Baan Floated Tree เปลี่ยนบ้านให้เป็นเวที
ที่ลอยตัวจากทุกบรรทัดฐานการอยู่อาศัยส่วนตัว

Architect:
Anonym
Phongphat Ueasangkhomset
Parnduangjai Roojnawate

Interior Designer:
Anonym
Phongphat Ueasangkhomset
Parnduangjai Roojnawate
Napapash Siraputtipat

www.anonymstudio.com

Location:
Bangkok, Thailand

Area:
550 Sq.m.

Project Year:
2019

Photography:
W Workspace

Writer:
Rujira Jaisak

เปิดรับวิวธรรมชาติจากหน้าบ้านสู่ห้องรับแขกโถงใหญ่ชั้นสอง ด้วยการเจาะผนังทึบออก 2 เมตรซึ่งเป็นระยะที่พอดีให้นั่งเล่นพร้อมพักสายตามองวิวต้นไม้สีเขียว

การร้อยเรียงกันระหว่างฟาซาดสองชั้นที่เชื่อมไปยังส่วนของกระบะต้นดอกพุดกุหลาบที่ลอยตัวจากระเบียงสู่พื้นที่คอร์ทยาร์ดของบ้าน

   บ้าน หรือโชว์รูมแกลเลอรี่ เป็นขอบเขตการรับรู้ที่คาบเกี่ยวเมื่อเราได้เห็นตัวอาคารหลังหนึ่งเปิดโล่งเกินกว่าภาพลักษณ์บ้านทั่วไป ไม่เขินอาย และไม่หลบซ่อนจากสายตาสาธารณะ แม้จะตั้งอยู่ในระยะไม่เกินสิบกว่าเมตรจากสะพานข้ามแยกเส้นสำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก็ตาม ทั้งยังจงใจสร้าง “เวที” ของอาคารที่ลอยเด่นออกมาชวนให้ผู้คนภายนอกพินิจเข้าไปในความแปลกตาอันเปิดเผย ที่นี่คือ “Baan Floated Tree” ที่ลอยตัวจากบรรทัดฐานบ้านทั่วไป แต่ยืนพื้นบนการสร้างสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับช่วงเวลา และระหว่างธรรมชาติของผู้อยู่อาศัยกับบริบทโดยรอบ ผลงานออกแบบโดย Anonym Studio ที่ใช้ชั้นเชิงในการร้อยเรียงที่ว่างให้เกิดการเชื่อมโยงมิติการมองระหว่างภายในและภายนอกของบ้านหลังนี้ให้ยิ่งไม่ธรรมดา

บ้านฝั่งที่หันหน้าสู่ถนนสาธารณะในระยะไม่เกินสิบกว่าเมตร ถูกออกแบบให้มีทั้งมุมมองส่วนเปิดและส่วนปิดของอาคาร

   “Baan Floated Tree” เป็นบ้านของครอบครัวพ่อแม่ลูกสองคน ที่มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา โดยส่วนข้างบ้าน (ทิศใต้) และหน้าบ้าน (ทิศตะวันตก) หันหน้าสู่สะพานข้ามเดินรถข้ามแยก ที่หากเป็นบ้านทั่วไป สถาปนิกคงใช้วิธีการปิดมุมมองบ้านฝั่งที่หันเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ เพื่อหลบแดด หลบสะพาน และรักษาความเป็นส่วนตัวให้ผู้อยู่อาศัย แต่บ้านหลังนี้ทลายขนบเชิงสถาปัตยกรรมเหล่านั้นทิ้งไป เพื่อให้ตอบโจทย์เชิงปัจเจกของเจ้าของบ้าน ที่ต้องการความรู้สึกแตกต่างในการอยู่อาศัย และยินดีหากจะเปิดบางมุมมองของบ้านให้คนภายนอกได้ชื่นชม

ห้องรับแขกโถงใหญ่ถูกโอบล้อมสามด้านด้วยผนังกระจกโครงเหล็กที่ร้อยเรียงเป็นตัว U ซ้อนทับด้วยฟาซาดคอนกรีตเพื่อช่วยกรองแสง และปิดมุมมองบางส่วนสร้างความเป็นส่วนตัว

   ด้วยรูปทรงของที่ดินที่ผอมยาว (หน้ากว้าง 12 เมตร และลึกถึง 32 เมตร) บวกกับโจทย์ของเจ้าของบ้านที่ต้องการพื้นที่จอดรถให้ได้ 6 คัน จึงทำให้การออกแบบโครงสร้างบ้านหลังนี้ถูกยกใต้ถุนสูงคล้ายเรือนไทย ที่พื้นที่ใช้สอยหลักถูกยกไปสู่ชั้น 2 และชั้น 3 พร้อมกับคว้านอาคารฝั่งทิศใต้ที่หันหน้าสู่ถนน ให้เกิดที่ว่างเว้าสองส่วน คล้ายกับเป็นคอร์ทยาร์ดกึ่งภายนอกของบ้านสไตล์ Sino-Portuguese ด้วยดีไซน์นี้จึงทำให้ห้องรับประทานอาหาร (ชั้น 2) และห้องนั่งเล่นในห้องนอนมาสเตอร์ (ชั้น 3) ที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองคอร์ทยาร์ด ถูกเปลือยผนังให้ดูลอยเด่นออกจากส่วนที่เหลือของบ้าน พร้อมกับเปลี่ยนโปรแกรมพื้นที่ใช้สอยสองห้องนี้ให้กลายเป็น “เวทีของบ้าน” ที่คนภายนอกสามารถมองเข้ามาในส่วนนี้ได้เด่นชัด ในขณะเดียวกันผู้อยู่อาศัยในบ้านก็สามารถเปิดรับทัศนียภาพของสะพานด้านนอกได้ชัดเจนด้วย เป็นการสร้างสภาวะการอยู่อาศัยที่ดูแปลกเหนือจริงกว่าการอยู่อาศัยทั่วๆ ไป
   แต่เพื่อไม่ให้การเปิดเปลือยนั้นวาบหวามจนเกินไป ทาง Anonym จึงสร้างความสมดุลของการอยู่อาศัย โดยออกแบบให้มีทั้งส่วนเปิดจากผนังและหน้าต่างกระจกโครงเหล็ก และมีส่วนปิดเป็นผนังทึบที่เจาะช่องตรงมุม ร่วมกับองค์ประกอบการวางกระบะต้นไม้ในส่วนคอร์ทยาร์ด เพื่อสร้างเลเยอร์ในการกรองแสงแดดจากทางทิศใต้ และทิศตะวันตก พร้อมทั้งช่วยบังสายตาจากภายนอกไม่ให้รุกล้ำเข้ามาจนคนในบ้านรู้สึกอึดอัด

ห้องรับประทานอาหารชั้นสองที่อยู่ตรงกลางระหว่างคอร์ทยาร์ดสองห้อง ทำให้เกิดการปลดเปลือยพื้นที่เหมือนเป็นเวทีของบ้าน ที่เชื่อมการมองระหว่างบ้าน และพื้นที่สาธารณะ อย่างถนนและสะพานข้ามแยกได้

   อีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้าน คือห้องรับแขกชั้น 2 ที่ถูกออกแบบดับเบิ้ลสเปซให้เป็นโถงใหญ่ของบ้าน และโดดเด่นด้วยการร้อยเรียงกันของเส้นสายที่เชื่อมต่อเนื่องเป็นตัว U จากบานกระจกโครงเหล็กสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดานที่โอบล้อมทั้งสามด้าน เกิดความลื่นไหลของสเปซที่สวยงามน่าทึ่ง

ไฮไลท์ของบ้านคือห้องรับแขกเปิดดับเบิ้ลสเปซพร้อมโชว์ดีเทลงานตู้ไม้แกะสลักที่ขนาบเคียงไปกับผนังบันไดจากชั้นสองถึงชั้นสาม พร้อมเปิดมุมมองทะลุคอร์ทยาร์ดสู่ห้องรับประทานอาหารชั้น 2

การคว้านอาคารฝั่งทิศใต้เพื่อเล่นกับช่องเปิด-ปิด และใช้เลเยอร์ของต้นไม้มาช่วยบังมุมมองให้ไม่เปิดเปลือยจนเกินไป

   ด้วยห้องรับแขกนั้นเป็นส่วนที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนน และสะพานที่สุด สถาปนิกจึงออกแบบให้มีผนังสองเลเยอร์ ที่ชั้นในเป็นผนังบานกระจกโครงเหล็ก ส่วนชั้นนอกเป็นผนังปูนทึบที่เจาะช่องว่างสี่เหลี่ยมในมุมต่างๆ ไว้ เพื่อควบคุมไม่ให้ความร้อนจากแดดทะลุเข้ามาในอาคารมากจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันยังพอเปิดรับแสงบางส่วนให้สามารถส่องทแยงเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องได้ โดยช่องด้านบนเปิดให้เห็นท้องฟ้าสร้างความรู้สึกปลอดโปร่งทางสายตา ส่วนช่องเจาะตรงหน้าต่างฝั่งที่หันสู่หน้าบ้านนั้น ทำให้สามารถนั่งเล่นพร้อมชมวิวสีเขียวจากต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านได้ ทำให้สมาชิกของบ้านอยากใช้เวลาอยู่ในห้องนี้นานขึ้น

ส่วนของ Plantation ยื่นออกมาจากอาคารที่ทำให้เหมือนลอยตัวอยู่ เป็นที่มาของชื่อบ้าน Baan Floated Tree

ทางเดินเชื่อมระหว่างตัวบ้านเป็นมุมที่สามารถมองเห็นได้จากฝั่งถนนใหญ่

ตู้ไม้แกะสลักที่ดีไซน์ขึ้นใหม่ ทำให้บ้านเจือกลิ่นอายสไตล์ยุโรป

บันไดตอนเดียวทำให้ประหยัดพื้นที่ และเลือกใช้วัสดุที่คอนทราสต์กันระหว่างผนังไม้ พื้นหินอ่อน และราวบันไดทองเหลืองที่ซ่อน LED ไว้ข้างใน

   ส่วนคอร์ทยาร์ดทั้งสองส่วนของบ้าน ถือเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ในแต่ละฟลอร์ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมองเห็นต้นไม้ในส่วนของ Plantation ที่ลอยตัว (Floated Tree) ได้ในทุกจุดของบ้าน ไม่ว่าจะจากห้องนั่งเล่น โต๊ะอาหาร หรือที่จอดรถ ซึ่งเป็นกุศโลบายหนึ่งของสถาปนิกที่ต้องการนำธรรมชาติเข้ามาปรับสมดุลอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดทอนจังหวะการใช้ชีวิตให้ช้าลง โดยเฉพาะเจ้าของบ้านที่ในชีวิตทำงานต้องรับมือกับความเครียดและเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา
   บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่ความแปลกที่เกิดจากการสร้างรูปทรงที่ไม่คุ้นตา แต่เกิดจากการร้อยเรียงพื้นที่ให้เข้ากับบริบทสิ่งแวดล้อมและจริตของผู้อยู่อาศัย แม้จะก่อให้เกิดรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกเทศและแตกต่างจากขนบของบ้านทั่วไป แต่สำหรับผู้อยู่อาศัยบ้านหลังนี้นี่คือความจริงที่สะท้อนความเป็นปัจเจกของพวกเขาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน