I LOVE YOU


ก่อนหน้านี้เรากับนิวยอร์กได้ทำความรู้จักกัน (อย่างไม่เป็นทางการ) ผ่านทางหนัง หรือซีรีส์อย่าง Sex and the City, Breakfast at Tiffany’s, New York, i Love You, Manhattan, The Devil Wears Prada ตลอดจน Gossip Girl ซึ่งนอกจากความรัก ความดราม่าเล่นใหญ่ ความเข้มข้นของเรื่องราว ไปจนถึงแฟชั่นของตัวละครที่ไม่ได้มากันเล่นๆ แล้ว บรรยากาศของมหานครที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโรแมนติค ความคิดสร้างสรรค์ ความคลาสสิก เท่จัด และยอดเยี่ยมที่สุดในโลกที่ถูกสอดแทรกมาเป็นฉากหลัง ก็มักจะทำให้เราหลงรักเมืองหลวงแห่งนี้แบบไม่ทันได้ตั้งตัว!

ละครบรอร์ดเวย์ กีฬา มีครบทั้งแสง สี เสียงให้ได้เลือกรื่นรมย์กันอย่างไม่มีเบื่อ
หลังจากที่เรากับนิวยอร์กได้รู้จักกัน เอาเข้าจริงมันไม่ได้เหมือนกับในหนังไปซะทั้งหมด แต่นิวยอร์กมีเสน่ห์ มีสีสัน และน่าทึ่งกว่านั้น! เมืองทั้งเมืองถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ตัดสลับไปกับอาคารสถาปัตยกรรมเก่าใหม่ ตึกสูงระฟ้าที่อยู่รวมกันได้อย่างลงตัว ผู้คนมีแพชชั่นกับสิ่งที่ตัวเองทำ ร้านขายหนังสือ ร้านขายแผ่นเสียง มิวเซียม อาร์ทแกลลอรี่ ร้านขายของที่เน้นความคิดสร้างสรรค์สามารถพบได้ทุกมุมของถนน และที่สำคัญที่นี่ไม่ได้จำกัดให้งานศิลปะต้องอยู่แต่ในแกลลอรี่เท่านั้น หากแต่เมืองต่างหากที่เป็นแกลลอรี่ให้เหล่าอาร์ทติสท์ได้โชว์ของโชว์ผลงาน ดูอย่าง Banksy สุดยอดกราฟิตี้อาร์ทติสท์ที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตน ก็เคยก่ออาชญากรรมทางศิลปะทั่วทั้งเมืองนิวยอร์กมาแล้ว รวมถึงยังมีผลงานใหม่ๆ ของเขาปรากฎให้ชาวนิวยอร์กเกอร์ได้เห็นกันอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย





ความเก๋ของเมืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอเมริกาไม่ได้หยุดอยู่แค่การผสมผสาน แต่การที่นิวยอร์กมีส่วนผสมอันแตกต่างทำให้มันเซ็ตแนวทางของตัวเองขึ้นมาใหม่จนเกิดเป็นสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่สามารถพบเจอได้จากที่ไหนบนโลกใบนี้! ทั้งจากบรรยากาศ การใช้ชีวิต ผู้คน และสถานที่ต่างๆ ที่ถือเป็นจิตวิญญาณของเมือง ทั้งทัวริสต์และนิวยอร์กเกอร์ต่างหลั่งไหลมาเที่ยวมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Central Park สวนสาธารณะโด่งดังที่สุดในโลก ซึ่งประกอบไปด้วยจุดที่น่าสนใจมากมายหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น Strawberry Fields สถานที่โปรดของ John Lennon กับ Yoko Ono ที่บริเวณพื้นถูกแกะสลักคำว่า Imagine ลงไป เพื่อเป็นการระลึกให้กับ John จากเหตุการณ์ถูกลอบยิง แอเรียนี้จึงคึกคักจากเสียงดนตรี ผู้คนที่แวะเวียนมาถ่ายภาพ มาระลึกถึงศิลปินในดวงใจของพวกเขา หรือ The Angel of Water Fountain หัวใจสำคัญของพาร์ก ลานน้ำพุขนาดใหญ่ที่เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง Flea Market ตลาดขายของเก่า สวรรค์ของการแลกเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งงานศิลปะ เสื้อผ้า เครื่องประดับ แผ่นเสียง ของแต่งบ้าน เรื่อยไปถึงอาหาร ที่แค่ไปเดินเล่นชิลๆ ดูคนดูของก็คุ้มจัดแล้ว
ตลอดจน High Line สวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งแรก ที่สมัยก่อนเป็นรางรถไฟ พอเลิกใช้ก็ถูกทิ้งรกร้างมาเป็นเวลานาน ทางการเลยปรับให้เป็นสวนสาธารณะให้คนนิวยอร์กได้มาพักผ่อน เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติ Moma (Museum of Modern Art) เป็นเสมือนแลนด์มาร์คของมิวเซียมที่ดึงดูดผู้คนที่หลงใหลในงานออกแบบและศิลปะจากทั่วโลก นอกจากจะมีผลงานระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น Vincent van Gogh, Pablo Picasso, Andy Warhol, Claude Monet, Paul Gauguin และ Roy Lictenstein แล้ว ที่นี่ยังมีอาร์ทเอ็กซ์ซิบิชั่นของศิลปินร่วมสมัยที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่ที่พีคที่สุดคงต้องยกให้กับบรรยากาศน่ารักๆ ที่ผู้คนที่มาทุกเพศทุกวัยต่างมาเพื่อเสพงาน ถกเถียงกันถึงประเด็นทางศิลปะและผลงานที่อยู่ตรงหน้า ก้มหน้าก้มตาสเก็ตงานในสมุดมากกว่าที่จะจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือ หรือ Soho (South of Houston) ช้อปปิ้งสตรีทที่ไม่ได้มีดีแค่ไฮแบรนด์ หรือสตรีทแบรนด์ที่อาจจะทำให้กระเป๋าสตางค์ต้องสั่นสะเทือนเท่านั้น เพราะเสน่ห์ของแต่ละรีเทลที่ปลดปล่อยพลังการตกแต่งร้านและวินโดว์ดิสเพลย์อย่างไม่มีกั๊ก กับสถาปัตยกรรมแบบ Cast-Iron ก็สร้างแรงบันดาลใจและความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย



Modern Art
สำหรับเราแล้วบรรยากาศของบ้านเมือง ผู้คน ภาษา บริบทต่างๆ ของนิวยอร์กที่เคยเห็นกันในหนัง กลิ่นของงานศิลปะ มวลแห่งความสุขที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ บางครั้งก็พาให้เราแอบเคลิ้มไปเหมือนกันว่ากำลังเป็นตัวละครตัวหนึ่งในนั้น ทั้งความมีเสน่ห์ ความน่าทึ่ง มีชีวิตชีวา ความคึกคัก ครื้นเครงที่ถูกฉายแสงออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้นิวยอร์กหมุนไปด้วยพลังงานอันเหลือล้น พร้อมจุดพร้อมเติมไฟให้กับคนที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่างในชีวิตได้อย่างไม่มีวันหมด ทำให้หัวใจเต้นแรงไม่หยุด และที่สำคัญเราว่ามันคงเป็นความรัก!






