
“ลม” คือบริบทหลักที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในงานสถาปัตยกรรม ที่ถึงแม้ไม่มีรูปร่าง ไม่มีมวลสาร แต่มีตัวกลางให้ถูกสัมผัสได้
เอกลักษณ์ของผลงาน ANONYM คือการดึงตัวตนของเจ้าของบ้านออกม่านงานได้อย่างหลากมิติ รวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้ภาพรวมของผลงานออกมาเนี้ยบทุกชิ้น แต่ “ตัวกลาง” ของ “บ้านสายลม” กลายเป็นสิ่งปลดล็อคความเป็น ANONYM อีกแบบที่อนุญาตให้เจ้าของบ้านเข้ามาตัวตนอีกมุมซึ่งแตกต่างจากผลงานชิ้นอื่น


จุดเริ่มต้น
“ส่วนสำคัญระหว่างสถาปนิกและผู้อยู่อาศัยในงานประเภทบ้าน มีจุดเริ่มต้นมาจากความเชื่อใจ” คุณพงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ ผู้ออกแบบกล่าวถึงความพิเศษของการออกแบบบ้านสักหลัง สิ่งที่เป็นตัวแปรวัดระดับความเชื่อใจส่วนหนึ่งจะออกมาจากตัวโจทย์ของงาน
“มีสามครอบครัว มีที่ปีนผา นอกนั้นลุยได้เลยครับพี่!” สามประโยคที่เจ้าของบ้านออกปากกลายเป็นรหัสที่หากตีความหรือเสนอแบบถูกจุด กระบวนการออกแบบจะไปได้เร็ว องค์ประกอบสำคัญในการวิเคราะห์คือผู้อาศัยหลักทั้ง 6 คน มี สามี ภรรยา และคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝั่ง โดยมีผู้อาศัยขาจรจากทั้งสองฝั่งมาค้างบ้างเป็นครั้งคราว เจ้าของบ้านฝ่ายสามีเป็นคนค่อนข้างชัดเจน ชอบสังสรรค์ ชอบการปีนผา ส่วนฝ่ายภรรยาเป็นศิลปินที่มีเอเนอร์จีส่งต่อพลังงานดีๆ ให้ผู้อื่นเสมอ ทั้งนี้ยังมีคุณพ่อที่ชอบปลูกผักสวนครัวอีกด้วย


เมื่อเข้าสู่ภายในบ้านจะเป็นที่จอดรถ จะเป็นที่ปีนผา หลังจากนั้นเป็นพื้นที่นั่งเล่น ส่วนหลังบ้านมีสวนผักสวนครัวของคุณพ่อ
สมาชิกต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันบนแปลงที่ดินของฝั่งภรรยา ในย่านพักอาศัยขนาด 200 ตารางวา ตัวบ้านจะหันหน้าไปทางทิศใต้ ทิศตะวันออกเป็นชุมชน ทิศตะวันตกเป็นบ้านของญาติ ทิศเหนือเป็นโรงงานที่ไม่มีมลภาวะทางเสียงและกลิ่น อีกองค์ประกอบสำคัญคือพื้นที่ตั้งบ้านมีลมที่ดีมาก
โครงการ Service Apartment ย่อมๆ จำนวน 4 ชั้น จึงถูกตั้งเป็นโจทย์ถัดมาซึ่งเหมาะสมต่อพื้นที่ ช่วงเวลาและคน โดยทุกครอบครัวมีชั้นเป็นของตนเอง และมีชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนกลางต้อนรับแขกที่แวะเวียนอยู่เสมอ

SECTION
กระบวนการของงานชิ้นนี้เริ่มจากการวางไดอะแกรมของ Section หากแบ่งการใช้งานออกตามชั้นอาจทำให้มีพื้นที่ใช้สอยในแต่ละชั้นได้อย่างเต็มที่ แต่จะเป็นการแบ่งที่ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์ การมีคอร์ทกลางจะเกิดความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชั้น สอง สาม สี่ คอร์ทจึงถูกคว้านออกเป็นสองส่วนระหว่างคอร์ทพื้นที่นั่งเล่นภายใน และคอร์ทปีนผา ให้สามารถมองเห็นด้วยสายตา
คอร์ทถูกเชื่อมกันด้วยทางเดินที่วางตัวไว้เหลื่อมกันระหว่างชั้น สร้างสมมติฐานถึงบทบาทของสื่อกลาง “จะเกิดอะไรขึ้น หากทิศทางเดินและทิศทางลมเชื่อมโยงถึงกันได้?”







นึกถึงลมที่ลอยจากการระบายด้านข้างขึ้นสู่หลังคาด้านบน


ความสัมพันธ์ระหว่างก้อนแมส แพทเทิร์น และความทึบ ฝั่งที่เป็นชุมชน ผู้ออกแบบไม่ได้มองว่าชุมชนเป็นส่วนที่ต้องแยกออก โดยต้องทำผนังสูงให้ปลีกแยกตัวบ้านออกมา จึงแหวกรูปอาคารสร้างจุดโฟกัส ที่สามารถแชร์กันได้ทั้งคนในชุมชนและผู้อาศัยในบ้าน ซึ่งไม่ได้ขัดกับการใช้งานของพื้นที่ อาจมองเห็นชุมชนจากทางเดินแต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะยืนอยู่ประจำ การเปิดผนังฝั่งนี้ทำให้แสงเข้ามาเกิดเฉดแสงไล่เข้ามาอย่างสวยงาม ในขณะเดียวกันฝั่งตะวันออกที่ติดกับบ้านญาติเป็นผนังทึบที่ค่อนข้างปิดเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว ฝั่งที่ติดกับโรงงานด้านหลังกลับเป็นส่วนที่ผู้ออกแบบปล่อยวางมากที่สุด โดยใช้ความรู้สึกแทนจากผู้อาศัย ใช้ความสัมพันธ์ภายในประเภทของพื้นที่และวัสดุเป็นตัวสร้างรูปด้านภายนอกได้อย่างน่าสนใจ
วัสดุที่ถูกวางไว้ตามก้อนแมสสองประเภทที่สอดรับกัน สีวัสดุหลักซึ่งวางไว้เป็นสีคอนกรีต มีแมสทึบและอิฐช่องลม ซึ่งส่วนหนึ่งของเหตุผลในการเลือกวัสดุเกิดจากเจ้าของบ้าน “บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านตลอด และปรับเปลี่ยนวัสดุไปตามตัวตนของเจ้าของ เหมือนการทำความรู้จักกันตลอดเวลาสามปี เช่นเหตุผลการเลือกอิฐช่องลมหรือแพทเทิร์นการเรียงตัว ส่วนหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะนิสัยของเจ้าของบ้านฝ่ายหญิงด้วย”

การสร้างแพทเทิร์นการวางอิฐช่องลมจะไล่ความทึบไปโปร่งในแนวตั้ง จากด้านล่างไปด้านบน ยิ่งสูงวิวจะยิ่งดี และแทรกต้นไม้เพิ่มสีเขียวไปตามแต่ละจุดของบ้าน ทุกช่องมุมเปิดของบ้านได้ถูกคิดไว้แล้วจะมองเห็นอะไร ตัวอิฐช่องลมก็เป็นอีกเลเยอร์หนึ่งที่มาเพิ่มมิติของการมองเห็น และสร้าง Privacyให้กับพื้นที่ด้านใน
ส่วนวัสดุของแมสผนังทึบเกิดจากการให้ผู้รับเหมาสร้างอาคารทดลองสร้างผิวบนวัสดุ โดยนำเกรียงมากรีดเป็นแพทเทิร์นหน้างาน เกิดเป็นร่องลึกเหมือนผลลัพท์ที่ออกแบบไว้ตั้งแต่แรก จึงตัดสินใจทำทั้งหลัง

รูป Concept Diagram ที่ได้รับแรงบันดาลใจในตอนแรก เป็นจุดเชื่อมโยงกันของทั้งงาน ที่สื่อได้ทั้งพื้นที่ภายใน section วัสดุ การเคลื่อนไหว คน และสายลม
ชื่อของ “บ้านลายลม” ถูกตั้งโดยเจ้าของบ้าน เมื่อมาเยื่อมชมงานซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และสัมผัสได้ถึงบริบทที่เด่นออกมาผ่านวัสดุและพื้นที่
ในขณะที่ตัวกลางของเจ้าของผลงาน และเจ้าของโครงการคือ “ความเชื่อใจ” ที่พัฒนามาตลอดเวลาประมาณ 3 ปี ของโครงการ สถาปนิกได้เรียนรู้ลักษณะนิสัย ตัวตนของเจ้าของบ้าน และเติบโตไปพร้อมกับงาน และค้นพบความสวยงามในรายละเอียดบางจุดที่ปล่อยให้มันเติบโตไปอย่างธรรมชาติ ร่างกายของ “สายลม” จึงถูกจับต้องได้ผ่านตัวกลางหลายองค์ประกอบของบ้าน ที่แม้แต่เจ้าของบ้านก็เป็นหนึ่งในนิยามของสายลม อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ANONYM เองได้ค้นพบความสวยงามของการปล่อยวางบางรายละเอียดให้มันเติบโต และเป็นไปอย่างธรรมชาติ
anonymstudio.com
fb.com/anonymstudio
Project : Baan Sailom
Architect : ANONYM
Design Director :
Phongphat Ueasangkhomset,
Parnduangjai Roojnawate
Area : 1,018 sq.m.
Site Area : 200 sq.wa
Project Loacation : Bangkok, Thailand
Project Year : 2020
Photographer: Ketsiree Wongwan





