พูดคุยกับคุณณัชชาและคุณปฏิพัทธ์ สองดีไซเนอร์ ผู้ร่วมต่อเติมจินตนาการสุดยิ่งใหญ่สู่ผลงานที่จะจัดแสดงใน The Bangkok Department Presented by Nike on Air
เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เป็นมากกว่าการช้อปปิ้ง คือการได้สัมผัสถึงที่มาที่ไปของสินค้าแต่ละชิ้น ทั้งองค์ประกอบ ทั้งการออกแบบตามคอนเซ็ปต์ ทั้งการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นการมอบคุณค่าและความหมายให้กับตัวสินค้า เพื่อกลายเป็นเรื่องราวดีดีให้คุณได้ส่งต่อกับคนรอบข้างที่สนใจ หรือหลงรักในเรื่องเดียวกัน ในวันที่ 30 มีนาคม 2562 อันใกล้นี้ เป็นจังหวะแสนพอดีที่รวมเหล่าคนรัก Nike มาอยู่ในงาน The Bangkok Department Presented by Nike on Air ในแนวคิด “Just Go Bigger ไปให้สุดและไกลกว่าเดิม” พร้อมกับสัมผัสแนวคิดสุดสร้างสรรค์ของสองหัวเรือใหญ่แบรนด์ดังระดับสากลที่มาเป็นดีไซเนอร์ หลักในงานนี้ เราขอพาคุณไปพูดคุยกับเขาทั้งสอง เพื่ออุ่นเครื่องและสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมๆ กัน ไปดูกันว่าเหล่าดีไซเนอร์ จะ Go Bigger กันอย่างไรบ้าง
ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี
Creative Director แบรนด์ Dry Clean Only
Dry Clean Only
ที่เราทำ Dry Clean Only เพราะเราไม่อยากทำเสื้อเหมือนคนอื่น แต่คือการทำเสื้อ Reuse หรือ Remake ซึ่งมันไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกใบนี้นะ เราแค่อยากจะเริ่มทำเสื้อ แต่ไม่อยากให้เหมือนคนอื่น ซึ่งเวลาที่เราไปหยิบจับของ Second Hand เช่น Coat หรือว่า เสื้อยืด เราไม่เคยมองว่ามันเป็นของ Second Hand เรามองว่านั่นคือหนึ่งในวัตถุดิบที่ดีที่สุดของเรา ดีไซเนอร์คนอื่นอาจจะต้องเริ่มจากการต้องเดินไปซื้อผ้าหรือ Material อื่นๆ แต่ของเราคือเปลี่ยนจากการไปหาผ้าเป็นการไปหาเสื้อยืด หรือไปหาของที่มีอยู่แล้วแทน มันก็คือการนำกลับมา Reuse หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า Sustainable

เราเริ่มจากการเอาเสื้อในตู้ของตัวเองมาแปลงโฉมใหม่ ก็คือทำเสื้อเก่าให้มันดูใหม่ เอามาพลิกโฉม เอามาแต่งเติม ประมาณนั้น นั่นคือจุดเริ่มต้นช่วงแรกๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จพอสมควรครับ มันมีกลุ่ม Buyer จากต่างประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ่นที่ให้ความสนใจสินค้าของเรา มันทำให้เราทำงานเป็นระบบ และมีคอลเล็คชั่นมากขึ้น มีเรื่องของฤดูมาเกี่ยวข้องเช่น Spring, Summer, Autumn, Winter พอได้ทำงานกับญี่ปุ่นสักพักนึง เราก็ได้รับคำเชิญจาก Showroom ที่ปารีสให้เข้าไปร่วมทำงานด้วย จึงทำให้ได้ไปเปิด Showroom ช่วง Fashion Week ที่ปารีส มาถึงวันนี้เราทำมาได้เกือบ 5 ปีแล้ว ประมาณ 14 - 15 ครั้ง จากนั้นก็มี Buyer ทั้งเก่าและใหม่หมุนเวียนมาอยู่เรื่อยๆ

Workshop 'Process Thinking' 
นำเรื่องของพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด กว้างที่สุด และสีม่วงซึ่งเป็นสีจากแสงเหนือ เป็นม่วง Metallic อารมณ์ออก Futuristic จากนั้นเราก็นำมาตีความหรือเอามา Merge เพราะเราเป็นดีไซเนอร์ เรื่อง Material เราคำนึงถึงสิ่งที่ Nike มองเราก่อนว่าดีไซเนอร์ เรื่อง Material คืออะไร แล้วเราจะให้อะไรกับคนที่มาเข้าคลาส Workshop หรือว่าเราจะให้อะไรกับ Nike ให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นเราต้องกลับมามองเรื่อง Material ที่เรามีอยู่ในมือ แล้วเราก็คิดว่า ถ้าเราทำแจ็คเก็ตยีนส์ เราก็ Provide เรื่อง Material หรือถ้าเราสามารถแนะนำคนที่มาเข้าคลาสได้ เราก็คิดว่ามันน่าจะ Win-Win กันทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าคนที่ได้มาเข้าคลาสก็จะได้ความรู้เรื่อง Material ไป ถ้าเกิดคุณต้องการทำ Jacket ยีนส์ หรืออยากรู้กระบวนการทำเสื้อผ้า เราก็สามารถแนะนำให้ได้ทุกคน ไม่มีผิดถูก 

ผมอยากให้มาเข้าคลาสนี้นะครับ เพราะว่าเราเต็มที่กับมันจริงๆ แล้วคุณก็จะได้เสื้อ Jacket ยีนส์กลับไป 1 ตัวที่เป็นของคุณ เป็น Limited Edition ไม่เหมือนใครในโลก เพราะว่าคุณจะเป็นคนเลือกวัสดุเอง และเราก็จะมีทีมช่วยไกด์ และช่วยผลิต ตรวจดูความเรียบร้อย จนมันสามารถเอาไปใส่ได้จริงๆ คนที่ได้ไปก็จะรู้สึกภาคภูมิใจด้วยครับ
ณัชชา เมฆรักษาวนิช
Creative Director
และเจ้าของแบรนด์ NASHA Made-in-Mars
กว่าจะมาเป็น NASHA Made-in-Mars
ตอนแรกเราเรียน Interior Design แล้วไม่ชอบก็เลยเกษียณตัวเองเลย (หัวเราะ) แล้วก็ไปเรียนทำแพทเทิร์นรองเท้า แล้วก็ต่อโทเรื่อง Accessories Design ที่อิตาลี จากนั้นกลับมาเมืองไทยก็มีความตกงานเบาๆ เลยเริ่มจากลองหาช่องทางต่างๆ ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ก็พบว่า ทำกระเป๋าน่าจะผลิตง่ายกว่ารองเท้า เพราะจากที่ไปเรียนเรื่องการทำรองเท้ามาก็รู้สึกว่ามันไม่ง่ายเลย รองเท้ามันใช้เครื่องจักรเยอะค่ะ แต่ทำกระเป๋ามันจบในคนไม่กี่คนได้ ก็เลยหันมาทำกระเป๋าดีกว่า ก็เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น โดยคิดว่าอยากจะเริ่มจากการเป็นแบรนด์กระเป๋าแบบ International ไปเลย ก็คือทำจากต่างประเทศแล้วก็ได้ไป Paris Fashion Week ไปขายในที่ต่างๆ ของโลกมากมาย มีขายที่อเมริกา, นิวยอร์ค, ลอนดอน แล้วก็มีตามเอเชียบ้าง ใครซื้อก็ขายเค้า บางร้านค้าเค้าก็ Select ของเราไปค่ะ
สิ่งที่ลูกค้าได้รับจากกระเป๋าของ NASHA
ลูกค้าที่ซื้อไป สิ่งแรกเลยคือเราอยากให้ได้รับความพอใจสูงสุดก่อน แล้วก็เห็นถึงคุณภาพ เห็นว่ากระเป๋ามันมีเรื่องราว สามารถเป็น Conversation Piece ได้ และรู้สึกภูมิใจที่ได้ถือมันออกไป หรือรู้สึก Happy กับตัวเอง แล้วก็รู้สึกชัวร์ว่าเดินออกไปแล้วไม่ชนกับคนอื่น นึกออกปะ? เดินออกไปแล้วไม่โป๊ะว่า อุ๊ยตาย! คนนั้นใช้กระเป๋าเหมือนชั้นเลย ไม่ได้ๆ ลูกค้าเราต้องออริจินอลมาก เรารู้สึกว่าลูกค้าที่ซื้อเราเป็นลูกค้าที่ผ่านการซื้อแบรนด์เนมมาเยอะแยะมากมายแล้วในชีวิต จนรู้สึกว่าเค้าถือแล้วมันชนอะ เค้าไม่ได้รู้สึกว่าแบรนด์ที่ใหญ่ๆ มันมีคุณค่าต่อจิตใจแล้ว ทุกครั้งที่เราทำกระเป๋ามันจึงต้องสื่อได้ว่าเค้าจะไม่ซ้ำ ถือแล้วสวยจนทุกคนจะต้องถามว่านั่นกระเป๋าอะไร แล้วนางก็จะได้เล่าเรื่อง Conversation Piece ของนางต่อไป อันนี้คือสิ่งหลักที่เราอยากให้ลูกค้าเราได้รับ
NASHA กับแนวคิด Go Bigger
มันเริ่มมาจากว่า Nike เค้าเห็นกระเป๋าปิ่นโตของเรา (NashaPinto) แล้วเค้ารู้สึกว่ามันเป็นแบรนด์ที่มี Local Touch แล้วดูมีความแปลกดี ก็เลยชวนเรามาทำ เราก็เลยมีโจทย์ว่าจะต้องมีความเป็น Local อยู่ในนั้น เราก็พยายามนึกถึง Nike Air Max  ที่มีความ Local มีความเป็นแบรนด์เรา สุดท้ายก็เลยคิดว่าว่าวจุฬาก็โอเคนะ เพราะดูมีความเป็นไทย มีความ Patchwork อยู่ และสามารถผสมผสานในเรื่องของการแปะหนังลงไปได้ บวกกับความเป็น Air แบบว่าวต้องอยู่บนอากาศ เราก็เลยเลือกมาใช้
แต่ถ้าเราทำว่าว เราก็จะไม่ทำว่าวธรรมดา เราก็ต้องทำให้มากกว่านั้น ด้วยความที่แพ้ไม่ได้ นึกออกปะ? เราก็คิดต่อว่า โอเค ถ้าเป็นว่าวแล้ว ว่าวที่เป็นเรามันจะเป็นยังไงต่อดี? เราก็คิดถึงกระเป๋า คนจะชอบเม้าท์กันว่ากระเป๋าเราใส่ของไม่ได้ เราก็เลยจะทำว่าวที่บินไม่ได้ ล้อกัน ก็เลยเกิดเป็นว่าวที่บินไม่ได้จริงๆ แต่ก็จะมีความเป็น Structure สิ่งที่เราอยากจะสื่อก็จะมีความเป็น Patch หนังต่างๆ มีความใช้หนังจริงๆ ของเรามาทำ แล้วก็บวกกับความครีเอทีฟตลกๆ อยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นความที่ว่าวบินไม่ได้  แล้วจะมีความ Air ได้ยังไง อันนี้เดี๋ยวไปดูที่งานเลย ไม่บอกดีกว่า วันที่ 30 มีนาคมนี้นะคะ ที่งาน The Bangkok Department Presented by Nike on Air เราจะไปทำ Workshop ให้กับคนที่สนใจ แล้วก็จะมีแบรนด์อื่นๆ ทำ Workshop ด้วย แต่ว่าอยากเชิญชวนมาที่คลาสของเราค่ะ เพราะของเราเปรี้ยว 
สำหรับใครที่สนใจอยากมาร่วม Workshop ก็เรียนเชิญมาที่งาน The Bangkok Department presented by Nike on Air ในวันที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 12.00 น. ณ WAREHOUSE 26 หากใครสนใจอยากเข้าไปดูรายละเอียดของงานเพิ่มเติม สามารถคลิกลิงก์ https://swoo.sh/2YtBACo หรือถ้าอยากดูรายละเอียดเวิร์คช็อปทั้งหมดก็สามารถคลิกลิงก์ https://swoo.sh/2HVyn96 แล้วเตรียมพบกับประสบการณ์ดีดีที่รอคุณอยู่ได้เลย