ANON PAIROT x SAMUEL WILKINSON
โปรดักท์ท้องถิ่นที่สวมจิตวิญญาณสากล

อานนท์ ไพโรจน์ ทำโปรเจกท์ร่วมกับ Samuel Wilkinson ทำโปรดักท์ชิ้นใหม่ที่ผลิตด้วยโรงงานช่างฝีมือของไทย
   ครั้งแรกของโปรเจกท์ทำงานร่วมระหว่างอานนท์ ไพโรจน์ นักออกแบบชาวไทย และ Samuel Wilkinson นักออกแบบชื่อดังชาวอังกฤษ ต่อยอดจากบทสนทนาเมื่อ 5 ปีก่อนของพวกเขา ก่อนนำมาสู่การลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานของไทยของสองนักออกแบบต่างสัญชาติ ที่อยู่ในกระบวนการเริ่มต้นสำรวจเพื่อนำไปขมวดสู่ผลลัพธ์บางอย่าง และชวนให้ติดตามว่าชิ้นงานที่ผสานระหว่างแนวคิดดีไซน์แบบสากล กับจิตวิญญาณงานช่างท้องถิ่นของไทยนั้น จะให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจแค่ไหน
อานนท์ ไพโรจน์
Curli & Smile
Pare Chaise Longue
Space Ship
Bi-Mai
Fluctuation of Precision
Chanpen Collection
Penta Collection
   “เราคุยกันนานมาแล้ว คราวนี้ดีใจมากที่เราจะได้เริ่มทำงานกันเสียที” Samuel Wilkinson บอกเล่าถึงความตื่นเต้นของการเดินทางมาเมืองไทยเพื่อเริ่มต้นกระบวนการแรกของโปรเจกท์นี้ หลังจากทั้งคู่เคยพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเมื่อครั้ง Samuel มาเยือนไทยเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งพวกเขารับรู้ได้ถึงแนวความคิดบางอย่างที่สอดคล้องกันตั้งแต่ตอนนั้น “แรงบันดาลใจสามารถส่งต่อจากดีไซเนอร์ถึงคนทำงาน ในขณะเดียวกันคนทำงานก็เป็นแรงบันดาลใจให้นักออกแบบได้ เมื่อเรามีแรงบันดาลใจที่ดี ก็จะนำมาซึ่งสิ่งที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่ทำให้ชีวิตดี ไม่ใช่มองแต่เรื่องธุรกิจ แต่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนด้วย ซึ่งแซมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ผมเองก็อยากจะลองด้วย” อานนท์ บอกเล่าถึงแนวคิดที่จุดประกายสู่การร่วมทำงานในโปรเจกท์นี้ ที่จับคู่ระหว่างนักออกแบบ กับผู้ผลิต อย่างช่างฝีมือ และโรงงานท้องถิ่น
   “ครั้งนี้ผมได้ลงพื้นที่และได้เห็นความสามารถในการทำงานผลิตของท้องถิ่น ซึ่งปลุกความสนใจของผมมาก และอยากให้ผู้ผลิตเหล่านี้ได้ลองอะไรใหม่ๆ ได้จับคู่กับสิ่งใหม่ และดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง” Samuel บอกเล่าถึงความรู้สึกหลังได้สำรวจไปตามแหล่งผลิตต่างๆ ไม่ใช่ตัวเขาเองได้เห็นความสามารถในการผลิตของท้องถิ่น แล้วต่อยอดแนวคิดไปสู่การออกแบบใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน การทำโปรเจกท์นี้ยังช่วยปลุกความสนใจให้ผู้ผลิตของไทยใคร่อยากทดลองสิ่งใหม่ด้วย
Samuel Wilkinson
Curli & Smile
Crinkle
Vessel / Edition
Blown
Line series
   โดยทางฝั่งอานนท์ที่เคยร่วมทำงานให้กับรัฐบาลในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์มาก่อน และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับช่างฝีมือ และโรงงานในไทยมาไม่น้อย จึงมองเห็นโอกาสที่ดีที่ผู้ผลิตท้องถิ่นของไทยจะได้เรียนรู้การทำงานกับนักออกแบบฝีมือดีจากอังกฤษ “งานของ Samuel ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในแง่เทคโนโลยี และเป็นการคิดค้นอะไรใหม่ๆ เป็นโอกาสที่ดี ที่ผู้ผลิตท้องถิ่นได้เรียนรู้หลักและวิธีดีไซน์ของ Samuel ”
   ขั้นตอนการทำงานของทั้งคู่คือการเรียนรู้ทักษะ และวัฒนธรรมท้องถิ่นของผู้ผลิต ซึ่งมีหลายโรงงานที่เชิญทั้งคู่ไปดูความเชี่ยวชาญของแต่ละที่ ให้เข้าใจตัวตน รวมถึงความถนัดผู้ผลิตพื้นถิ่นนั้น เพื่อให้ใช้วัสดุให้เหมาะกับผู้ผลิต “เวลาเรามีไอเดียว่าอยากทำอะไร เมื่อได้ไปเยี่ยมโรงงานจะทำให้เราเข้าใจรูปแบบผลิตภัณฑ์ และทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างได้ สำหรับผมสิ่งสำคัญคือ การเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น จากนั้นจึงเติมความเป็นตัวผมลงไป แต่ต้องไม่ทำให้เสียตัวตนหรือรากเหง้าของผู้ผลิตนั้นๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถแสดงทักษะ (การผลิต) ของตัวเองออกมาผ่านโปกดักท์ได้ ในขณะเดียวกันเวลาเราใช้วัสดุ ก็ต้องแสดงถึงความซื่อสัตย์กับวัสดุด้วย เช่น ไม้ควรดูเหมือนไม้ เหล็กควรดูเหมือนเหล็ก สะท้อนถึงความสามารถในการผลิต” ผลลัพธ์จึงสามารถแสดงความเคารพแก่นของทุกองค์ประกอบที่ผสมออกมาเป็นชิ้นงานได้ ซึ่งอาจเป็นโปรดักท์ชิ้นเล็กๆ จนถึงเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งนอกจากเรื่องการใช้วัสดุได้อย่างชาญฉลาด สวยงาม และสะท้อนบุคลิกได้แล้ว สำหรับ Samuel ผลงานนั้นต้องสามารถใช้งานจริงได้ด้วย
   ตอนนี้ Samuel ได้พบปะ พูดคุยกับโรงงานต่างๆ เพื่อทดลองเลือกใช้วัสดุ พยายามหาเรื่องราวและดึงจุดเด่นออกมาบอกเล่าในตัวผลงาน แม้หลายครั้งคือการทดลองปรับเปลี่ยนขั้นตอน เพื่อให้ผู้ผลิตท้องถิ่นหลุดออกมาจากกรอบความคิดเดิมๆ “เมืองไทยมีจุดเด่นคืองานฝีมือแท้ๆ เพราะฉะนั้นก็พยายามดึงมันออกมา เพื่อให้เห็นคาแรคเตอร์ของท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้ผมได้รับการตอบรับที่ดีมาก น่าตื่นเต้นมากว่าเราจะได้เห็นผลงานอะไรออกมา” Samuel กล่าว
   “เราไม่อยากแค่เอาภาพสเก็ตช์ไปให้โรงงานทำออกมา แต่เราจะเรียนรู้กันและกัน ซึ่งผมว่า Samuel เองก็มีไอเดียที่ดีที่จะมอบให้โรงงานกลับไปเหมือนกัน” อานนท์ท้ิงท้าย
   แม้สุดท้ายแล้วโปรเจกท์ยังไม่ได้ถูกกำหนดปลายทางทั้งลักษณะ รวมถึงที่จัดแสดงงาน ควาน่าตื่นเต้นอาจอยู่ที่โปรดักท์สุดท้าย หรืออาจเป็นเรื่องของงานฝีมือไทยเพื่อโปรโมทการผลิตของไทยในการนำเสนอ แต่มูลค่าของงานโปรเจกท์นี้คือกระบวนการความเป็นมาของโปรดักท์ และสุดท้ายสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการถ่ายทอดคือ “เราอยากเห็นคนเพลิดเพลินกับการคิดตามว่าสิ่งของเหล่านี้กำลังบอกอะไรอยู่”