เมื่อ “ศิลปะ” ไม่ได้บอกเล่าแค่ในห้องเรียนหรือผ่านตำรา แต่ยังเชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ใช้พื้นที่ ทำให้อาคารเรียนหลังใหม่ของโรงเรียนบ้านคลองบอน บนเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ที่ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Vin Varavarn Architects และ The Build Foundation ได้เพิ่มบทบาทให้โรงเรียนเป็นทั้งสถานศึกษาของเด็กๆ เป็นอาร์ตสเปซของชุมชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่บนเกาะสำหรับนักท่องเที่ยวได้ด้วย

  เรารู้ดีว่าบนเกาะยาวใหญ่นั้นมีธรรมชาติสวยงามเงียบสงบ เคียงคู่อยู่กับวิถีชุมชนชาวมุสลิมที่เรียบง่าย แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าความโดดเด่นอีกอย่างของเกาะนี้ คือทักษะความสามารถทางด้านศิลปะของเยาวชนในโรงเรียนบ้านคลองบอน ที่ผลงานภาพวาดของเด็กๆ สามารถคว้ารางวัลประกวดในระดับประเทศได้เลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อทางมูลนิธิฯ และทีมสถาปนิกได้ตั้งใจที่จะออกแบบก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ทดแทนอาคารเรียนเดิมที่เก่าทรุดโทรม และเพิ่มขนาดพื้นที่ห้องเรียนให้รองรับจำนวนเด็กนักเรียนที่มากขึ้น จึงเกิดไอเดียการออกแบบ “โรงเรียนที่มากกว่าห้องเรียน” โดยมีพื้นที่ส่งเสริมทักษะและสามารถด้านศิลปะให้กับเด็ก จากเดิมที่มีห้องศิลปะอยู่เพียงห้องเดียวเล็กๆ กับครูสอนศิลปะอยู่หนึ่งคน ชื่อ ครูไข่

  “เรานำ ‘ศิลปะ’ มาใช้บอกเล่าเรื่องราวสำหรับอาคารเรียนหลังใหม่นี้” หม่อมหลวงวรุตม์ วรวรรณ แห่งบริษัทสถาปนิก Vin Varavarn Architects กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบโปรแกรมพื้นที่ โดยปรับผังจากทางโรงเรียนที่วางไว้ให้มีห้องเรียนติดๆ กัน ด้วยการเพิ่มพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางศิลปะเข้ามา

  เป็นที่มาของแปลนชั้น 1 ที่ออกแบบเป็นพื้นที่ส่วนกลางเชื่อมโยงหลากกิจกรรมทางด้านศิลปะเข้าด้วยกััน ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ห้องเรียนศิลปะ และจัดแสดงงาน ที่สามารถเข้าถึงการใช้งานในแต่ละส่วนได้อย่างต่อเนื่องกัน ในห้องเวิร์กช็อปและจัดแสดงงานที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันทางปีกซ้ายของอาคารนั้น ก็ใช้ฉากกั้นแบ่งพื้นที่เป็นเพียงม่านเชือกถักเรียบๆ เท่านั้น

  สถาปนิกยังเล็งเห็นความสำคัญของเปิดโลกการเรียนรู้ศิลปะที่มากกว่าภาพวาด แต่รวมไปถึงการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลต่างๆ ด้วย จึงได้ใช้ประโยชน์จากบริเวณบันไดกลางอาคาร ที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ลาดเอียงต่างระดับกัน โดยออกแบบขั้นบันไดปูนสำหรับปรับระดับพื้นที่ให้เป็นอัฒจันทร์เล็กๆ สำหรับให้เด็กๆ ได้นั่งดูวิดีโอที่ฉายบนผนังจากโปรเจกเตอร์ในมุมนี้ได้ด้วย

  ในขณะที่ชั้น 2 เป็นโซนของห้องเรียน 4 ห้อง และห้องพักครู 1 ห้อง ที่ทางสถาปนิกได้ปรับแบบจากทางโรงเรียนที่วางแปลนมาให้ โดยการหมุนแปลนห้องชั้นบนออก 90 องศา ทำให้ลักษณะของห้องยื่นออกจากตัวอาคาร เพื่อให้เกิดดับเบิ้ลสเปซตรงกลางภายในอาคารที่เปิดโล่งชั้น 1 และชั้น 2 เชื่อมมุมมองสองชั้นเข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อชั้นล่างมีกิจกรรมอะไร คนชั้นบนก็สามารถมองเห็นได้

  ในส่วนของโครงสร้างอาคารก่อสร้างขึ้นจากระบบ Precast หรือระบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ที่สามารถขนส่งผนังแต่ละชิ้นมาทางเรือเพื่อนำมาประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างอาคารได้อย่างรวดเร็ว (ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเพียง 2 เดือนเท่านั้น) ก่อนตกแต่งผนังด้วยไม้ไผ่บางส่วนเพื่อเพิ่มมู้ดความเป็นธรรมชาติให้กับอาคารเรียนหลังนี้ ในขณะที่ส่วนของบานหน้าต่างและประตูเป็นโครงเหล็กที่ติดด้วยแผ่นโพลีเอสเตอร์เรซินแบบโปร่งแสง เพื่อให้ภายในห้องยังได้รับแสงธรรมชาติอย่างพอเพียงโดยไม่ร้อนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ลดอันตรายเมื่อเด็กวิ่งชนได้ด้วย

  “นอกเหนือจากแนวคิดด้านศิลปะแล้ว ทาง The Build Foundation ยังมีพันธมิตรเป็นเครือข่ายโรงแรมที่ช่วยสนับสนุนโครงการนี้ด้วย เมื่อเราทำพื้นที่ศิลปะในโรงเรียนเพิ่มขึ้น ก็สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวบนเกาะยาวใหญ่ มีกิจกรรมที่ได้มาสัมผัสกับวิถีชุมชน ได้ทำงานศิลปะกับเด็กๆ หรือ ได้ซื้อผลงานศิลปะของเด็กนักเรียน หรืองานฝีมือของชุมชน เพราะอย่างโซนห้องสมุดนั้นสามารถปรับฟังก์ชั่นเป็นโถงอเนกประสงค์สำหรับจัดอาร์ตมาร์เก็ตก็ได้ ในขณะเดียวกันเด็กนักเรียนได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากนักท่องเที่ยวด้วย จึงเป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์ทั้งเด็กนักเรียน ชุมชน และนักท่องเที่ยว”

  โปรเจกท์ Barn Klong Bon School & Art Spaces เป็นความร่วมมือครั้งที่ 2 ระหว่างองค์กรไม่แสวงหากำไร The Build Foundation และบริษัทสถาปนิก Vin Varavarn Architects หลังจากเคยร่วมกันสร้างอาคารเรียนป้องกันแผ่นดินไหวให้กับโรงเรียนบ้านฮ่องแฮ่ ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดตาก ในปี 2018 โดยปรับแบบจากอาคารใหม่ของโรงเรียนห้วยส้านยาววิทยา อำเภอแม่ลาว ที่เคยออกแบบไว้ในโครงการออกแบบอาคารเรียนพอดี พอดี เมื่อครั้งที่ Vin Varavarn Architects เคยเป็น 1 ใน 9 บริษัทสถาปนิกผู้ร่วมออกแบบอาคารเรียนป้องกันแผ่นดินไหวให้กับโรงเรียน 9 แห่่ง ในจังหวัดเชียงราย

  “ผมชอบและมีความสุขเวลาได้ทำโปรเจกท์แบบนี้ จึงเป็นที่มาของความตั้งใจของเราที่จะทำงานเพื่อผู้ด้อยโอกาสควบคู่กับโปรเจกท์ปกติของบริษัท อย่างตอนอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านคลองบอนสร้างเสร็จ ทุกคนทั้งประหลาดใจและแฮปปี้มาก โดยเฉพาะอาจารย์สอนศิลปะดูมีความสุขมากเป็นพิเศษ จากเดิมที่ต้องยืมพื้นที่ในห้องเรียนมาสอนศิลปะ จนขยับขยายมาเป็นห้องศิลปะเล็กๆ ห้องหนึ่ง และตอนนี้ศิลปะกลายเป็นตัวเอกในการเล่าเรื่องของโรงเรียนนี้ได้”

  เมื่ออาคารเรียนรองรับความคิดสร้างสรรค์ และเชื่อมสัมพันธ์กับวิถีชุมชน จึงส่งเสริมไปด้วยกันทั้งคุณค่าทางสถาปัตยกรรม คุณภาพการเรียนรู้ และความมีส่วนร่วมของชุมชน