็น Court ภายในเพื่อที่จะให้เกิด Cross Ventilation ได้ บางครั้ง Court นี้ก็จะใช้แชร์กับ Court ของห้องน้ำในห้องตัวเองเพื่อให้ห้องน้ำได้แสงและช่องเปิดไปในตัว”

ที่ Casa de Alisa เส้นแบ่งระหว่างภายนอกและภายในได้รับการออกแบบให้ดูเลือนลางจนเกือบจะจางหายไป ผนังคอนกรีตเปลือยจากภายนอกส่งความต่อเนื่องเข้ามายังผนังภายในบ้าน ในขณะเดียวกัน พื้นหิน Travertine ยังครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บริเวณระเบียงรอบสระว่ายน้ำจนเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นในชั้นหนึ่ง ความต่อเนื่องของการใช้วัสดุบนผนังและพื้นจากภายนอกสู่ภายในทำให้ห้องนั่งเล่น สระว่ายน้ำ และสวน มีบรรยากาศที่เชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ในขณะที่ผนังคอนกรีตเปลือยในชั้นล่างตั้งอยู่บนแกนเดียวกับทางเข้าอาคารและเป็นตัวนำสายตาเข้าสู่บ้านอย่างตรงไปตรงมา Stu/D/O ได้จัดวางผนังคอนกรีตเปลือยบนชั้นสองในแนวตั้งฉากกับชั้นล่าง ให้เกิดแนวตัดกันของโครงสร้างทั้งสองชั้นบนสองแกน ซึ่งจุดตัดของแกนในแนวขวางและแนวยาวนี้ได้กลายเป็นตัวกำหนดโครงสร้าง รูปทรง และมุมมองต่างๆ ภายในบ้านหลังนี้ ผนังคอนกรีตเปลือยทำหน้าที่เป็นกรอบที่กำหนดสุนทรียภาพในการมองเห็นจากภายในบ้านและสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย

ชั้นสองของบ้านคือที่ตั้งของห้องส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว ระนาบของผนังคอนกรีตเปลือยในแนวขวางไม่เพียงทำหน้าที่แบ่งอาณาเขตให้พื้นที่แต่ละห้อง หากยังสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับทุกห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผนังคอนกรีตในแนวยาวซึ่งลอยอยู่ที่ระดับชั้นสองตลอดระนาบด้านหน้าของบ้านช่วยทำหน้าที่เป็นเสมือนกำแพงที่กันสายตาจากคนภายนอกไม่ให้มองเข้ามาเห็นกิจกรรมภายในบ้านโดยที่ไม่ต้องปิดม่าน ในขณะเดียวกัน ผู้ที่อยู่อาศัยภายในก็สามารถเปิดรับมุมมองภายนอกที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าทำให้เกิดสุนทรียภาพที่สวยงาม “เจ้าของเขาอยากได้บ้านที่มองไม่เห็นเพื่อนบ้าน และเพื่อนบ้านก็มองไม่เห็นเขา ก็เลยเป็นผนังคอนกรีตเปลือยที่ีบล๊อก (มุมมอง) ด้านหน้า” อภิชาติกล่าว “เวลามองออกไปก็จะเห็นแค่ท้องฟ้าด้านบนกับผืนน้ำของสระว่ายน้ำด้านล่าง”

ในขณะที่ทำหน้าที่เป็นกรอบกำหนดมุมมองที่สวยงามให้กับพื้นที่ชั้นสอง ผนังคอนกรีตที่ลอยอยู่ในระนาบด้านหน้าบ้านยังก่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่ระเบียงหน้าบ้านและสระว่ายน้ำที่ชั้นหนึ่งอีกด้วย "ไฮไลต์ของบ้านหลังนี้คือพื้นที่ซึ่งจะเป็น Semi Outdoor ที่มันโดนเฟรมไว้ด้วย Boundary ของพื้นที่ชั้นสองซึ่งลอยอยู่" อภิชาติอธิบาย “Space ตรงนี้เป็น Space ที่พิเศษ เวลาอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเหมือนว่าโดนโอบล้อมด้วยให้ความรู้สึกว่ามันเป็นบ้าน แต่ในเวลาใช้งานจะรู้สึกโล่งมากเวลาที่มองไปข้างหน้าบ้าน"

ที่ Casa de Alisa บ้านทรงกล่องที่ดูเรียบง่ายแห่งนี้ ทีมสถาปนิกจาก Stu/D/O ออกแบบอาคารที่นำคอนกรีตเปลือยลายไม้มาใช้ประโยชน์ในหลากหลายแง่มุม ทั้งเป็นองค์ประกอบตกแต่งที่ชวนให้เจ้าของได้รำลึกถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่คุ้นเคยจากบ้านเกิด เป็นกรอบที่กำหนดมุมมองเพื่อสร้างสุนทรียภาพในที่พำนัก เป็นฉนวนที่ช่วยกันมลพิษทางเสียงจากถนนหลังบ้านไม่ให้เข้ามารบกวนบรรยากาศเงียบสงบภายใน และเป็นโครงสร้างอาคารที่ทำหน้าที่กำหนดรูปทรงของบ้านได้อย่างน่าสนใจ “เจ้าของบ้านเขาประทับใจคอนกรีตเปลือยมาก เราก็เลยอยากทำให้มันกลายมาเป็นแนวคิดหลักของบ้านอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ให้คอนกรีตเปลือยเป็นโครงสร้างด้วย ไม่ได้เป็นแค่ Decoration (ไม่ใช่แค่การทำผิว) ซึ่วผิวแบบนี้มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมันเป็นโครงสร้างแบบหล่อคอนกรีตเท่านั้น” อภิชาติอธิบาย

Location: Nonthaburi, Thailand
Type: Architecture Design
Program: Residential
Client: Undisclosed
Site Area: 1,115 sqm.
Built Area: 1,545 sqm.
Design: 2016-7
Completion: 2019
Stu/D/O Team: Apichart Srirojanapinyo, Chanasit Cholasuek,
Panfan Laksanahut, Win Rojanastien
Lighting Designer: in Contrast Design Studio
Structural Engineer: Ittipon Konjaisue
Mechanical Engineer: MEE Consultants
Consultants: Engineering Plus
Contractor: D-Innova
Photograph: Stu/D/O, Sofography, Sky|Ground