Photos:
Copyright Arrhov Frick
Writer:
Tonkao Panin
Copyright Arrhov Frick
Writer:
Tonkao Panin

ชื่อของ อาร์ฮอฟ ฟริค นั้น อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูเรานัก จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว วารสาร 2G ได้จัดทำ และตีพิมพ์เล่มพิเศษ ฉบับ อาร์ฮอฟ ฟริค ที่มีหน้าตารูปเล่มสวยงามตามแบบฉบับ 2G แต่หน้าปกนั้นดูออกจะแปลก เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ มีงานของ อาร์ฮอฟ ฟริค โผล่พ้นทิวไม้ออกมานิดเดียว เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกต ก็แทบจะเห็นแต่ต้นไม้ และชื่อ อาร์ฮอฟ ฟริค บนปก
อาร์ฮอฟ ฟริค นั้นมีดีอะไร บริษัทก็เพิ่งจะก่อตั้งในปี 2010 โดยสถาปนิกจากสวีเดนสองคน ชื่อ โยฮัน อาร์ฮอฟ (Johan Arrhov) และ เฮนริค ฟริค (Henrik Frick) ซึ่งทั้งสองคนจบการศึกษาในระดับปริญญาโทพร้อมกันจาก KTH Royal Institute of Technology ในปี 2007 และหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็ร่วมกันตั้งออฟฟิศขึ้นที่เมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยมีสมาชิกคนที่สาม คือ คาร์ลอส นีทโต เข้ามาทำงานด้วยในปี 2017
จากช่วงปี 2010 – 2018 อาร์ฮอฟ ฟริค มีผลงานจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ได้มากมายเหมือนออฟฟิศดังๆ ออฟฟิศอื่น งานที่ลงใน 2G มีเพียงสิบสามงาน แต่เป็นสิบสามงานที่ดูเหมือนจะมีความเป็นหนึ่งเดียว พูดเรื่องเดียวกัน แสดงออกถึงความสนใจแบบเดียวกัน แล้วเรื่องราวของเส้นทางความคิดแบบไหนล่ะ ที่ทำให้เราอ่านงานของ อาร์ฮอฟ ฟริค อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้แบบนี้
อาร์ฮอฟ ฟริค นั้นมีดีอะไร บริษัทก็เพิ่งจะก่อตั้งในปี 2010 โดยสถาปนิกจากสวีเดนสองคน ชื่อ โยฮัน อาร์ฮอฟ (Johan Arrhov) และ เฮนริค ฟริค (Henrik Frick) ซึ่งทั้งสองคนจบการศึกษาในระดับปริญญาโทพร้อมกันจาก KTH Royal Institute of Technology ในปี 2007 และหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็ร่วมกันตั้งออฟฟิศขึ้นที่เมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยมีสมาชิกคนที่สาม คือ คาร์ลอส นีทโต เข้ามาทำงานด้วยในปี 2017
จากช่วงปี 2010 – 2018 อาร์ฮอฟ ฟริค มีผลงานจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ได้มากมายเหมือนออฟฟิศดังๆ ออฟฟิศอื่น งานที่ลงใน 2G มีเพียงสิบสามงาน แต่เป็นสิบสามงานที่ดูเหมือนจะมีความเป็นหนึ่งเดียว พูดเรื่องเดียวกัน แสดงออกถึงความสนใจแบบเดียวกัน แล้วเรื่องราวของเส้นทางความคิดแบบไหนล่ะ ที่ทำให้เราอ่านงานของ อาร์ฮอฟ ฟริค อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้แบบนี้



มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำงานออกแบบสถาปัตยกรรม ที่เราจะวางทิศทางของการทำงานของเราให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น และมันก็เป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นกว่านั้นอีกหลายเท่า ในการที่จะทำให้งานทุกงานที่เราทำนั้นดำเนินอยู่บนเส้นทางที่ชัดเจน เพราะทุกโจทย์ของการออกแบบย่อมมีตัวแปรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า โปรแกรม ที่ตั้ง งบประมาณ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทางอีกมากมายสารพัด บ่อยครั้งงานที่เราทำ จึงเดินทางออกนอกเส้นทางที่เราวางไว้อย่างที่เราเองก็ไม่รู้ตัว
ยูฮานี พัลลาสมา (Juhani Pallasmaa) สถาปนิก นักเขียน และนักทฤษฎีชาวฟินแลนด์ ได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวทางการทำงานของสถาปนิกในสวีเดน ตั้งแต่ช่วงสถาปัตยกรรมโมเดิร์น กับงานของ อาร์ฮอฟ ฟริค ไว้ว่า ปรัชญาความคิดที่ทำให้งานออกแบบของ อาร์ฮอฟ ฟริค มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นคือ Logic หรือตรรกะที่ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในการจัดการกับโปรแกรม โครงสร้าง และการก่อสร้าง ทำให้งานของ อาร์ฮอฟ ฟริค นั้น ไม่มีความเกินเลยหรือส่วนเกินใดๆ ที่นอกเหนือจากที่ความจำเป็นของโปรแกรม และการก่อสร้างเรียกร้องเลย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นความตั้งใจที่จะตั้งคำถาม หรือหันเหทิศทาง ตลอดจนค่านิยมทางสถาปัตยกรรมในยุคนี้ ให้เราหันกลับมาตั้งคำถามกับความจำเป็น และการแสดงออกน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ยูฮานี พัลลาสมา (Juhani Pallasmaa) สถาปนิก นักเขียน และนักทฤษฎีชาวฟินแลนด์ ได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวทางการทำงานของสถาปนิกในสวีเดน ตั้งแต่ช่วงสถาปัตยกรรมโมเดิร์น กับงานของ อาร์ฮอฟ ฟริค ไว้ว่า ปรัชญาความคิดที่ทำให้งานออกแบบของ อาร์ฮอฟ ฟริค มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นคือ Logic หรือตรรกะที่ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในการจัดการกับโปรแกรม โครงสร้าง และการก่อสร้าง ทำให้งานของ อาร์ฮอฟ ฟริค นั้น ไม่มีความเกินเลยหรือส่วนเกินใดๆ ที่นอกเหนือจากที่ความจำเป็นของโปรแกรม และการก่อสร้างเรียกร้องเลย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นความตั้งใจที่จะตั้งคำถาม หรือหันเหทิศทาง ตลอดจนค่านิยมทางสถาปัตยกรรมในยุคนี้ ให้เราหันกลับมาตั้งคำถามกับความจำเป็น และการแสดงออกน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด น่าจะเป็นแนวทางความคิดเกี่ยวกับบ้านของ อาร์ฮอฟ ฟริค ที่ทุกสิ่งถูกลดทอนลง จนเหลือเพียงการแสดงออกที่น้อยที่สุดของโครงสร้าง รูปทรงเรขาคณิตที่เรียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และ Pragmatic หรือข้อเท็จจริงทางการใช้สอย ที่ตรงไปตรงมาของสัดส่วน และรายละเอียด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละเลยการแสดงออกถึงความงาม แต่เป็นความงามภายใต้ตรรกะทั้งหมดที่กล่าวมา
การออกแบบผังพื้น ภายใต้ประโยชน์ใช้สอยหลากหลายนั้น จึงกลายเป็นเรื่องรอง ที่หลีกทางให้กับตรรกะที่ชัดเจนและเรียบร้อยเป็นระเบียบของระบบ หรือ Order และการทำซ้ำหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ ของโครงสร้าง
ในยุคสมัยที่ภาพลักษณ์และการตั้งใจทำให้งามกินใจด้วยวาทกรรมการสื่อสาร เกิดขึ้นกับทุกสิ่งรอบตัว ในยุคที่บุคลิกภาพและการกระทำของทุกสิ่งและทุกเหตุการณ์ ถูกคำนวณหรือบิดเบือนให้งามไว้ล่วงหน้า งานที่ซื่อและตรงไปตรงมาของ อาร์ฮอฟ ฟริค จึงดูเหมือนความบริสุทธิ์ และการปฏิวัติทางความคิดไปโดยปริยาย
การออกแบบผังพื้น ภายใต้ประโยชน์ใช้สอยหลากหลายนั้น จึงกลายเป็นเรื่องรอง ที่หลีกทางให้กับตรรกะที่ชัดเจนและเรียบร้อยเป็นระเบียบของระบบ หรือ Order และการทำซ้ำหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ ของโครงสร้าง
ในยุคสมัยที่ภาพลักษณ์และการตั้งใจทำให้งามกินใจด้วยวาทกรรมการสื่อสาร เกิดขึ้นกับทุกสิ่งรอบตัว ในยุคที่บุคลิกภาพและการกระทำของทุกสิ่งและทุกเหตุการณ์ ถูกคำนวณหรือบิดเบือนให้งามไว้ล่วงหน้า งานที่ซื่อและตรงไปตรงมาของ อาร์ฮอฟ ฟริค จึงดูเหมือนความบริสุทธิ์ และการปฏิวัติทางความคิดไปโดยปริยาย

งานหลายๆ งานของ อาร์ฮอฟ ฟริค แสดงออกถึงความคิดดังกล่าวได้ชัดเจนมาก เช่น Atelier Lapidus ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยในหน้าร้อนของครอบครัวนักเขียนท่านหนึ่ง ที่มีความคิดเริ่มต้นจากการเป็นโครงสร้างเล็กๆ ผุดขึ้นในป่าละเมาะ พื้นที่ถูกล้อมกรอบด้วยช่องเปิดที่เป็นแถบกว้างตลอดแนวอาคาร และทำหน้าที่เป็นทั้งส่วนปิดกั้นที่เบาบาง และส่วนเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก ที่ทั้งมีตัวตน และเจือจางในเวลาเดียวกัน ทั้งตัวบ้านและสระว่ายน้ำหลังบ้านฝังตัวไปกับผืนดินที่ลาดเอียงของพื้นที่ป่า ทำให้มันดูเป็นผู้มาเยือนที่ถ่อมตน สงบเงียบเรียบร้อย
หรืองานที่มีชื่อเรียกว่า House in Viggsö ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กบนเกาะเล็กๆ ในน่านน้ำของเมืองสต็อกโฮล์ม ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เนินเขาหิน เต็มไปด้วยต้นสน ที่ถูกออกแบบให้มีรูปทรงเป็นบ้านอย่างง่ายที่สุด จัดลำดับการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ตามความต้องการของการใช้สอยในชีวิตประจำวัน ที่ทำงานร่วมกันกับมุมมองออกไปภายนอก วัสดุ และการก่อสร้าง เป็นโครงสร้างไม้ธรรมดาๆ ที่มีความเบาบาง สัมผัสและรบกวนพื้นผิวด้านล่างให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะที่ในพื้นที่ภายในเราก็ยังสามารถมองเห็นตรรกะของการก่อสร้างอย่างง่ายๆ เป็นพื้นหลังให้กับทัศนียภาพของภูเขา และผืนน้ำภายนอก


ความซื่อ น้อย เงียบ ไม่ได้ปรากฏอยู่ในการออกแบบอาคารขนาดเล็กเท่านั้น แต่เมื่ออาร์ฮอฟ ฟริค ต้องทำงานกับสเกลอาคารที่ใหญ่ขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานสาธารณะที่มีความซับซ้อนขึ้นมาก ตรรกะของการจัดวางพื้นที่ ผังพื้น รูปทรง โครงสร้าง และการทำซ้ำที่อ่านระบบระเบียบออกได้ง่ายๆ ก็ยังปรากฏชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอาคารพักอาศัยรวม Hammerly Gård ที่ทำให้เรานึกถึงงานของสถาปนิกฝรั่งเศส ลากาตง วาสซาล (Lacaton & Vassal) หรืออาคารสเกลยักษ์แบบ Kraus Complex ที่ประกอบไปด้วยที่พักอาศัย ตลาด ห้างร้าน และสถาบันการศึกษา รวมอยู่ในอาคารเดียวกัน แถมตั้งอยู่บนสถานีรถไฟใต้ดิน ทำให้โครงสร้างของฐานรากที่สามารถหยั่งลึกลงดินได้นั้น มีน้อยมาก



แต่ภายใต้ทิศทางการทำงานของ อาร์ฮอฟ ฟริค ที่ชัดเจน จนบางทีก็แทบไม่เหลือพื้นที่ไว้ให้เราตื่นเต้นมากเท่าบริษัทสถาปนิกอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน ก็ดูเหมือน อาร์ฮอฟ ฟริค จะไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางของการตั้งคำถามนี้อย่างโดดเดี่ยวนัก เรายังเห็นการตั้งคำถามที่คล้ายคลึงกัน แม้จะแสดงออกต่างกัน จากสถาปนิกยุโรป และอเมริกาใต้ หลายทีม ไม่ว่าจะเป็น Lacaton & Vassal, Bevk Perovic, Office KGDVS หรือ Pezo von Ellrichshausen ที่พยายามจะส่งสัญญาณบางอย่างบอกเราว่า บางทีการสื่อสาร
ด้วยวาทกรรม และความงาม ก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ชัดเจนที่สุดสำหรับสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอีกแล้ว