คอลเล็กชั่นจากศิลปนิพนธ์ “ปัจฉิมรูป” ของนักศึกษาสาขาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ ม.กรุงเทพ ที่กลายมาเป็นโปรเจกท์ร้านเสื้อผ้าสุดครีเอทที่ชื่อว่า POST-THESIS
นะโม - ติณห์ ตันโสภณ
   เวลาที่เราต้องเลือกซื้อเสื้อผ้าส่วนใหญ่เรามักจะมองดูที่คัตติ้ง ดีไซน์ สไตล์ เป็นสำคัญ แต่สิ่งที่ POST - THESIS มีนอกเหนือจากปัจจัยเหล่านั้น นั่นคือ Concept ที่ชัดเจนและมุ่งพัฒนา อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากประเด็นความขัดแย้งในสังคม POST THESIS คือร้านเสื้อผ้าที่ต่อยอดมาจากศิลปนิพนธ์ของ “นะโม - ติณห์ ตันโสภณ” นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ เป็นร้านเสื้อผ้าที่ในแต่ละคอลเล็คชั่น คุณจะได้ทั้งความแปลกใหม่และข้อคิดอุดมการณ์บางอย่างที่ได้จาก นะโม หนุ่มไฟแรงคนนี้ EVERYTHING จะพาไปพูดคุยทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ และเป็นอีกหนึ่งพลังส่งเสริมวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไปอีกขั้น
   “ปัจฉิมรูปแปลว่าร่างสุดท้าย ผมอยากนำเสนอมุมมองของเด็กที่เปรียบเสมือนร่างที่หลุดออกจากกรอบของกฎระเบียบโดยสิ้นเชิง ให้อารมณ์เหมือนไฟนอลบอสร่างสุดท้ายในเกมส์อะไรประมาณนั้น โดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Untold Story of Education ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ของทีสิสเรื่องนี้ครับ การออกแบบชี้เฉพาะไปที่นักเรียนเป็นสำคัญ อยากจะนำเสนอชุดแฟชั่นที่อินสปายมาจากชุดนักเรียนในมุมมองของเด็กที่ขบถต่อกฎระเบียบ ในรูปแบบที่สุดโต่ง โดยการทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับกฎระเบียบในโรงเรียน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของการแต่งกายในยุคปัจจุบัน ดังนั้นภาพรวมเสื้อผ้าจะมีลักษณะที่มีความเป็น Anti-Fashion แต่ยังคุมเอกลักษณ์ของความเป็นชุดนักเรียนอยู่ มันไม่ได้มีแค่ชุดนักเรียนอย่างเดียวที่หยิบมาใช้ ผมตีความยูนิฟอร์มนักเรียนออกมาเป็นภาพใหญ่ ดังนั้นมันย่อมมีอุปกรณ์ที่มาคู่กันกับชุดนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า และ กระเป๋า เป็นต้น โดยมีการนำมาผสมผสานในการออกแบบเสื้อผ้า และ กระเป๋า ด้วยเช่นกันครับ”
แรงบันดาลใจของคอลเล็คชั่นนี้
  “มันเริ่มต้นจากการตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบการศึกษา โดยพื้นฐานแล้วเรื่องนี้มันเริ่มต้นจากคุณครูซึ่งเป็นเหมือนตัวแปรตัวแรกในกระบวนการคิดคอนเซ็ปต์ของผม เหมือนผมพยายามศึกษาว่า ครูมีบทบาทต่อระบบการศึกษาและการสร้างวินัยของนักเรียน หลายเรื่องเล่าและเหตุการณ์ทำให้สรุปได้ว่า บางพฤติกรรมของนักเรียน โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย ส่วนใหญ่จะโดนครูจำกัดกรอบเพื่อให้อยู่ในกฏระเบียบที่บางครั้งก็ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งในความคิดของผมวินัยมันไม่ใช่มีแต่เรื่องชุดยูนิฟอร์มอย่างเดียว และเสื้อผ้าไม่ใช่คีย์สำคัญในการสร้างวินัยที่ดีได้แต่เด็ก จริงๆ แล้ว ผมมองว่าชุดนักเรียนมีเอกลักษณ์นะ แต่เราน่าจะอยู่ร่วมกับมันอย่างสร้างสรรค์ได้ในยุคใหม่นี้ ดังนั้นในบทบาทของการเป็นครูก็ควรตระหนักถึงข้อนี้ว่า จะทำยังไงให้เด็กสามารถประยุกต์ไอเดียการแต่งกายได้ในสังคมโลกปัจจุบัน โดยยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นนักเรียนอยู่ ซึ่งผมว่าเป็นไอเดียที่สนุก และตอบโจทย์กับความเป็นจริงมากกว่าการแต่งกายแบบซ้ำๆ เดิมๆ ”
THESIS ให้ข้อคิดกับคนที่ได้เสพย์ แล้วสำหรับคนผลิตอย่างนะโมได้อะไรจาก THESIS ครั้งนี้บ้าง?
   “ผมค่อนข้างกดดันสำหรับทีสิสครั้งนี้ หลายคนมองว่าผมเรียบร้อยไม่น่าจะเข้าใจเรื่องประเภทนี้ แต่ผมโชคดีมากที่มีดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง พี่เอก ทองประเสริฐ มาเป็นที่ปรึกษาทีสิสผม คือพี่เอกทำให้ผมสามารถเห็นมุมมองของอินสปายในรูปแบบที่เปิดกว้างขึ้นจากเดิมและตั้งคำถามในทุกๆ บริบทว่า มันเกิดขึ้นเพราะอะไร? เพื่ออะไร? และส่งผลยังไง? มันเลยทำให้ผมสามารถตีแผ่และเข้าใจเรื่องที่ทำได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น มันจึงทำให้ผมมองว่า เราไม่ควรจำกัดรูปแบบการทำงานของตัวเอง เราไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันจะนำเราไปในทิศทางไหน เพราะบางครั้งสิ่งที่คิดในตอนแรกมันอาจจะไม่ได้เป็นแก่นที่เราอินจริงๆ แต่มันอาจจะเป็นเนื้อหาหรือบริบทข้างใน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเราจะเลือกอะไรที่ตัวเองชอบและอินกับมันมากที่สุด ผมว่าแค่อย่าไปยึดติดกับมัน คือเด็กเรียบร้อยไม่ได้หมายความว่าจะทำเรื่องกวนๆ ไม่ได้ หรือเด็กสายดาร์คไม่ได้หมายความว่าจะทำเรื่องสายหวานไม่ได้ คือขอแค่อินไปกับเรื่องที่ทำ ผมว่าแค่นั้นก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขครับ”
ปัจฉิมรูป นำมาสู่ POST- THESIS
   หลังจากที่งานทีสิสจบไปเป็นที่เรียบร้อยก็ได้ Feedback กลับมาค่อนข้างดีมากทีเดียว คือไม่คิดว่าคนจะเข้าใจและแชร์กันเยอะขนาดนี้จนกลายเป็น Viral ในโลกโซเชียล มีคนเอาไปล้อทำเป็น Memes ต่อ ซึ่งผมก็ชอบและก็ดีใจมากเลย ที่สามารถทำให้คนเข้าใจงานผมได้ในวงกว้างครับ ผมอยากจะต่อยอดคอลเล็คชั่นนี้ออกมาในรูปแบบของการขาย ผมจึงเปิดโปรเจคท์ของผมเองที่ใช้ชื่อว่า POST-THESIS ผมรู้สึกว่าทีสิสมันเหมือนกับแพลตฟอร์มนึงที่มีพื้นที่ให้เราได้นำเสนอผลงานในวงกว้าง ได้มีการทดลองและคิดไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งมันจะอยู่ติดตัวเราไปตลอด แต่พอผมลองทำจริงๆ เรากลับพบว่ามันมีแรงบันดาลใจที่ให้เราได้ทำเยอะมาก บางอย่างที่เรานำไปเสนออาจารย์มันก็ไม่ได้มีอยู่แค่เรื่องเดียว มันก็จะมีเรื่องที่เราเคยอยากจะทำแต่พอทำไปทำมา มันอาจจะไม่ผ่านบ้างตอนนำไปเสนองาน มันอาจจะต้องใช้เวลาในการกลั่นกรองให้เป็นรูปธรรมให้คนอื่นเข้าใจ ดังนั้นผมมองว่ายังมีโอกาสที่จะนำเรื่องที่เราเคยจะทำมาพัฒนาต่อได้ในโปรเจคท์ต่อไป ซึ่งในครั้งนี้มันเหมือนเป็นการทำสิ่งที่เราคิดและอยากทำจริงๆ โดยไม่ต้องผ่านใคร ผมอยากจะให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความคิดของผม และสามารถเป็นเจ้าของผลงานที่ผมออกแบบได้ด้วย ดังนั้นผมเลยอยากจะนำโอกาสนี้มาพัฒนาต่อยอดภายในโปรเจคท์ที่ชื่อว่า POST-THESIS ครับ
   ติดตามความคิดและมุมมองของนะโมกันได้อีกใน Instagram: @14.1.13.15 และ @postthesis หรือในช่องทาง Facebook Page: post-thesis