Blaq Lyte x Siam Discovery ครั้งแรกกับการร่วมมือกันครีเอทป๊อปอัพสเปซที่รวมสตรีทแวร์แบรนด์ดังไว้ด้วยกันถึง 6 แบรนด์!
หลังจากโลดแล่นอยู่ในซีนของดนตรีกับปาร์ตี้มาพักใหญ่ Nick Supreda Sotavongse หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Blaq Lyte ที่เป็นทั้งคลับสุดคูล (ตอนนี้ปิดบริการ) กับออแกไนซ์ที่ครีเอทอีเว้นท์มันส์ๆ ก็ก้าวเข้าสู่โลกของแฟชั่นโดยใช้เซ้นส์และความหลงใหลที่มีต่อแฟชั่นสตรีทแวร์ จัด Aunty Haus Pop-Up Space ร่วมกับทางสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งเป็นการรวบรวมแบรนด์ที่กำลังมาแรง และถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ อย่าง Chinatown Market, Pleasures, OKOKOK, Raw Emotions, 40s & Shorties ตลอดจน StreetX เปิดป๊อปอัพอยู่ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมกันนั้นสินค้าที่จำหน่ายในงานตั้งแต่วันที่ 10-31 สิงหาคมนี้ ยังเป็นคอลเลคชั่นพิเศษที่คอลแลบบอเรชั่นกับ Blaq Lyte ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น งานนี้จึงไม่เพียงจะเต็มไปด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟ และพิเศษอย่างสุดขั้วเท่านั้น แต่มันยังนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ซีนสตรีทแฟชั่นในบ้านเราก้าวไปข้างหน้าทัดเทียมกับระดับสากลด้วย!
ครั้งแรกของ Blaq Lyte ที่ร่วมมือกับทาง Siam Discovery เปิดตัว Pop up Space
จริงๆ อยากทำมานานแล้ว แค่ยังไม่มีโอกาส เมื่อก่อนผมติดเรื่องร้านแต่ร้านปิดไปแล้ว ตอนนี้เน้นจัดอีเว้นท์จัดคอนเสิร์ตอย่างเดียว ผมเลยรู้สึกว่าทำ Merchandise ดีกว่า ผมเอาแบรนด์เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศมาคอลแลบ เราดึงตัวดีไซเนอร์ เจ้าของมาเมืองไทยด้วย ให้เค้ารู้ว่ายูไม่ต้องไปญี่ปุ่น หรือเกาหลี เมืองไทยก็แฮพเพนนิ่งนะ โปรเจกท์นี้เลยเกิดขึ้น
มันเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่หลงใหลสตรีทแฟชั่น
อยากให้เค้ารู้ว่าเมืองไทยกำลังโต อยากให้แบรนด์ใหญ่ๆ พวกนี้มาเมืองไทย แล้วผมอยากให้คนไทยทุกคนที่มาได้สัมผัสพูดคุยได้เจอได้รู้ว่าดีไซเนอร์ที่เป็น Someone on the Street เริ่มจากไม่ได้มีอะไรเลยหรือเรียนจบจากสายดีไซน์ เค้าแค่ชอบในสิ่งที่เขาทำ ผมเชื่อว่าเด็กๆ ที่ชอบแนวนี้ก็จะสนใจและได้รู้ว่าจะทำยังไงถ้าอยากสร้างแบรนด์ ผมไม่รู้ว่ามันจะ educate ในทางด้านไหน แต่มันจะอินสปายเค้ามากกว่า มันจะอินสปายในแง่ที่ว่าแบรนด์แบบนี้เค้าก็มาเมืองไทยนะ แล้วเค้าก็ค่อนข้างเฟรนด์ลี่ มันอาจช่วยอิมแพคทางด้านนี้ได้
"ผมมาเจอคัลเจอร์เด็กแว้นซ์ผมชอบมาก ผมว่ามันเรียล แล้วเค้าไม่สนใจพวกเทรนด์ หรืออะไรที่เราคิดว่าต้องทำเลย จริงๆ เค้าเป็นสิ่งที่พวกแบรนด์พยายามจะเป็น เค้าล้ำกว่าพวกเราไปเยอะมาก เราเหมือนพยายามที่จะไม่สนแต่จริงๆ เราก็แอบสน สตรีทแวร์จริงๆ มันคืออะไรก็ได้"
ในงานนี้มีแต่ความเอ็กซ์คูลซีฟ
นอกจากจะมีสินค้าที่คอลแลบกับทาง Blaq Lyte แล้ว ตัวศิลปิน ดีไซเนอร์ เจ้าของบินมาพูดคุยและเล่นดีเจเซ็ตด้วย เค้าจะเล่นเพลงให้ทุกคนฟังว่าแนวเค้าเป็นแบบไหน มันน่าสนใจดี เพราะตัวเจ้าของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย อย่าง Pleasures เจ้าของร็อคมากเลย เค้าเล่นเพลงร็อคยุค 80-90 แต่เสื้อผ้าจะถูกพวกฮิปฮอปอย่าง Wiz Khalifa เอาไปใส่ เด็กไทยจะได้รู้ว่าอินสปายเค้ามาแบบนี้นะ เค้าอาจจะฟัง Nirvana แล้วคิดใช้ฟร้อนท์ Nirvana มาทำเสื้อผ้า นอกจากนั้น Mike Cherman เจ้าแบรนด์ Chinatown Market เค้ามีปืนที่ยิงเป็นอิ้งค์เจ็ท ใครที่ซื้อเสื้อในงานก็สามารถเอามาให้เค้ายิงอิงค์เจ็ทได้ จริงๆ งานนี้เจ้าของแบรนด์อยากมาเจอคนที่ฟอลโล่วเค้าว่าเป็นยังไง อยากให้มาแฮ้งค์เอาท์มาเฮ้าส์ปาร์ตี้กันที่สยามดิสคัฟเวอรี่
มีทั้งหมด 6 แบรนด์ฮอตที่จะมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ใช่ครับ มี Chinatown Market, Pleasures, OKOKOK, Raw Emotions, 40s & Shorties และ StreetX ครับ
ความน่าสนใจของแต่ละแบรนด์
เริ่มจาก StreetX เป็นแบรนด์ออสเตรเลียที่แอคทีฟมาก เวลาเค้าปล่อยอะไรออกมาจะมีเด็กไปต่อคิวรอเอาของเยอะมาก แล้วแบรนด์ดังเพราะตัวเจ้าของค่อนข้างน่ารักเป็นคนที่ใครๆ ก็อยากอยู่ด้วย ผมรู้สึกว่าแบรนด์เค้าโตเพราะตัวเค้าเอง
40s & Shorties เริ่มจากผมรู้จัก Drew หนึ่งในเจ้าของแบรนด์ตอนเค้ามาทัวร์ดีเจในเอเชีย เค้าเป็นโปรดิวเซอร์ มีอิทธิพลในฮิปฮอปซีนที่ LA ค่อนข้างมาก ผมถามทำไมยูตั้งชื่อแบรนด์ว่า 40s & Shorties เค้าบอกว่าที่นู้นเวลาดื่มเหล้าถูกที่สุดคือต้องซื้อ 40s ขวดใหญ่แล้ว Shorties คือสแลงในการเรียกผู้หญิง มันตลกดี จากทำเล่นๆ สุดท้ายกลายเป็นแบรนด์ที่จริงจังและโตเร็วมากทั้งที่เพิ่งเริ่มทำได้ไม่กี่ปี
Pleasures ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาถึงเมืองไทยได้ยังไง ผมแค่เห็นในต่างประเทศว่าเพื่อนใส่ ซักพักนึงคนหิ้วมาขาย มันฮอตมากขนาดนี้เลยเหรอ แล้วผมได้ไปรู้จักกับ Alex James เจ้าของแบรนด์ เค้าเคยทำแบรนด์ Publish มาก่อน แล้วถึงออกมาทำ Pleasures ผมชวนเค้ามาคอลแลบด้วยกัน เค้าตอบโอเคทันทีเลย ผมว่าแบรนด์เค้าอิมแพคในสตรีทแวร์มาก
ส่วน Chinatown Market แบรนด์เค้าตลก มันเริ่มจากของปลอม ในเมืองไทยในเอเชียมีของปลอมอยู่แล้ว แต่ในอเมริกามันผิดกฎหมายไม่มีใครกล้าใส่ แต่เค้าทำขึ้นมา แล้วมันเป็นอะไรที่คนยอมรับ จากทำเล่นๆ ล้อเลียนจนตอนนี้มันโตมาก
OKOKOK เค้าชื่อ Leo ตอนนั้นผมไปเที่ยวฮ่องกงแล้วเค้าให้ผมนอนบนโซฟาเค้า ผมเคยได้ยินชื่อแบรนด์ OKOKOK แต่ไม่ชัวว่าเค้าคือเจ้าของจนได้ไปที่ห้อง ผมว่าเสื้อผ้าเค้าเจ๋งตรงที่เค้ายอมรับความเป็นเอเชียน ทำให้คนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำเป็นสไตล์ฝรั่งให้คนยอมรับ ผมชอบที่เค้าทำซัปคัลเจอร์ให้คนชื่นชมในความเป็นเอเชียน ทำให้มันเท่
และ Raw Emotions เค้ากลิ่นเดียวกันกับ OKOKOK แต่ Raw Emotions จะออกเหมือนเสื้อวงสมัยก่อน แต่เค้าจะเอาหน้าคนจีนเข้าไปใส่ แต่ทำให้มันดูดี Raw Emotions เป็นอะไรที่น่าสนใจ เค้าไม่ได้ทำแค่เสื้อผ้า เค้าทำแผ่นสเก็ตบอร์ดกับแอคเซสโซรี่ด้วย ผมอยากเอา Western กับ Asian มาอยู่ในที่เดียวกัน ให้คนเข้าใจว่าเราแต่งตัวแบบนี้ได้
สตรีทคัลเจอร์ในเมืองบ้านเราตอนนี้
เท่มากครับ ผมเห็นรถตุ๊กตุ๊กเบาะสีอะไรก็ไม่รู้แล้วแปะสติ๊กเกอร์เป็นหน้าเช เกบารา โดยที่เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเชเป็นใคร (หัวเราะ…) สำหรับผมว่ามันเป็นคัลเจอร์ที่ดูเท่ไปแล้ว คือจะคิดแต่ไม่คิด บางทีคนจะคิดว่าต้องวางให้ดีๆ แต่อันนี้คือจะคิดทำไมแปะไปเลยดีกว่า แล้วผมมาเจอคัลเจอร์เด็กแว้นซ์ผมชอบมาก ผมว่าอันนี้มันเรียล แล้วเค้าจะเต้นยังไงก็เต้นไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ใส่กางเกงสั้นๆ ทำผมสีส้ม ผมเคยถามว่าทำไมไม่ทำสีเหลือง เค้าบอกเจ็บหัวสีส้มก็พอ แล้วเค้าไม่สนใจพวกเทรนด์ หรืออะไรที่เราคิดว่าต้องทำเลย จริงๆ เค้าเป็นสิ่งที่พวกแบรนด์พยายามจะเป็น เค้าล้ำกว่าพวกเราไปเยอะมาก เราเหมือนพยายามที่จะไม่สนแต่จริงๆ เราก็แอบสน สตรีทแวร์จริงๆ มันคืออะไรก็ได้