The Rock House ปาล์มสปริงแห่งสามร้อยยอด by Sunday*Architects
บ้านหลังใหญ่ในสามร้อยยอดที่มองไปแล้วด้วยรูปแบบอาจนึกว่าถูกสร้างมาหลายสิบปี แต่ถ้าลองดูดีๆ แล้วจะเห็นถึงความลงตัวของไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ความสวยงามของธรรมชาติ จนถึงความทรงจำของผู้อยู่อาศัย
  ‘‘บ้านไม่ควรตั้งอยู่ ‘บน’ เนินเขาหรือบนสิ่งใด หากแต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของมัน บ้านและเนินเขาควรดำรงอยู่ร่วมกัน เพื่อความสุขยิ่งขึ้นแก่ทั้งสองฝ่าย” คำกล่าวของสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Frank Lloyd Wright ที่เคยได้นิยามอุดมคติของสถาปัตยกรรมที่นักออกแบบรุ่นหลังนำประโยคดังกล่าวมาขบคิดต่อยอดมากมาย The Rock House บ้านสวยที่ถูกสร้างขึ้น ณ สามร้อยยอด เป็นหนึ่งในผลผลิตนั้น
  เมื่อกล่าวถึงอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประขวบคีรีขันท์ ปฎิเสธไม่ได้ว่าสำหรับหลายๆ คนอาจหมายถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องไปสูดอากาศธรรมชาติเพื่อหลบความวุ่นวายในเมืองกรุงเป็นครั้งคราว แต่สำหรับการสร้างบ้านสักหลัง อาจเป็นหน้าที่ของสถาปนิกที่ต้องตอบโจทย์ให้ลึกซึ้งกว่า ทั้งในแง่ความทรงจำและประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย
  คุณป้อ สรัณ ไชยสุต และคุณปอน ปรัชญา วนากุล แห่ง Sunday* Architects บริษัทสถาปนิกผู้รับผิดชอบการออกแบบครั้งนี้ ได้รับโจทย์จากผู้อยู่อาศัยหลักๆสองอย่างได้แก่ ต้องการบ้านที่สร้างความรู้สึกคล้ายกับบ้านที่โตมาในวัยเด็ก และเห็นบ้านที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านที่ชอบเข้าสังคม และชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ด้วยเหตุนี้คำตอบของผู้ออกแบบตัดสินใจใช้แนวคิด นำด้านนอกเข้าด้านใน ( Outside-in) และเลือกใช้สไตล์การออกแบบ Mid-Cenrury Modern กลิ่นอายแบบ Palm Springs California ที่ได้รับความนิยมมากในช่วงปี 50-60 ซึ่งเป็นขวบปีที่คาบเกี่ยวกับวัยเยาว์ของเจ้าของบ้าน ซ้ำยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่มีธรรมชาติสวยงาม เหมาะกับบริบทและโจทย์ที่ได้รับมา โดยมีคำกล่าวของ Frank Lloyd Wright ที่ยกมาข้างต้นเป็นหลักยึดในการออกแบบ
  เราสามารถเห็นวิธีการ ‘นำด้านนอกเข้าด้านใน’ ที่หลากหลายจากตัวบ้านไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุอย่าง ‘หินแดง’ หินภูเขาที่พบได้เฉพาะพื้นที่ซึ่งปกติมักใช้ในการสร้างถนนซึ่งถูกนำมาเป็นวัสดุปิดผิวของผนังที่เห็นได้ทั้งภายนอกและในตัวบ้าน รวมถึงใช้หินเหล่านี้มาเป็นองค์ประกอบของการออกแบบภูมิทัศน์ภายนอก สเปซของบ้านที่ชั้นสามมีโซนสระว่ายน้ำเป็นกึ่งกลางแจ้ง เปิดรับทิวทัศน์สวยงามจากภายนอกและแสงธรรมชาติที่ถูกทอดผ่านมายังชั้นล่างที่โถงกลางมีเสปซเปิดโล่ง
  นอกจากการเลือกวัสดุแล้ว ความงามในแบบ Mid-Century Modern ถูกแสดงออกมาผ่านการใช้สีสันที่สดใสในตัวบ้าน ตั้งแต่บันไดสีเหลืองจนถึงโซฟาสีฟ้าน้ำทะเล และกำแพงหินสีแดงส่วนของภายนอกอาคารใช้สีในเอิร์ธโทน ที่มีความสดใสขณะเดียวกันก็สะท้อนรับกับบริบทของธรรมชาติภายนอก เอกลักษณ์สำคัญของสถาปัตยกรรมแบบ Mid-Century Modern คือการปูพื้นหินขัด (Terrazzo) และการใช้กราฟิกจากรูปทรงเรขาคณิตมาเป็นองค์ประกบในการออกแบบ ซึ่งสำหรับ The Rock House มีความน่าสนใจคือการใช้ผนังอิฐบล็อคที่มีลวดลายดังกล่าวมาเป็นช่องแสงที่ก่อให้เกิดกราฟิกของเงาที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา และมีประโยชน์ในการรับแสงปะทะจากทางทิศใต้ที่ต้องรับแดดช่วงกลางวันเป็นส่วนมา
The Rock House
  มีความน่าสนใจคือการใช้ผนังอิฐบล็อคที่มีลวดลายดังกล่าวมาเป็นช่องแสงที่ก่อให้เกิดกราฟิกของเงาที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาและมีประโยชน์ในการรับแสงปะทะจากทางทิศใต้ที่ต้องรับแดดช่วงกลางวันเป็นส่วนมาก
  สำหรับไฮไลท์ของบ้านหลังนี้อยู่โซนกึ่งภายนอกที่ชั้นสามซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นคลับเฮาส์ รวมถึงมีสระว่ายน้ำเปิดรับทิวทัศน์สวยงามภายนอกเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ชอบการเข้าสังคมของเจ้าของเป็นอย่างมาก รวมถึงการเลือกใช้ลวดลายเฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีเซนส์ของความย้อนยุค ปลุกสไตล์ยอดนิยมช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองให้กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง บริเวณนี้จึงเป็นจุดที่สมบูรณ์แบบในการรับความงามแบบ Mid-Century Modern ขณะที่สามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมๆ กัน
  แม้ว่าในปัจจุบันสถาปัตยกรรม Mid-Century Modern อาจไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนในอดีต และคนส่วนใหญ่อาจนิยมพักอาศัยในบ้านที่รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยท่ามกลางชุมชนเมืองที่มีตึกสูงและคอนโดหรูรายรอบ The Rock House จาก Sunday* Architect เป็นการตอบคำถามของการอยู่อาศัยที่ลงตัวของการอยู่ร่วมกับบริบทธรรมชาติ รสนิยมที่มีชีวิตชีวา และวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่ส่งเสริมกันและกันเพื่อความสุขของทุกฝ่ายได้อย่างลงตัว
อิฐบล็อกคอนกรีตที่ถูกวางเป็นฉากรับแดดทิศใต้สร้างกราฟิกเงาของช่องแสงรอบตัวบ้าน
หินแดง หินที่พบจากภูเขาบริเวณสามร้อยยอดถูกนำมาใช้เป็นผนังอาคารและตกแต่งภูมิทัศน์