

Writer:
Panu Boonpipattanapong
Photograph:
SUVANNABHUMI ART GALLERY, Mango Art Festival
ในปี 1937 รัฐบาลสเปนได้ว่าจ้างศิลปินชาวสเปนผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) ซึ่งลี้ภัยการเมืองอยู่ที่ฝรั่งเศสให้วาดภาพขนาดใหญ่สำหรับแสดงในศาลาสเปน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการศิลปะนานาชาติในงานเวิลด์แฟร์ที่กรุงปารีส แต่ในช่วงที่เริ่มทำงาน เขาบังเอิญได้อ่านข่าวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่เกอร์นิกา หมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ ในแคว้นบาสก์ ของสเปน ประเทศบ้านเกิดของเขา ที่ถูกรัฐบาลเผด็จการของนายพลฟรังโก อาศัยกองกำลังทหารนาซีและฟาสซิสต์บุกโจมตีและทิ้งระเบิดปราบปรามผู้ต่อต้านจนย่อยยับในสงครามกลางเมือง ทำให้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ล้มตายเป็นจำนวนมากไม่เว้นแม้แต่เด็กและสตรี ทำให้เขาเกิดความโกรธแค้นเป็นอย่างมาก และตัดสินใจวาดภาพเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเกอร์นิกาขึ้นมาแทน เขาลงมือเขียนภาพขนาดใหญ่ถึง 3.89 x 7.76 เมตร ด้วยสีน้ำมันทาบ้านที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษ มันเป็นภาพเขียนแบบคิวบิสม์ (Cubism) ที่ใหญ่สุดที่เขาเคยทำมา เขาตั้งชื่อภาพนี้ว่า GUERNICA (1937) ด้วยภาพวาดภาพนี้ ปิกัสโซใช้เทคนิคของงานศิลปะสมัยใหม่ ถ่ายทอดความเลวร้ายน่าสยดสยองของสงครามและระบอบเผด็จการได้อย่างทรงพลังยิ่ง

ในอีก 85 ปี ต่อมา ศิลปินชาวไทยผู้หนึ่ง หยิบเอาแรงบันดาลใจจากภาพวาดที่ยิ่งใหญ่ของปิกัสโซภาพนี้ มาถ่ายทอดความเลวร้ายน่าสยดสยองของเผด็จการทหารในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเรา ที่กดขี่ ย่ำยี และเข่นฆ่าประชาชนของตนเองอย่างเลือดเย็น ผ่านภาพวาดของเขาได้อย่างทรงพลังเช่นเดียวกัน ภาพวาดที่ว่านี้มีชื่อว่า BURMICA (2022) ของศิลปินร่วมสมัยชาวไทย ผู้อาศัยและทำงานอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ผู้มีฉายาว่า “อุบัติสัตย์” ผู้ทำงานเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมการเมืองอย่างเข้มข้นจริงจัง

ภาพวาดขนาด 2.40 x 8.40 เมตร ภาพนี้ของเขานำเสนอการทับซ้อนเรื่องราว 3 แบบ บนระนาบของเทคนิคทางศิลปะแบบคิวบิสม์ อันเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของปิกัสโซที่ใช้ในภาพวาด GUERNICA ซึ่งประกอบด้วย เรื่องราวของหมู่บ้านเกอร์นิกาจากประวัติศาสตร์โลกตะวันตกในสงครามโลกครั้งที่ 2 และประวัติศาสตร์ของประเทศพม่า ที่แบ่งเป็น 7 ช่วงเวลา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ช่วงเวลาของอาณาจักรพุกาม, อาณาจักรตองอู, ราชวงศ์โก้นบอง, ยุคสมัยที่พม่าตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ, ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พม่าตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น, ยุคสมัยแห่งการประกาศเอกราชและการเป็นประชาธิปไตยในเวลาอันสั้น, ยุคสมัยใหม่ (นับแต่ปี 1988), และเหตุการณ์การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนพม่าในปี 2021 โดยเขานำเนื้อหาเหล่านี้มาประกอบสร้างเป็นรูปทรงใหม่เพื่อบอกเล่าถึงประสบการณ์อันโหดร้ายของประชาชนภายใต้การกดขี่ของเผด็จการทหาร
อุบัติสัตย์ เล่าให้เราฟังถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพวาดภาพนี้ของเขาว่า
“ภาพวาด GUERNICA ต้นฉบับนั้นจุดประกายมาจากความหดหู่จากชะตากรรมอันเลวร้ายของเพื่อนมนุษย์ ภาพวาดของผมก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่ภาพวาดของผมจะมีสัดส่วนเตี้ยกว่าภาพวาด GUERNICA และยาวกว่าเล็กน้อย เพราะผมย่อสัดส่วนของภาพวาดของผมให้มีขนาดพอดีกับพื้นที่ที่จัดแสดงงาน เรียกว่าเป็นการย่อส่วนจากภาพวาด GUERNICA ก็ว่าได้”

“ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พม่าถือเป็นประเทศที่เป็นหนึ่งในท็อปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บุคลากรชั้นนำของพม่าอย่าง อู ถั่น (U Thant) เลขาธิการสหประชาชาติชาวเอเชียคนแรก ก็จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง หรือในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นต้องการยึดพม่าให้ได้ เพราะถ้ายึดพม่าได้ ก็จะเข้าอินเดียและจีนได้ พม่าถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการที่ญี่ปุ่นจะครองอำนาจฝั่งเอเชีย ในขณะที่นาซีเยอรมนีจะครองฝั่งยุโรป แล้วพม่าเองก็มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะมาก ประชากรพม่าก็พูดภาษาอังกฤษเก่ง เพราะเคยอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ ถ้าพม่าพัฒนาประเทศได้ จะนำหน้าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ แต่พม่าดันถูกรัฐประหารและปกครองโดยเผด็จการทหารเสียก่อน คนพม่าเองเขารู้สึกว่าพวกเขาก็ถูกกดขี่ตลอดเวลา ผู้ลี้ภัยการเมืองหลายคนมีการศึกษาสูง แต่ต้องไปทำงานใช้แรงงาน ไปเข็นผัก ไปเป็นคนทำความสะอาดแทน ผมวาดภาพคนเหล่านี้ซ้อนทับกันในภาพ อย่างภาพของศิลปินเพลงร็อกชื่อดังที่สุดของพม่าคนหนึ่งที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งเขาติด Top 10 ของรายชื่อคนที่รัฐหมายหัว โดนสั่งจับตาย ก็เลยต้องลี้ภัย เก็บตัว ห้ามออกสื่อเป็นอันขาด หรือภาพของนักธุรกิจบันเทิงคนหนึ่งที่รวยมาก แต่ต้องลี้ภัยไปเป็นพลเมืองชั้นสอง ทำงานเสิร์ฟอาหารที่ประเทศสหรัฐอเมริกา”
“หรือภาพเหตุการณ์หลังจากเกิดรัฐประหารในประเทศพม่า แล้วประชาชนออกมาต่อต้าน ก็จะเกิดกองกำลังที่เรียกว่า กองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือ PDF (People’s Defense Force) เวลาทหารของกองกำลังนี้โจมตีกองทัพรัฐบาลทหารของ มิน อ่อง หล่าย แล้วยิงทหารของกองทัพได้คนหนึ่ง เขาจะเอาดาวมาติดที่รองเท้าคอมแบต ตอนนี้รองเท้านี้ถูกนำไปประมูลที่สหรัฐอเมริกาไปในราคาคู่ละ 2 ล้านบาท เลยทีเดียว”

อุบัติสัตย์ ยังกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างภาพวาด GUERNICA ของ ปิกัสโซ กับภาพวาดของเขาว่า
“ถึงแม้ภาพ GUERNICA ของ ปิกัสโซ จะพูดเรื่องสงคราม แต่เราจะเห็นว่าในภาพแทบไม่มีอาวุธอยู่เลย (นอกจากดาบหัก ๆ หนึ่งเล่ม) ภาพวาด BURMICA ของผมก็มีเงื่อนไขแบบเดียวกัน ผมต้องการแสดงออกถึงการประท้วงของประชาชนมือเปล่าที่ไม่มีอาวุธ อย่างเช่น การประท้วงชุดนักเรียน ซึ่งเป็นการต่อต้านแบบสันติวิธีของนักเรียน ด้วยการนัดกันหยุดเรียน และแขวนชุดนักเรียนเรียงกันบนรั้วหน้าโรงเรียน หรือการประท้วงตีกาละมัง ที่ประชาชนออกมาตีกาละมังอย่างสมัครสมานพร้อมเพรียงกันทั้งประเทศ ผมวาดภาพกาละมังให้ซ้อนอยู่กับภาพธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษ เพราะอังกฤษก็เคยมายึดครองพม่าเป็นอาณานิคม ไม่ต่างอะไรกับเผด็จการทหารพม่า การตีหม้อกะละมังเป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่สิ่งชั่วร้าย เช่นเดียวกันกับการตีหม้อกาละมังเวลาเกิดจันทรุปราคาหรือสุริยุปราคานั่นเอง”
“หรือช่วงประกาศอิสระภาพของประเทศพม่าเป็นสาธารณรัฐ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ เกิดข้อตกลงในการร่างสนธิสัญญาปางหลวงในปี 1947 เพื่อการปกครองตนเองอย่างมีอิสระของกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ แต่สนธิสัญญานี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ก่อนที่จะถูกนายพลเนวินฉีกทิ้งและก่อการรัฐประหารเพื่อความต้องการอำนาจเป็นหนึ่งเดียวแบบผูกขาดของเผด็จการ ในภาพนี้ก็จะมีภาพของนายพลออง ซาน ที่เป็นผู้ริเริ่มสนธิสัญญาปางหลวง และภาพของพันธบัตรพม่าที่ถูกยกเลิกค่าเงินตามปกติ แล้วเปลี่ยนให้เป็นเลขเศษ เช่น 15, 25, 75 ตามความเชื่อในโหราศาสตร์ของนายพลเนวิน สิ่งนี้เอง ที่ทำให้พม่าได้รับฉายาว่าเป็น “ฤาษีแห่งเอเชีย” และกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกในยุคทศวรรษที่ 1980”

“หรือภาพของเหตุการณ์ 8888 การเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในพม่าเมื่อปี 1988 ที่มีภาพของป้ายประท้วงในภาษาพม่า ผสมกับภาพของผู้หญิงกรีดร้องในภาพ GUERNICA ของปิกัสโซ โดยซ้อนกับภาพของ โรส เบลลามี เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์สุดท้ายของพม่า ผู้จำใจยอมแต่งงานกับนายพลเนวิน เพื่อหวังโน้มน้าวให้เผด็จการเปลี่ยนใจทำให้พม่ากลับมาเป็นประชาธิปไตย และมีเสรีภาพ แต่กลับถูกนายพลเนวินฟ้องหย่าหลังจากแต่งงานกันเพียงได้ 5 เดือน เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นสายลับของซีไอเอ และภาพของเหตุการณ์รัฐประหารพม่ายุคปัจจุบันในปี 2021 ที่มีภาพคุณครูสอนเต้นแอโรบิค กำลังเต้นออกกำลังกายอยู่ด้านหน้ากองกำลังของคณะรัฐประหาร ที่กำลังยาตราทัพมา ภาพนี้ก็ถูกประกาศไปทั่วโลก ผมยังซ้อนภาพของเด็ก ๆ และภาพของเยาวชนที่ต้องจับปืนออกไปรบกับกองทัพรัฐบาลเผด็จการและเสียชีวิต และภาพของนักแสดงซูเปอร์สตาร์ของพม่าที่สวยมาก ๆ ที่ต้องจับปืนออกไปรบเข้าไปด้วย”

“หรือภาพของก้อนหินและไม้ไผ่ที่สลักกลอนและถ้อยคำในภาษาพม่าที่เพราะมาก ที่มีเนื้อหาปลุกใจให้คนฮึกเหิม ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหาร หรือภาพผ้าถุงของผู้หญิงที่ถูกขึงไว้ตามถนน เพื่อหยุดการเดินทัพและไล่ล่าของทหาร เพราะทหารพม่าเชื่อว่าถ้าเดินลอดผ้าถุงของผู้หญิงแล้วจะเกิดโชคร้ายและความอัปมงคล”
“หรือภาพนกยูง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในสมัยอาณาจักรโก้นบองของพม่า ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพรรค NLD ของ อองซาน ซูจี และภาพของ แองเจิ้ล นักเทควันโดสาว อายุ 19 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะออกไปร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในปี 2021 และภาพของหมูที่ถูกลูกหลงจากระเบิดโจมตีหมู่บ้านจนผิวหนังไหม้เกรียม แต่กลับมาให้นมลูกในอีกวันถัดมาตามสัญชาติญาณของแม่ ที่คนพม่าถ่ายรูปส่งมาให้ผมดู”

สิ่งที่ดูแปลกตา น่าสนใจอีกประการของภาพวาด BURMICA ภาพนี้ คือ เรื่องราวในภาพเกือบทั้งหมด ถูกนำเสนอแบบกลับหัวกลับหาง ราวกับจะให้ผู้ชมอย่างเราต้องใช้ความพยายามในการอ่าน หรือตีความสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในภาพวาดนี้ก็ไม่ปาน
“ที่ผมวาดภาพทั้งหมดให้กลับหัว เพราะผมคิดว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยกลับไปกลับมา ตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่หมู่บ้านเกอร์นิกา ที่เป็นเหตุการณ์จุดชนวนให้ปิกัสโซวาดภาพ GUERNICA มาสู่เหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนในพม่าที่ทำให้เกิดภาพ BURMICA ภาพนี้ ราวกับเป็นเหตุบังเอิญ แล้วเวลาวาดรูปนี้ ด้วยความที่ภาพมันใหญ่ เราก็ต้องกลับหัวภาพลงมาเพื่อให้เราไม่ต้องปีนเวลาวาดภาพ พอพลิกภาพกลับมาเส้นในภาพก็ต่อเนื่องกัน ทำให้ผมเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับงานแบบคิวบิสม์มากขึ้นว่า ภาพมันบิดไปบิดมา และกลับไปกลับมา จนทำให้มองในหลาย ๆ แง่มุมได้”

“ในอีกแง่หนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและพื้นที่แสดงงานด้วย เพราะเอาจริง ๆ ผมก็ยอมรับว่าผมกลัวเหมือนกันที่พูดเรื่องนี้ เพราะตอนที่จัดแสดงนิทรรศการนี้ที่หอศิลป์ ในเดือนนั้นมีคนเข้ามาดูงาน 50,000 กว่าคน เป็นจำนวนมากที่สุดของแกลเลอรี่ที่เคยจัดแสดงงานมา แล้วส่วนใหญ่ที่เข้ามาดูก็จะเป็นคนพม่า ในช่วงจัดงาน เหมือนมีไอโอของกองทัพพม่าเข้ามาถามว่า “คุณรู้ที่อยู่ของศิลปินไหม?” แต่ทางหอศิลป์ก็ไม่ได้ตอบอะไร แล้ววันนั้นผมก็กลับบ้านพอดี การกลับหัวภาพแบบนี้ก็อาจจะทำให้ดูได้ยากขึ้นหน่อย แต่ถ้าเอาภาพพลิกกลับมาก็จะเห็นชัดเจนเลยว่าเป็นประวัติศาสตร์พม่าที่ผ่าน ๆ มา คนพม่า (ที่เป็นฝ่ายต่อต้านเผด็จการ) เข้ามาดูเขาก็จะรู้เลยว่าเป็นภาพของใคร และภาพเหตุการณ์อะไรบ้าง”
ทั้งผลงานของปิกัสโซ หรือผลงานของอุบัติสัตย์ ต่างย้ำเตือนให้เราตระหนักว่า ศิลปะนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำขึ้นเพื่อความสวยงามหรือสร้างความเพลิดเพลินเจริญตาเจริญใจให้แก่ผู้ชมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่บางครั้ง ศิลปะก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารถึงทัศนคติทางสังคมการเมืองของศิลปิน หรือแม้แต่ตีแผ่ความเลวร้ายของเผด็จการได้เช่นเดียวกัน

ภาพวาด BURMICA นอกจากจะถูกจัดแสดงในนิทรรศการในชื่อเดียวกัน ที่หอศิลป์ SUVANNABHUMI ART GALLERY จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 1 พฤษภาคม - 1 กรกฎาคม 2022 แล้ว ยังถูกจัดแสดงในเทศกาลศิลปะ Mango Art Festival ในโกดัง De Siam Antiques ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 2 - 5 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมาอีกด้วย
ขอบคุณภาพจาก SUVANNABHUMI ART GALLERY, Mango Art Festival